พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 867 โอกาสมาถึงแล้ว
ตอนที่ 867
โอกาสมาถึงแล้ว
“เหมี่ยวเหมี่ยวมานี่” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงเย็นชาขึ้นเล็กน้อย และสายตาของเขาก็จับจ้องไปทางชายคนนั้น
“สวัสดีครับ ผมสวี่เฉิงถิง ผมพอได้ยินเรื่องพวกคุณจาก หลันหลันมาบ้างแล้ว” ดวงตาของชายทั้งสองคนปะทะกันกลางอากาศ
“สวัสดีค่ะ ฉันถงเหมี่ยวเหมี่ยว ส่วนนี่มู่อวี้เฉิง สามีฉันค่ะ”
สวี่เฉิงถิงพยักหน้าเล็กน้อย ไม่พูดอะไรอีกแล้วเดินเข้าไปในครัว
สวี่หลันหลันพยักหน้าอย่างกระตือรือร้นว่า “พี่คนสวย พี่ชายหนูก็เป็นแบบนี้แหละค่ะ ดูเย็นชามากแต่จริง ๆ เขาเข้ากับคนอื่นได้ง่ายมากเลยนะคะ”
“โดยเฉพาะฝีมือ ดีมากเลยค่ะ ปกติแล้วจะมาที่นี่ปีละไม่กี่วันเท่านั้น”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจ “พี่นึกว่าพวกหนูอยู่ที่นี่กัน มาเที่ยวเหมือนกันสินะ”
เด็กหญิงพยักหน้าแต่ทุกปีเธอจะมีโอกาสแวะมาที่นี่ได้แค่ไม่กี่วัน
มู่อวี้เฉิงจ้องเขม็งไปที่สวี่เฉิงถิง ดวงตาของเขาเฉียบคมขึ้นราวกับกำลังตั้งใจ
รสชาติอาหารของที่นี่ดีมากจริง ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเล็กน้อยและจ้องมองดวงตาของมู่อวี้เฉิงด้วยความประหลาดใจ “รสชาติใช้ได้เลยนะ”
“ที่สำคัญรสชาติอาหารของที่นี่ไม่ใช่รสชาติแบบจีน ล้วน ๆ มีการผสมผสานรสชาติของทั้งสองที่ไว้ด้วยกัน อร่อยมาก”
มู่อวี้เฉิงตักอาหารขึ้นมากินอยู่หลายครั้งและรู้สึกว่ามันอร่อยมาก
สวี่เฉิงถิงจ้องมองไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ครู่หนึ่งแล้วหันไปมองทางด้านอื่น
สองวันต่อมา
สวี่หลันหลันพาพวกเขาทั้งสองไปดูวิวทิวทัศน์และลองชิมของว่างมากมาย
ในตอนนั้นเองถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกได้ถึงวิถีชีวิตและประเพณีที่ดูแตกต่างออกไปของที่นี่
วิถีชีวิตของที่นี่แตกต่างไปจากวิถีชีวิตในประเทศจีนอย่างสิ้นเชิง ถ้าได้มาอาศัยอยู่ที่นี่เป็นเวลานานคงจะรู้สึกดื่มด่ำไปกับความสงบสุข
“อวี้เฉิงดูนั่นสิ เราไปขึ้นกระเช้ากันมั้ย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชี้ไปที่ยอดเขา
กล่าวกันว่าใครที่จูบกันบนนั่นจะได้อยู่ด้วยกันไปตลอดชีวิต
จู่ ๆ เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงหันไปมองมู่อวี้เฉิง
คนที่โทรศัพท์เข้ามาหาคือจ้าวเทียน
มู่อวี้เฉิงเม้มปากแน่น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าเขาไม่รับสายสักทีจึงมองออกไปและปล่อยให้รอยยิ้มค่อย ๆ หุบลง “อาจเป็นเรื่องงานก็ได้ รับสายก่อนเถอะ”
มู่อวี้เฉิงยังคงเม้มปากแน่น เขาสังเกตเห็นว่ารอยยิ้มบนใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจางลงเช่นกัน
“มีอะไร?” มู่อวี้เฉิงกดรับสาย
“คุณมู่มีเรื่องเกิดขึ้นกับที่ดินทางตะวันออกน่ะค่ะ วันนี้ผู้ช่วยลู่ก็อยากพบคุณด้วย”
พอจ้าวเทียนพูดรายงานเกี่ยวกับกิจการของบริษัท ดวงตาของมู่อวี้เฉิงก็มืดมนลง ไม่อยากทนฟังเรื่องนี้อีกต่อไป
“จบหรือยัง? เรื่องนี้ คุณไปถามลู่หมิงเอาเถอะ”
จ้าวเทียนชะงัก “ขอโทษค่ะคุณมู่ มันเป็นความผิดพลาดของฉันเองค่ะ”
หลังจากมู่อวี้เฉิงพูดจบและกดวางสาย รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวเทียนก็จางหายไป
ก่อนหน้านี้มู่อวี้เฉิงแสดงทัศนคติที่ดีต่อหล่อนมาก แต่ทำไมจู่ ๆ ทัศนคติของเขาถึงเปลี่ยนไปกะทันหัน ช่วงนี้หล่อนยังไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย
จ้าวเทียนตกอยู่ในห้วงความคิด
หรือว่า…
ดวงตาของจ้าวเทียนเปล่งประกายขึ้นทันที
ช่วงนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอาจจะทะเลาะกับมู่อวี้เฉิงสิท่า ถ้าพวกเขาทะเลาะกัน โอกาสของหล่อนก็มาถึงแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตรงไปข้างหน้าด้วยความรู้สึกหดหู่
“พี่คนสวย เกิดอะไรขึ้นกับพี่สุดหล่อหรือเปล่าคะ?” สวี่หลันหลันจับมือเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า เธอไม่อยากพูดอะไรต่อหน้าเด็กหญิงเพราะว่าเธอกำลังหึงหวงอยู่
แม้ว่าเธอจะรู้ดีว่าระหว่างผู้หญิงคนนั้นมู่อวี้เฉิงไม่ได้เป็นอะไรกันก็ตาม
“พี่คนสวยอย่าอารมณ์เสียเลยนะ ถ้าพี่สุดหล่อยุ่งมากงั้นหนูไปตามพี่ชายมาเล่นด้วยก็ได้”
“ไม่เป็นไรจ๊ะ” ขณะถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังก้มหน้ามอง มู่อวี้เฉิงก็เดินเข้ามากอดจากทางด้านหลัง
“มีฉันอยู่แล้วทั้งคน ไม่ต้องไปตามคนอื่นหรอก”
สวี่หลันหลันกะพริบตา “แต่ตอนนี้พี่สุดหล่อกำลังยุ่งอยู่ไม่ใช่เหรอคะ? ถ้าพี่ยุ่งมาก พี่คนสวยก็จะอยากได้เพื่อนเล่น ไม่งั้นเล่นคนเดียวจะไม่น่าเบื่อแย่เหรอคะ?”
“อวี้เฉิง เรื่องที่บริษัทเป็นยังไงบ้าง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเขาแล้วพูดต่อ “ถ้าคุณมีงานยุ่งมากคุณกลับไปก่อนก็ได้นะ ฉันจะอยู่ที่นี่ต่ออีกสักพัก”
เธออยากจะอยู่ที่นี่ให้นานกว่านี้อีกสักหน่อย ช่วงนี้สภาพจิตใจของเธอไม่ดีเลยและหลายสิ่งหลายอย่างในประเทศก็หนักหนามาก
เธอทนแบกรับไม่ไหวแล้ว แต่ต้องยอมรับว่าสภาพแวดล้อมที่นี่ดีมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลง “คุณไม่ต้องห่วงหรอก ฉันอยู่ที่นี่ไม่เป็นอะไร แต่จ้าวเทียนโทรมาหาคุณคงจะมีเรื่องอะไรสักอย่าง”
“ตอนนี้เลื่อนงานออกไปไม่ได้แล้ว”
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงมืดมนลง ออร่าดุดันที่แสดงถึงผู้มีอำนาจเปล่งประกายออกมา
ทำให้บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนเงียบเชียบลง
สวี่หลันหลันรู้สึกได้เช่นกันจึงหยุดพูดทันที
“ถงเหมี่ยวเหมี่ยว”
“อืม?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นมองเขา “ก็จ้าวเทียนโทรมาหาคุณไม่ใช่เหรอ? ในเมื่อมันเป็นเรื่องงานเราก็ต้องกลับไปสะสางงานก่อนสิ”
“ถ้าตอนนี้กู้ชิงมีปัญหา ฉันก็คงจะกลับไปเหมือนกัน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม “ฉันบอกคุณแล้วไงว่าฉันไม่เป็นไร คุณไม่ต้องห่วง ฉันอยู่ที่นี่คนเดียวได้ไม่เป็นไรหรอก”
พอรู้ว่ามู่อวี้เฉิงกำลังจะจากไป เธอก็รู้สึกใจหายอยู่ลึก ๆ
แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอะไรนอกเหนือจากนั้น
“ผมพาคุณออกมาด้วย ผมไม่ปล่อยคุณไว้ที่นี่คนเดียวหรอก” มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธออยู่นานและถอนหายใจ “ไม่ต้องห่วง ไม่ว่างานที่บริษัทจะสำคัญแค่ไหนแต่มันก็ไม่สำคัญไปกว่าคุณหรอก”
“ผมเตือนจ้าวเทียนแล้วว่าถ้าหลังจากนี้มีอะไรอีกก็ให้ไปถามลู่หมิง ถ้าเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกผมจะไม่เก็บเธอไว้”
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงดูเย็นชาขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจเล็กน้อยและค่อย ๆ ยิ้ม “ฉันนึกว่าคุณจะให้ความสำคัญกับบริษัทมากกว่า”
“แต่ฉันไม่ใช่คนใจร้ายใจดำขนาดนั้นนะ ถ้าเกิดเรื่องขึ้นในบริษัทจริง ๆ…”
แต่ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดจบ เธอก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิง “ไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคุณแล้ว ถ้าไม่มีคุณ ทุกอย่างก็ไม่มีความหมาย”
สายลมอันอบอุ่นผ่านมา ทำให้ทั้งสองคนกอดกันแน่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้ว่าเธออยู่ในอ้อมแขนเขานานขนาดไหน จนกระทั่งเสียงเชียร์ดังมาจากระยะไกล
ใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เปลี่ยนเป็นสีแดงทันที
มู่อวี้เฉิงชอบที่ได้โอบกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวนาน ๆ และเขาก็ยิ้มเบา ๆ
รอบตัวพวกเขามีคนยิ้มส่งกำลังใจให้ไม่น้อย
สวี่หลันหลันรีบปรบมือและให้พรแก่ทั้งสอง
ขณะเดียวกัน ร่างหนึ่งมองไปทางนั้นดวงตามืดมนก่อนจะเดินจากไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเที่ยวเล่นอย่างมีความสุขมาก จนกระทั่งกลับไปถึงวิลล่า เธอก็โยนตัวเองลงบนเตียงและถอนหายใจ “วันนี้เหนื่อยจัง คนที่นี่นิสัยดีกันมาก”
“ดอกไม้ไฟตอนกลางคืนก็สวยมากด้วย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนึกทบทวนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนี้ด้วยความรู้สึกหลากหลาย
“รีบไปอาบน้ำเถอะ” มู่อวี้เฉิงเดินเข้าไปหาแล้วดึงเธอเข้ามากอด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโอบกอดเขาอย่างเคยชิน “ฉันยังไม่อยากขยับเลย”
“ไม่อยากขยับเหรอ งั้นรอก่อนเถอะเดี๋ยวก็ขยับไม่ได้เอง” มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอด้วยดวงตาแฝงความหมาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจได้ในทันทีและรีบลุกขึ้น วันนี้เธอเหนื่อยมามากแล้วและไม่อยากอดหลับอดนอนอีกคืน