พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 869 รับมือไม่ง่าย
ตอนที่ 869
รับมือไม่ง่าย
ขณะเดียวกัน หลังจากรถยนต์จอดลง มู่อวี้เฉิงก็ก้าวขายาวออกมา จ้องมองมาตรงหน้าด้วยสายตามืดมน
จากมุมมองของเขา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังโน้มตัวอยู่ในอ้อมกอดของผู้ชายคนนั้น
“เหมี่ยวเหมี่ยว” มู่อวี้เฉิงเอ่ยเสียงทุ้ม
สวี่เฉิงถิงที่ประครองถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้ชี้นิ้วไปทางด้านหลังเธอ เธอจึงเห็นเข้ากับมู่อวี้เฉิง
“อวี้เฉิงมาแล้วเหรอ” หลังจากได้สติกลับคืนมา ทั้งสองก็พบว่าท่าทางของพวกเขาดูจะไม่เหมาะสมจึงรีบลุกขึ้นยืน
“มาแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้าวเข้ามาข้างหน้า แต่แล้วสายตาเธอก็สะดุดเข้ากับจ้าวเทียนที่ยืนอยู่ทางด้านหลังเขา ใบหน้าของเธอเปลี่ยนเป็นมืดมนโดยเฉียบพลัน นิ่งเงียบและมองดูมู่อวี้เฉิงด้วยสายตาไม่พอใจ
“วันนี้คุณมาที่นี่ทำไม?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามเสียงต่ำ
มู่อวี้เฉิงหรี่ตาลง “แม่ให้ผมมาผมก็มา”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นยืนและเธอยังไม่ยอมขยับไปไหน ที่นี่คือบ้านเก่าตระกูลมู่แต่มู่อวี้เฉิงกลับพาจ้าวเทียนมาที่นี่ด้วย
ทำแบบนี้หมายความว่ายังไง เรื่องส่วนตัวไม่ควรกลายเป็นส่วนหนึ่งของบริษัท
“เดี๋ยวคุณมู่จะมีเจรจาสัญญาต่อค่ะ ข้อตกลงบางส่วนยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ฉันก็เลยติดตามเขามาด้วย”
ดูเหมือนว่าจ้าวเทียนจะรู้ทันความคิดของเธอ “สัญญานี้สำคัญมากและต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิดค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันหน้าไปมองหล่อนด้วยรอยยิ้มที่หุบลง
“งั้นเหรอ? ก็แค่เรื่องงาน ไม่เห็นจำเป็นจะต้องจับตาดูตลอดเวลาเลยนี่ ถ้าเป็นแบบนั้นอวี้เฉิงจะไม่เหนื่อยหน่ายกับงานที่บริษัทจนตายเลยเหรอ ไม่งั้นจะจ้างพนักงานอย่างพวกเธอทำไมล่ะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามกดดันด้วยเสียงทุ้ม
ท่าทางของจ้าวเทียนดูเหมือนจะกำลังประกาศความเป็นเจ้าของอยู่ หล่อนต้องการบอกอะไรกับเธอ?
จะบอกว่าได้เข้ามาตระกูลมู่แล้วงั้นเหรอ?
“คุณหนูสะใภ้คะ วันนี้เป็นกรณีพิเศษเฉย ๆ ค่ะ” จ้าวเทียนเชิดหน้าอย่างมั่นใจ ไม่ได้ถ่อมตัวหรือวางท่าหยิ่งยโส
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองด้วยสายตาเย็นชา “งั้นเหรอ? ถ้ามีกรณีพิเศษหนึ่งครั้ง เดี๋ยวครั้งที่สองที่สามก็จะตามมาไม่ใช่หรือไง?”
“เหมี่ยวเหมี่ยวมานี่” แต่ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดจบ เธอถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิง เธอพยายามดิ้นรนแต่กลับถูกปราบปรามเอาไว้
เธอหันไปมองคนข้าง ๆ และอยู่ในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิงอย่างเชื่อฟัง
“หมอสวี่” มู่อวี้เฉิงหันไปมองเขาและแสยะยิ้มมุมปาก “ผลตรวจเป็นยังไงบ้างครับ”
“ร่างกายของคุณนายลิ่นไม่ได้มีปัญหาอะไรครับ แต่ยังต้องคอยดูแลให้ดี พยายามทำตัวอ่อนโยน ไม่ให้หงุดหงิดมากจนเกินไป” สวี่เฉิงถิงตอบรับอย่างสุภาพแต่ไม่ได้แต่ไม่ได้ถ่อมตัวหรือวางท่าทางหยิ่งยโส
ขณะที่ชายหนุ่มสองคนกำลังพูดคุยกันอยู่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ได้กลิ่นประกายไฟบางอย่างฟุ้งอยู่ในอากาศ
เธอจับเสื้อมู่อวี้เฉิงแน่นและมองไปทางเขา
“ถ้าไม่มีอะไรเพิ่มเติม ผมขอตัวก่อนนะครับ” สวี่เฉิงถิงตอบรับอย่างสุภาพ และมันก็เป็นเพียงแค่เรื่องธรรมดาเท่านั้น
“งั้นเหรอ?” มู่อวี้เฉิงหรี่ตาลงและแสยะยิ้มอย่างเย็นชา “หมอสวี่ บางทีคนเราก็ชอบมีความคิดที่ไม่ควรมี เพราะงั้นอย่าคิดอะไรให้มากเกินไปนะครับ”
“คุณมู่หมายความว่ายังไงครับ ที่ว่าไม่ควรคิดผมก็พอจะเข้าใจได้อยู่” สวี่เฉิงถิงยิ้มอย่างอ่อนโยน
มู่อวี้เฉิงจ้องเขม็งไปทางเขา
สองคนนี้กำลังเล่นอะไรกันอยู่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวงุนงงและไม่เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเลย
“หมอสวี่เข้าใจที่ผมหมายถึงมั้ยครับ” มู่อวี้เฉิงพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชา
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่ใช่คนหัวไวแต่เธอก็รู้สึกได้ถึงความตึงเครียดระหว่างทั้งสองคนนี้
สถานการณ์เมื่อครู่นี้มันไม่ใช่เรื่องที่เกี่ยวข้องกัน
“คุณมู่เหลือเวลาไม่มากแล้วนะคะ” จ้าวเทียนพูดเตือน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองจ้าวเทียน ดวงตาแสดงออกถึงความไม่พอใจ
“ไปกันเถอะ” มู่อวี้เฉิงพูดพร้อมดึงถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตรงไปข้างหน้า ปล่อยให้จ้าวเทียนเดินตามหลังมาด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ครั้งหน้าฉันไม่ต้องการเจอจ้าวเทียนอีก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเบา ๆ และพยายามขัดขืนอยู่ในอ้อมกอดของเขา
มู่อวี้เฉิงดึงเธอไปข้างหน้า โน้มตัวลงมากระซิบบางอย่างจนทำให้เธอหน้าแดงก่ำ
เขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เข้าใจเลย
สวี่เฉิงถิงมองดูเธอเดินจากไป เม้มปากแน่นและคิดอะไรบางอย่างเงียบ ๆ ก่อนจะเดินออกไป
ขณะเดียวกันซ่งฉิงปลอบโยนลิ่นอวี๋เหยียนเสร็จแล้วและบังเอิญเดินออกมาเจอมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังเดินเข้ามา
“อวี้เฉิงมาทำอะไร” ซ่งฉิงจ้องมองจ้าวเทียนอยู่ครู่หนึ่ง “นี่คงจะเป็นเลขาคนใหม่แน่ ๆ”
“ดูเก่งอย่างที่พูดกันเลยนะ” ซ่งฉิงยิ้มเล็กน้อย
“มันคือความรับผิดชอบของเลขาอย่างพวกเราค่ะ” จ้าวเทียนในฐานะเลขานุการ ทำทุกอย่างที่ควรจะทำ
จะให้คนนอกมาตำหนิไม่ได้
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับรู้สึกว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา
หล่อนกำลังหาผลประโยชน์
“แม่ทูนหัว ตอนนี้แม่กลับไปพักผ่อนข้างบนแล้วเหรอคะ”
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเปลี่ยนเรื่อง ซ่งฉิงก็มองมา “ตอนนี้เธอไปพักผ่อนแล้วล่ะ อวี้เฉิงมาที่นี่คงมีเรื่องจะคุยกับ อวี๋เหยียนล่ะสิ”
“ในเมื่อแม่ไปพักผ่อนแล้ว ผมก็จะไม่ไปรบกวนครับ”
“ทำไมวันนี้พาเลขามาด้วยล่ะ?” ซ่งฉิงถาม “ปกติจะกลับมาคนเดียวไม่ใช่เหรอ”
“ช่วงนี้งานยุ่งน่ะค่ะ เดี๋ยวจะต้องไปเจรจาเรื่องความร่วมมือต่อ ฉันก็เลยติดสอยห้อยตามมาด้วย” มู่อวี้เฉิงยังไม่ทันจะพูดตอบ จ้าวเทียนก็พูดขัดขึ้นมาก่อน
ซ่งฉิงขมวดคิ้วแสดงสีหน้าไม่พอใจ
“แม่ทูนหัว นี่เลขาที่หนูเล่าให้ฟังไงค่ะ เก่งมากที่สุด” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสยะยิ้มขณะจ้องมองหล่อน
ตัวตนของหล่อนเป็นแค่เลขานุการ
รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวเทียนแข็งข้าง หล่อนยิ้มแหย ๆ แล้วไม่พูดอะไรอีก
จากนั้นพวกเขาก็พูดคุยเรื่องอื่น ๆ กัน ทำให้จ้าวเทียนดูแปลกแยกไปจากที่นี่
หล่อนไม่พอใจแต่หล่อนไม่สามารถแสดงออกมาได้
“แม่ลงมาทำไมคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลุกขึ้นยืนและมองไปที่ชั้นบน
ลิ่นอวี๋เหยียนค่อย ๆ เดินลงมา สายตาจับจ้องไปที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก่อนจะหันไปมองจ้าวเทียน
“คุณนายลิ่น ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ ได้ยินมาว่าช่วงนี้สุขภาพไม่แข็งแรง หนูเลยแวะมาเยี่ยมค่ะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนพยักหน้าตอบรับเบา ๆ บ่งบอกว่าเธอรับรู้แล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว แม่รู้จักกับผู้หญิงคนนี้ได้ยังไง?
ขณะที่เธอกำลังนึกสงสัยอยู่ มู่อวี้เฉิงก็พูดปลอบโยนให้เธอสบายใจ
ก็แค่รู้จักกัน
“ใช่ ไม่ได้เจอกันนานเลย” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดตอบและมองดูจ้าวเทียนด้วยสายตาอ่อนโยน
จ้าวเทียนพูดคุยกับลิ่นอวี๋เหยียนต่อ
ซ่งฉิงมีสีหน้าแปลกใจเล็กน้อย
ขณะเดียวกันถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเธอกลายเป็นคนนอกไปโดยปริยาย
เธอนั่งเงียบ ๆ นั่งฟังบทสนทนาแล้วไม่ได้พูดอะไรออกไป
“ทีหลังมาเยี่ยมกันบ่อย ๆ นะ” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดพลางลูบหลังมือของจ้าวเทียนอย่างอ่อนโยน
กระทั่งพูดคุยกันไปได้สักพักหนึ่ง ลิ่นอวี๋เหยียนก็รู้สึกเหนื่อยล้าจึงเดินขึ้นไปพักผ่อนที่ชั้นบน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองจ้าวเทียนอยู่พักหนึ่งแล้วไม่พูดอะไร
“คุณหนูสะใภ้สงสัยอะไรหรือเปล่าคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสยะยิ้ม “ไม่สงสัยหรอก แค่รู้สึกว่าฝีมือเธอนี่มันยอดเยี่ยมจริง ๆ”
“หมายถึงเรื่องระหว่างฉันกับคุณนายลิ่นเหรอคะ? เราเคยรู้จักกันมาก่อนค่ะ” จ้าวเทียนตอบรับอย่างมั่นใจและวางท่าทางสูงส่ง
“บังเอิญดีจริง ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดทิ้งท้ายด้วยสีหน้าที่ไม่อาจคาดเดาได้
เนื่องจากมีเรื่องงานรออยู่ มู่อวี้เฉิงจึงไม่นั่งอยู่นานและรีบกลับออกไปทันที
ซ่งฉิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วถอนหายใจ “ก็น่าเป็นห่วงอยู่นะ ดูผู้หญิงคนนั้นรับมือไม่ง่ายเลย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูจ้าวเทียนด้วยแววตาลึกซึ้ง เธอเองก็รู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดา