พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 876 มาที่นี่เพื่อเธอ
ตอนที่ 876
มาที่นี่เพื่อเธอ
“คุณถง ผู้ชายในรูปคือใครคะ ทำไมคุณเป็นข่าวได้เนี่ย?” กู้ชิงถามอย่างกระวนกระวาย
ตอนนี้คนทั้งบริษัทรู้เรื่องนี้กันหมดแล้ว ถ้าไม่จัดการให้ดีเรื่องนี้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้
“ไม่ต้องตกใจ เดี๋ยวฉันขอโทรหาอวี้เฉิงก่อน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามทำตัวเองให้ผ่อนคลายลง
เธอจะต้องใจเย็นลงก่อน
เนื่องจากมีคนกำลังมุ่งเป้ามาที่เธอ เธอจะต้องทำทุกอย่างอย่างมีสติ
“ฮัลโหล” มู่อวี้เฉิงตอบรับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
“อวี้เฉิงคุณเห็นข่าวบนอินเทอร์เน็ตหรือยัง? ฉันว่ามีคนกำลังมุ่งเป้ามาที่ฉัน”
มู่อวี้เฉิงเงียบไปครู่หนึ่งและพูดอย่างเฉยชาเล็กน้อย “ผมเพิ่งเห็นข่าวเมื่อกี้นี้เอง ผมให้คนไปตรวจสอบแล้ว”
แต่ระยะเวลาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ข่าวก็กลายเป็นหัวข้อร้อนแรง
และหลังจากนั้นแป๊บเดียว ข่าวก็ถูกดันลงจากประเด็นหัวข้อร้อนแรง
มันรวดเร็วมากจนน่าทึ่ง
แต่ก็ยังมีคนบางส่วนที่พูดถึงเรื่องนี้อยู่บ้างบนออนไลน์ ถึงอย่างนั้นก็ไม่สามารถสร้างความโกลาหลขึ้นมาได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินทางมาถึงมู่กรุ๊ปแล้ว และผ่านเข้ามาได้อย่างฉลุย
“อวี้เฉิง”
อวี้เฉิงกำลังจัดการเอกสารอยู่ พอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้ามา เขาก็ยื่นมือออกไปหาเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกกังวล “ฉันรู้สึกเหมือนมีคนจ้องจะเล่นงาน…”
“หรือจริง ๆ มีคนวางแผนเรื่องนี้เอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสงสัย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสงสัยว่าจุดประสงค์ในการทำครั้งนี้คืออะไร
มู่อวี้เฉิงลูบผมเธออย่างอ่อนโยน “มีผมอยู่ทั้งคน อีกไม่นานเดี๋ยวก็รู้”
เขามองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาเย็นชาแต่กลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยน “ไม่เป็นไรนะ”
“ฉันรู้ว่าคุณจัดการทุกอย่างได้ แต่บางครั้งฉันก็รู้สึกบอกไม่ถูก แบบอธิบายไม่ถูก” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงได้รีบมาหาเขาทันที
ระหว่างนั้นเธอยังคงรู้สึกสงสัยอยู่ แต่ต้องบอกว่ามู่กรุ๊ปจัดการได้รวดเร็วจริง ๆ
ทำไมถึงต้องทำเรื่องที่ไม่จำเป็นแบบนี้ด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะถามคำถามนี้ออกไป
เสียงนุ่มนวลของมู่อวี้เฉิงมีความเย็นยะเยือกแฝงอยู่เล็กน้อย “มันก็กล้าแค่ในเงามืดเท่านั้นแหละ ไม่ต้องห่วง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเล็กน้อย บ่งบอกว่าเธอเข้าใจ
จู่ ๆ เธอก็สะดุ้งและนึกถึงเรื่องของแม่
“อวี้เฉิง ทำงานต่อเถอะ ฉันขอไปจัดการเรื่องอื่นก่อนนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รอให้มู่อวี้เฉิงตอบตกลง รีบวิ่งไปที่ประตูทันที ถ้ามันเกี่ยวข้องกับลิ่นอวี๋เหยียน ทุกอย่างก็จะชัดเจน
มู่อวี้เฉิงเตรียมจะออกไป แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับหายตัวไปแล้ว
“ลู่หมิง ตามเธอไปดูว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น”
ลู่หมิงพยักหน้าเงียบ ๆ แล้วตามถงเหมี่ยวเหมี่ยวไป
…
“คุณป้าคะ หนูเรื่องจะมาบอกแต่ไม่รู้ว่าควรพูดหรือไม่ควรพูด” จ้าวเทียนพูดขึ้นพร้อมกับเชิญลิ่นอวี๋เหยียนให้นั่งลงตรงข้ามและถอนหายใจยาว
“มีเรื่องอะไรก็พูดมาเถอะ ไม่เห็นต้องปิดบังกันเลย เรื่องอะไรที่ป้าควรรู้ไว้ก็บอกมาสิ”
ลิ่นอวี๋เหยียนคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
แน่นอนว่าเธอคงจะไปสร้างเรื่องอะไรอีกแล้ว
“คุณป้าคะ เมื่อเร็ว ๆ นี้ได้เปลี่ยนหมอใหม่หรือเปล่าคะ หมอคนนั้นดูสนิทกับคุณถงมากเลย และข่าวของสองคนนี้ก็กำลังกระแสอยู่บนอินเทอร์เน็ตด้วยค่ะ”
จ้าวเทียนแสดงท่าทางราวกับทำอะไรไม่ถูก แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกพึงพอใจมากที่ดวงตาของลิ่นอวี๋เหยียนฉายแววโกรธขึ้นเรื่อย ๆ
“คุณป้าลองดูนี่สิคะ” จ้าวเทียนส่งโทรศัพท์มือถือให้ลิ่นอวี๋เหยียน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ในอ้อมแขนของสวี่เฉิงถิงด้วยท่าทางสนิทสนม
ลิ่นอวี๋เหยียนโกรธจนแทบคลั่ง “นังเด็กถงเหมี่ยวเหมี่ยวนี่กล้ามากจริง ๆ”
“คุณป้า ตอนแรกหนูก็ไม่อยากพูดเรื่องนี้กับคุณป้าเลยค่ะ แต่ว่าครั้งนี้คุณถงทำเกินไปจริง ๆ”
จ้าวเทียนพูดใส่ไฟต่อ “หมอสวี่นี่ยังดูหนุ่มอยู่เลย คุณถงเพิ่งแวะมาบ้านตระกูลมู่ได้แค่ไม่กี่วันก็สนิทสนมกับหมอสวี่แล้ว จนมันทำให้คนอื่นสงสัยว่าแอบคบกับผู้ชายอื่นจริง ๆ หรือเปล่า นี่หนูก็ยังสงสัยว่าคุณมู่ถูกเธอสวมเขามั้ย”
“เลขาจ้าวนี่พูดเก่งจังเลยนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ ก้าวเข้ามาหา
เธอยืดตัวตรง แสดงสีหน้าไม่แยแส และจ้องมอง จ้าวเทียนด้วยสายตาเย็นชา ทุกสิ่งที่เธอเคยมองข้ามกลับมาปะติปะต่อเป็นเรื่องราว
“ดูเหมือนว่าที่แม่เป็นแบบนี้เพราะเธอคอยพูดกรอกหูนี่เอง ข่าวฉาวครั้งนี้เธอก็เป็นคนปล่อยมันใช่มั้ย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องเขม็งไปทางจ้าวเทียน จนสีหน้าของหล่อนเปลี่ยนไป “คุณถงพูดเรื่องอะไรคะ ฉันกับคุณนายลิ่นแค่พูดระลึกความหลังกันเท่านั้น”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสยะยิ้ม “งั้นเหรอ?”
“แม่คะ เมื่อกี้บอกว่าอยากเจอหนูไม่ใช่เหรอ? หนูอยู่นี่แล้วไงคะ มีอะไรจะพูดก็พูดมาเลยค่ะ”
“ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ฉันไม่มีอะไรจะพูดกับเธอ ฉันผิดหวังในตัวเธอมาก”
ลิ่นอวี๋เหยียนจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา “เธอกำลังทำลายครอบครัวของเราอยู่ใช่มั้ย?”
“แม่คะ คนที่ทำลายครอบครัวไม่ใช่หนู แต่เป็นจ้าวเทียนต่างหาก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหลุบตาลง ลิ่นอวี๋เหยียนเชื่อที่จ้าวเทียนพูดหมดทุกอย่าง
ดูเหมือนว่าจ้าวเทียนจะใช้เวลาไปกับเรื่องนี้ไม่น้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มมุมปากอย่างไม่แยแส “เพราะแม่ไม่เชื่อ หนูก็เลยขอให้หมอสวี่มาที่นี่ด้วย”
“อีกอย่างแม่ทูนหัวก็มาช่วยหนูพิสูจน์ความบริสุทธิ์เหมือนกัน”
ซ่งฉิงเดินส่ายหัวเข้ามาและเข้าไปจับแขนลิ่นอวี๋เหยียน “เธอนี่นะ แก่แล้วยิ่งเลอะเลือน อย่างที่ว่ายิ่งอายุมากยิ่งถอยหลังลงคลองจริง ๆ”
“ซ่งฉิงเธอพูดอะไร ก็ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีข่าวกับหมอสวี่ ฉันจะไม่สงสัยได้ยังไง”
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่พอใจจนหายใจหืดหาด อารมณ์ค่อย ๆ สงบลงก็จริงแต่ในใจยังเต็มไปด้วยความโกรธ
“คุณนายลิ่นคงจะเข้าใจผิด ตอนนี้ข่าวบนออนไลน์ก็หายไปแล้วครับ” สวี่เฉิงถิงพูดด้วยน้ำเสียงสงบ
“ผมกับคุณถงไม่มีอะไรกัน เรื่องที่เกิดขึ้นมันเป็นอุบัติเหตุครับ”
สีหน้าของสวี่เฉิงถิงเปลี่ยนไปเล็กน้อย และเขาแค่พูดระบุข้อเท็จจริงอย่างเรียบง่ายเท่านั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเบา ๆ ก่อนจะมาที่นี่เธอไม่ได้เตรียมการอะไรมาเลย
หากแต่ข่าวร้อนแรงนี้เกิดขึ้นเพราะเธอ
คนที่อยู่เบื้องหลังจะต้องมีจุดประสงค์อะไรบางอย่างแน่นอน
ดังนั้นก่อนจะมาที่นี่ เธอได้เตรียมพร้อมเผื่อเอาไว้ในกรณีที่ลิ่นอวี๋เหยียนมีทัศนคติที่ไม่ดีต่อเธอ
ถ้าเธอมาคนเดียวก็มีแต่จะทำให้อีกฝ่ายโมโหขึ้นกว่าเดิม
หลังจากฟังคำอธิบายของสวี่เฉิงถิงแล้ว ลิ่นอวี๋เหยียน ก็ไม่ได้โกรธเหมือนเดิมแต่ยังคงไม่หายสงสัย
“เอาล่ะ เธอขึ้นไปข้างบนก่อน อวี๋เหยียน แล้วคราวหน้า ก็อย่าไปติดต่อกับแม่หนูจ้าวอีกนะ”
ซ่งฉิงมองดูจ้าวเทียนด้วยสายตาเย็นชา
จ้าวเทียนตัวสั่น เห็นว่าทุกอย่างเริ่มเผยออกมาแล้ว
“คุณป้า ที่หนูพูดไปก็ลองเอาเก็บไปคิดดูนะคะ ตอนนี้คนของคุณถงอยู่นี่แล้ว หนูคงพูดอะไรมากไปกว่านี้ไม่ได้ หวังว่าคุณป้าจะเข้าใจนะคะ”
จ้าวเทียนเมินเฉยต่อสายตาเย็นชารอบข้างและพูดขึ้นเบา ๆ “ตอนนี้ไม่ว่าหนูจะพูดอะไรไปก็คงไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ”
“เดี๋ยวก่อน” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องหล่อนเขม็ง
ก่อนจะยกยิ้มมุมปาก “ถ้าเธอจะพูดขนาดนี้ ตอนนี้ไม่พูดให้เคลียร์กันไปเลยล่ะ แบบนั้นไม่ดีกว่าเหรอ”
“มีอะไรจะพูดก็พูดมาเถอะ ฉันก็ไม่ใช่คนใจร้ายไส้ระกำมั้ยล่ะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดดันจ้าวเทียนทีละก้าว จนจ้าวเทียนมีสีหน้าเปลี่ยนไปและค่อย ๆ ก้าวถอยหลัง
“ทำไม? ก็ตอนนี้เราอยู่นี่กันแล้ว เลขาจ้าวไม่มีอะไรจะพูดหรือไง? ก่อนหน้านี้ก็เห็นว่าเลขาจ้าวมีเรื่องอยากจะพูดเยอะแยะเลยไม่ใช่เหรอ?”
จ้าวเทียนขมวดคิ้วด้วยท่าทางตึงเครียด “คุณถงมีทัศนคติแบบนี้ยังจะต้องให้ฉันพูดอะไรอีกล่ะคะ?”