พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 871 ละเลยหน้าที่
ตอนที่ 871
ละเลยหน้าที่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองหล่อนอย่างเย็นชา ขณะที่ จ้าวเทียนกดดันอย่างไม่ลดละ
“แน่นอนว่าการร่วมมือก็ต้องยึดหลักเรื่องการร่วมมือเป็นสำคัญ นี่เป็นแค่ปัญหาที่ทางเราคิดไว้เท่านั้น ภายนอกคุณถงดูมีความสามารถเสมอ ย่อมคิดหาวิธีการที่ดีที่สุดได้อยู่แล้วล่ะค่ะ”
คำพูดดังกล่าวดูเหมือนกำลังชมเชยถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่ที่จริงมันคือการบอกว่าเธอไม่มีความสามารถ
ภายนอกดูเหมือนจะมีความสามารถสูง แต่ที่จริงแล้วเป็นเพราะว่ามีมู่อวี้เฉิงอยู่เบื้องหลังต่างหาก ถ้าไม่มีมู่อวี้เฉิง เธอก็ไม่มีความสามารถอะไรเลย
ในฐานะผู้หญิง เธอมักจะถูกสังคมภายนอกโจมตีด้วยการคำพูดแบบนี้เสมอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจความหมายของคำพูดดังกล่าว เธอจึงยกยิ้มมุมปากอย่างเย็นชา “เรื่องความร่วมมือก็ต้องยึดหลักที่ทั้งสองฝ่ายได้ผลประโยชน์ร่วมกันสิคะ ไม่ทราบว่าเลขาจ้าวพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงเหรอคะ มีความหมายอะไรแอบแฝงอยู่หรือเปล่า”
“คุณถงเข้าใจผิดแล้วค่ะ ฉันแค่พูดถึงเรื่องที่ทุกคนกำลังกังวลกันอยู่ ถ้าคุณถงสามารถรับประกันได้ว่าในอนาคตจะไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น”
จ้าวเทียนหยุดพูด
เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์จึงไม่มีใครสามารถทำจิตใจให้สงบได้
ความโกลาหลเริ่มดังมาจากทางด้านล่าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเสียหน้าอีกครั้ง เธอยืนนิ่งพร้อมกับเม้มปากแน่น ไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
สายตาของจ้าวเทียนฉายแววพึงพอใจ “ถ้าอย่างนั้นเชิญ…”
“เดี๋ยวก่อน”
ดวงตาของมู่อวี้เฉิงจ้องมองไปข้างหน้าอย่างลึกล้ำและฉายแววเย็นชา “เรื่องงานก็ส่วนเรื่องงาน เรื่องส่วนตัวก็คือเรื่องส่วนตัว สิ่งที่คุณถงทำลงไปก็ชัดเจนต่อหน้าทุกคนแล้ว และสำหรับแผนงานในครั้งนี้”
มู่อวี้เฉิงหยุดพูดชั่วขณะและยิ้มมุมปาก “เราจะคัดเลือกคนที่ดีที่สุด ส่วนแผนการของคุณถงดีหรือไม่ ทุกท่านก็ได้เห็นกันไปแล้ว”
สีหน้าของจ้าวเทียนเปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ยิ้ม “อย่างนั้นแหละค่ะ อย่างที่คุณมู่พูดเลย”
ดวงตาเย็นชาของมู่อวี้เฉิงจ้องมองไปที่จ้าวเทียนเงียบ ๆ เขายิ้มมุมปากเล็กน้อยและแผ่รังสีความเย็นชาออกมาจากร่างกาย “ผมไม่อยากได้ยินใครพูดสงสัยเกี่ยวกับความสามารถของคุณถงอีก”
“ไม่ต้องพูดเพิ่มเติมถึงความสามารถของเธอแล้ว”
จ้าวเทียนยิ้มเหยเกเพื่อบ่งบอกว่าหล่อนรับรู้แล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองหล่อนอย่างเย็นชา “เลขาจ้าวมีคำถามอื่นอีกมั้ยคะ?”
“เกี่ยวกับความร่วมมือในครั้งนี้ แน่นอนว่าไม่มีแล้วค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกวาดสายตามองรอบ ๆ และเดินลงไปข้างล่าง
การคัดเลือกในรอบแรกเสร็จสิ้นลงแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังคงไม่ผ่อนคลายเหมือนเช่นเคยเพราะยังมีคู่ต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมอีกหลายรายรออยู่ข้างหน้า ในครั้งนี้พวกเธอยังถือว่าไม่ใช่ผู้สมัครที่ดีที่สุด
และยังมีข้อผิดพลาดอีกด้วย ซึ่งถือว่าสิ่งที่ต้องปรับปรุง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปเติมเครื่องสำอางในห้องน้ำด้วยสีหน้าเย็นชา
“คุณถง บังเอิญจัง มาแต่งหน้าเหมือนกันเลยค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ถือลิปสติกอยู่หยุดชั่วคราวแล้วหันไปมองด้านข้าง “มีอะไร?”
“เห็นว่าคุณถงเข้ามาแต่งหน้าอยู่ที่นี่ก็เลยเดินเข้ามาทักทายน่ะค่ะ” จ้าวเทียนเดินเข้ามาหาด้วยรอยยิ้ม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากจะสนใจหล่อน
สำหรับคนประเภทนี้ วิธีที่ดีที่สุดคือการมองข้ามหล่อนไป
สีหน้าของจ้าวเทียนเปลี่ยนไปเล็กน้อย “คุณถงมีความสามารถมากเลยค่ะ แต่ในการร่วมมือครั้งต่อไปยังต้องทำให้มากกว่านี้…”
“จ้าวเทียน เธอภูมิใจมากนักหรือไง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทาลิปสติกเสร็จแล้วจึงยืนตัวตรงและสยายผมให้ไปกองอยู่ทางด้านหลัง
“หรือเธอคิดว่าได้เป็นแค่เลขาก็เก่งมากแล้ว? คิดว่าจะมาชี้นิ้วสั่งการชีวิตของประธานบริษัทได้เหรอ?”
จ้าวเทียนนึกไม่ถึงว่าเธอจะถามคำถามอย่างตรงไปตรงมาแบบนี้ จนมันทำให้หล่อนรู้สึกอึดอัด
“คุณถงพูดแบบนี้หมายความว่ายังไงคะ ใคร ๆ ก็รู้ว่าคุณคือผู้หญิงของท่านประธาน เพราะงั้นฉันไม่กล้ามีความคิดแบบนั้นหรอกค่ะ”
จ้าวเทียนพูดออกมาอย่างงุ่มง่าม แต่กลับไม่ยอมถอยแม้แต่น้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเยาะมุมปาก “คนฉลาดเขาก็ชอบคุยกับคนฉลาดทั้งนั้นแหละ น่าเสียดายที่เธอไม่ใช่คนฉลาด”
“อย่าให้ถึงตอนสุดท้ายล่ะ เพราะเธอไม่มีคุณสมบัติด้วยซ้ำ และอย่าหาว่าฉันไม่เตือนเธอล่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดจบและไม่ได้พูดอะไรเพิ่มเติม เพียงแค่หันหลังเดินออกไป
ทิ้งให้จ้าวเทียนยืนทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่ที่เดิม
“ทำไมเข้าไปนานจังคะ?” กู้ชิงถือเอกสารอยู่และพูดถามด้วยความประหลาดใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มเบา ๆ “ไปเจอคนน่าขยะแขยงในห้องน้ำมาน่ะ”
จากนั้นเธอก็เล่าเรื่องทั้งหมดให้กู้ชิงฟัง
กู้ชิงมีสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ในโลกนี้ยังมีคนน่าขยะแขยงแบบนี้อยู่จริง ๆ เหรอคะเนี่ย”
“ใคร ๆ ก็รู้ว่ามู่อวี้เฉิงเป็นสามีของคุณ ยังกล้ามาเบ่งคุณได้ยังไงคะ เดี๋ยวฉันขึ้นไปสั่งสอนเธอให้เองค่ะ”
“ไม่ต้องหรอก อวี้เฉิงรู้ตัวดี” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกนิ้วขึ้นมาเคาะโต๊ะครั้งแล้วครั้งเล่า
“อวี้เฉิงจะไม่ตกหลุมรักคนแบบนี้ ฉันกับอวี้เฉิงอยู่ด้วยกันมาหลายปีแล้ว ฉันจะไปกังวลเกี่ยวกับหล่อนทำไม”
สิ่งที่เธอกังวลมากที่สุดคือสิ่งที่มู่อวี้เฉิงกำลังจะได้รับ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจ “ไม่ต้องห่วง ก็แค่เลขาน่ะ ฉันไม่ลดตัวลงไปเถียงกับเลขาหรอก”
พอกู้ชิงเห็นว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ก็ถอนหายใจเบา ๆ
“งั้นต้องระวังหน่อยนะคะ คนแบบนี้ได้อยู่ข้างคุณมู่หน่อยก็มั่นหน้ามั่นโหนกเกิน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดให้เธอวางใจ “เรื่องระหว่างฉันกับ อวี้เฉิงน่ะ ไม่ต้องถึงขั้นให้ใครมาพูดหรอก”
กู้ชิงได้ยินเช่นนั้นก็รู้สึกเบาใจขึ้นมาหน่อย
พิจารณาจากการประมูลอย่างรอบคอบแล้ว บริษัทของพวกเขายังมีความเป็นไปได้สูงที่จะบรรลุผลในการประมูลครั้งนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองด้วยดวงตาหนักอึ้ง
หลังจากนั้นการประมูลก็สิ้นสุดลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะกลับไป เธอออกมายืนรอมู่อวี้เฉิงอยู่ที่หน้าประตู
เธออยากจะถามเขาอย่างจริงจังว่าทำไมเขาถึงไม่บอกเรื่องนี้กับเธอเลย
ถ้าเขาบอกเธอล่วงหน้า เธอคงจะไม่รู้สึกแบบนี้
เธอรู้ดีว่าเขามีจุดประสงค์อะไร แต่เธอก็ยังโมโหอยู่ดี
กระทั่งมายบัคมาจอดอยู่ตรงหน้าเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะขึ้นไปบนรถยนต์แต่กลับเห็นว่าจ้าวเทียนนั่งอยู่ข้างหน้า
ผู้หญิงคนนี้ตามรังควานไม่เลิกจริง ๆ
มู่อวี้เฉิงนั่งอยู่บนเบาะหลัง ขนตายาวเรียงเส้นสวยของเขาค่อย ๆ งอขึ้น ดวงตาของเขาสดใสราวกับดวงดาวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน แสงสว่างจากด้านนอกหน้าต่างที่สะท้อนผ่านกระจกเข้ามากระทบกับดวงตาของเขาเป็นเหมือนกับดวงดาวที่ส่องประกาย
“อวี้เฉิง”
มู่อวี้เฉิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นและตอบรับด้วยน้ำเสียงเกียจคร้าน จากนั้นก็เปิดประตูรถเพื่อให้เธอขึ้นรถ
“คุณถง ไม่มานั่งข้างหน้าล่ะคะ วันนี้ยังไม่ได้ทำความสะอาดเบาะหลังเลยค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดการเคลื่อนไหวและแสยะยิ้มให้ จ้าวเทียน
“เธอเป็นคนขับหรือฉันเป็นคนขับกันแน่ ฉันอยากจะทำอะไรมันใช่เรื่องที่คนขับอย่างเธอมาต้องพูดมั้ย?”
จ้าวเทียนก้มหน้าลง “ขอโทษค่ะ”
“ฉันตัดสินใจเออออเอง ส่วนเบาะหลังก็เพราะว่าฉันละเลยหน้าที่ค่ะ”
“ถ้าเธอละเลยหน้าที่งั้นเดือนนี้ก็ไม่ต้องรับเงินเดือนแล้วกัน ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษไม่ใช่เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มกว้างแล้วหันไปมองมู่อวี้เฉิง “อวี้เฉิงคุณคิดงั้นมั้ย”
“อืม” มู่อวี้เฉิงพยักหน้าช้า ๆ
จ้าวเทียนทำหน้าตาเหยเกทันที มันไม่ใช่แค่การเสียหน้าธรรมดาเท่านั้น
แต่หล่อนรู้สึกเหมือนถูกเหยียดหยาม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีสิทธิ์อะไร
“เลขาจ้าว เธอมีปัญหากับการจัดการแบบนี้หรือเปล่า?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับไปหาหล่อนพร้อมกับส่งยิ้มอย่างไม่เปลี่ยนแปลง
“ไม่มีปัญหาอยู่แล้วค่ะ เรื่องนี้เป็นความผิดของฉันเอง ฉันรับรองว่าจะไม่ให้ปัญหาแบบนี้เกิดขึ้นอีกค่ะ”
จ้าวเทียนก้มหน้าก้มตาแสดงความขอโทษ
“โอ้ ถ้าเป็นความผิดของเธอ งั้นตอนนี้ฉันอยากนั่งกับ อวี้เฉิงด้วยสิ เธอไปเตรียมรถคันอื่นมาทีนะ”