พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 870 ไม่มีใครรับผิดชอบได้
ตอนที่ 870
ไม่มีใครรับผิดชอบได้
ท้องฟ้ายามค่ำคืนค่อย ๆ มืดหม่นลง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรออยู่บ้านมานานแล้ว หลังจากเงยหน้ามองดูนาฬิกาอยู่หลายครั้ง ความอดทนของเธอก็ค่อย ๆ หมดลง
เสียงจอดรถดังขึ้นมาจากข้างล่าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบเดินออกไปและเห็นว่าจ้าวเทียนเดินตามหลังมู่อวี้เฉิงเข้ามา ดวงตาของเธอก็มืดมนลงทันที
“คุณหนูสะใภ้ คุณมู่ดื่มไปนิดหน่อย ฉันเลยขับรถพาเขามาส่งค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปประคองมู่อวี้เฉิงขณะจ้องเขม็งไปทางหล่อน
ดวงตาของจ้าวเทียนแฝงไปด้วยความพึงพอใจเล็กน้อย “คุณหนูสะใภ้ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงประคองมู่อวี้เฉิงเอาไว้แต่ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความโกรธ
“เหมี่ยวเหมี่ยว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังโกรธอยู่จึงไม่อยากขานรับ
ทันใดนั้นมู่อวี้เฉิงก็สวมกอดเธอแน่นจนเธอเผลอร้องอุทานออกมา “คุณทำอะไร”
“วันนี้ผมเห็นคุณถูกหมอสวี่กอด ผมเห็นหมดนะ” มู่อวี้เฉิงขบหูเธอเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่นสะท้านไปทั่วทั้งตัวและจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
“คุณยังมีหน้ามาพูดเรื่องฉันอีก คุณก็กลับมากับ จ้าวเทียนกลางดึกดื่นเหมือนกันแหละ ฉันยังไม่ว่าอะไรคุณเลย”
ถ้าเขาไม่อยากดื่มก็ไม่มีใครสามารถบีบบังคับเขาได้
หมายความว่าวันนี้เขายอมดื่มด้วยความสมัครใจ
เธอจะไม่โกรธได้ยังไง?
มู่อวี้เฉิงหัวเราะเบา ๆ เสียงของเขาทุ้มลึกและมีเสน่ห์มาก “คุณหนูสะใภ้ก็รู้ทุกอย่างแล้วนี่ครับ”
“คุณรู้เรื่องหมอสวี่ตั้งแต่เมื่อไหร่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากถกเถียงกับเขาเรื่องนี้จึงพยายามพูดเบี่ยงประเด็น
“รู้ตั้งแต่แรกแล้ว คนคนนี้ไม่ธรรมดา เหมี่ยวเหมี่ยวคุณต้องระวังตัวนะ” มู่อวี้เฉิงพูดและดึงเธอเข้าไปในอ้อมกอด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้กลิ่นแอลกอฮอล์เจือจางผสมกับกลิ่นเย็น ๆ อันเป็นเอกลักษณ์บนร่างกายของเขา ทำให้เธอรู้สึกเหมือนถูกดึงดูดเข้าไป
“ช่างเถอะ จ้าวเทียนล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขาจะปล่อยจ้าวเทียนให้เข้ามาใกล้ เพราะเขาค่อนข้างสงวนตัว ไม่ค่อยยอมให้ใครเข้ามาใกล้ง่าย ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้จักผู้ชายของเธอเป็นอย่างดี
“ถ้าคุณไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร แต่จ้าวเทียนนั่นน่ะ ฉันไม่อยากเจอหน้าหล่อนอีกแล้ว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอนกายอยู่ในอ้อมกอดเขาและพูดจาอย่างดุร้าย
แม้ว่าจะดูโกรธมากแต่กลับไม่ได้สร้างความอันตรายอะไร
มู่อวี้เฉิงดูจะชื่นชอบท่าทางของเธอมากและกอดเธอไว้ในอ้อมกอดแน่น
“ทุกอย่างตามใจคุณเลย” มู่อวี้เฉิงยิ้มไปถึงดวงตาและพูดเอาอกเอาใจเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มตอบรับอย่างพึงพอใจ
ดูเหมือนว่ามู่อวี้เฉิงจะตระหนักได้และหาวิธีการจัดการเรื่องนี้แล้ว
แต่สิ่งที่ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจมากที่สุดคือจ้าวเทียนกับลิ่นอวี๋เหยียนรู้จักกัน
ดูเหมือนว่ามู่อวี้เฉิงจะตรวจสอบเรื่องนี้มาเช่นกัน
เรื่องของจ้าวเทียนยังคงติดอยู่ในใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ขณะเดียวกันโครงการที่ดินในเขตเมืองตะวันออกกำลังอยู่ในระหว่างการพัฒนา และบริษัทก็ให้ความสนใจกับโครงการนี้อย่างมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไปสะสางงานต่อ และเป็นเพราะโครงการนี้
เธอจึงยุ่งขึ้นมาก
“คุณถง พวกเราเตรียมพร้อมเสร็จแล้วค่ะ” กู้ชิงยืนอยู่ข้างเธอ ในมือถือแฟ้มเอกสาร ดูเป็นทางการและเป็นระเบียบเรียบร้อยมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า โครงการที่ดินในเขตตะวันออกจะเปิดประมูลในวันนี้
โครงการนี้ทำให้ทีมงานในบริษัทไม่ได้หยุดพักเลยทั้งเดือน
“เตรียมตัวเสร็จแล้วก็ไปกันเลย”
ทีมงานของเธอมีเพียงสิบคนเท่านั้น แต่ทุกคนล้วนเป็นยอดฝีมือในบริษัท
สำหรับโครงการนี้ บริษัทตั้งใจจะชนะการประมูลให้ได้
ในงานประมูลนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้พบกับผู้เข้าร่วมงานเก่าแก่หลายคน
ไม่มีใครยอมปล่อยการประมูลในครั้งนี้ไป
“สวัสดีค่ะทุกท่าน ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่งานประมูล หวังว่าทุกท่าน…”
หลังจากได้ยินเสียงกล่าวเปิดงาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตกตะลึงทันที
ทำไมคนที่ขึ้นมาพูดถึงเป็น
จ้าวเทียน?
ถ้าจ้าวเทียนขึ้นมาพูดก็หมายความว่าโครงการนี้เป็นของมู่กรุ๊ป
เนื่องจากโครงการนี้ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดล่วงหน้า พอเธอรู้เรื่องนี้มันก็ทำให้เธอตกใจมาก
“คุณถงเป็นอะไรไปคะ?” กู้ชิงถาม
“ไม่มีอะไร แค่โมโหนิดหน่อย” เธอโมโหที่มู่อวี้เฉิงไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเธอเลย
เธอจะไม่โมโหได้ยังไง?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโมโหแทบตาย
“โครงการนี้ได้รับการสนับสนุนจากมู่กรุ๊ป หวังว่าทุกท่านจะเสนอแผนการที่ดีที่สุดเพื่อให้ความร่วมมือที่เป็นประโยชน์กันนะคะ” หลังจากจ้าวเทียนพูดทิ้งท้าย เสียงปรบมือก็ดังขึ้น
กู้ชิงตกใจมาก โครงการนี้เป็นของมู่กรุ๊ปเหรอ?
หลายคนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงดี และตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สนใจโครงการนี้เช่นกัน
ไม่มีอะไรที่แข็งแกร่งไปกว่าการร่วมมือของคู่สามีภรรยาแล้ว
มู่อวี้เฉิงที่อยู่ด้านล่างลุกขึ้นยืนและกวาดสายตามองทุกคนอย่างเย็นชา ใบหน้าอันหล่อเหลาดูไม่แยแสอย่างมาก ทำให้ผู้คนรู้สึกถึงอำนาจและความสง่างามที่ไม่สามารถล่วงละเมิดได้ “ทุกท่านก็แค่ทำตามปกติเลยครับ”
แสงไฟที่ส่องผ่านไปบนใบหน้าของเขาทำให้เขาดูเหมือนรูปปั้นประติมากรรม ผิวเนียนละเอียด โครงหน้าได้รูปมีมิติ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูใบหน้าเขาแล้วอยากจะวิ่งเข้าไปต่อยเต็มที
เรื่องสำคัญขนาดนี้ทำไมไม่บอกเธอเลย
การแข่งขันในครั้งนี้ถือว่าเป็นการเจรจาครั้งสำคัญมาก ผู้บริหารระดับสูงทั้งหลายจะหารือเกี่ยวกับพันธมิตรอีกครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งอยู่แถวหลัง และในไม่ช้าก็ถึงคราวที่พวกเขาจะต้องขึ้นเวทีไปหารือเกี่ยวกับโครงการความร่วมมือนี้
เธอสวมชุดสูทมืออาชีพและรองเท้าส้นสูงสี่นิ้ว ดูเรียบง่าย มีความเป็นมืออาชีพและมีไหวพริบ จากนั้นก็เดินขึ้นไปบนเวทีและส่งยิ้มให้มู่อวี้เฉิงเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าและส่งยิ้มให้จ้าวเทียน ก่อนจะเริ่มอธิบายแผนการของโครงการนี้
หลายคนด้านล่างนั่งฟังกันเงียบ ๆ และคอยชื่นชมแผนการของถงเหมี่ยวเหมี่ยว มันเป็นแผนการที่ดีจนหลายคนเริ่มพูดเกี่ยวกับมัน ในส่วนของเงินทุนและการวางแผนก็ถือว่าจัดการได้ดีมาก ไม่มีข้อบกพร่องให้เห็นเลย
ทว่าจ้าวเทียนไม่ยอมให้แผนการความร่วมมือของเธอผ่านไปง่าย ๆ “แผนการของคุณถือว่าดีมากเลยค่ะ แต่ดูเหมือนว่าจะสมบูรณ์แบบเกินไปหน่อย”
“ถ้าเกิดมีปัญหาระหว่างการร่วมมือ มันจะกลายเป็นเรื่องร้ายแรงได้นะคะ” จ้าวเทียนพูดและยิ้มเบา ๆ
“ทางเราได้พิจารณาความกังวลของคุณเลขาจ้าวไว้ตั้งแต่แรกแล้วค่ะ เราจะคอยติดตามและจัดการตามข้อตกลงของบริษัทอย่างเคร่งครัด”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืดตัวตรง แสดงถึงความเป็นมืออาชีพและมั่นใจในตัวเองมาก
สีหน้าของจ้าวเทียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย “เราทุกคนเชื่อมั่นในการดำเนินการของคุณถงอยู่แล้วค่ะ แต่มู่กรุ๊ปของเราจะต้องระมัดระวังเกี่ยวกับข้อตกลงนี้ให้มาก เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมาก็ไม่มีใครสามารถรับผิดชอบได้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “นั่นคือสิ่งที่เราจะต้องระมัดระวังค่ะ”
“ไม่ทราบว่าคุณเลขาจ้าวกังวลเกี่ยวกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดอะไรที่จะเกิดขึ้นระหว่างการประมูลหรือเปล่าคะ?”
จ้าวเทียนยิ้มมุมปากเบา ๆ “ไม่ได้กังวลอะไรหรอกค่ะ แต่ทุกคนรู้เรื่องความสัมพันธ์ระหว่างคุณกับคุณมู่ดี ถ้าเกิดว่าข้อตกลงครั้งนี้มีปัญหาก็เกรงว่าคุณถงจะเจอปัญหาเรื่องการร่วมมือในอนาคตได้นะคะ แล้วมันจะ…”
สีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนไปทันที ขณะเดียวกันสีหน้าของผู้คนในห้องก็เปลี่ยนไปด้วย
นี่คือข้อกังวลที่ใหญ่ที่สุดของพวกเขา
“เลขาจ้าว มันไม่ใช่ประเด็นหลักที่เราจะหารือกันไม่ใช่เหรอคะ? ไม่ทราบว่าคุณมีข้อสงสัยอะไรเกี่ยวกับแผนการความร่วมของฉันอีกบ้างมั้ยคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองจ้าวเทียนโดยไม่แสดงสีหน้า ใด ๆ
“มันไม่ใช่ประเด็นหลักในการหารือก็จริง แต่ใครหลายคนด้านล่างก็กังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้ และยังเป็นเรื่องที่ต้องนึกถึงผลประโยชน์ของบริษัทด้วย หวังว่าคุณถงจะเก็บไปพิจารณานะคะ”