พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 877 ตัดขาดจากจ้าวเทียน
ตอนที่ 877
ตัดขาดจากจ้าวเทียน
จ้าวเทียนค่อย ๆ สงบลงและพูดด้วยความมั่นใจ “ฉันแค่เข้ามาพบคุณนายลิ่น ถ้าคุณถงไม่ได้ทำผิดอะไรคุณมู่ ทำไมจะต้องตกใจด้วยล่ะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสยะยิ้ม “เธอไม่ต้องมากังวลเรื่องฉันหรอก หรือว่าเลขาจ้าวจะอยู่เบื้องหลังเรื่องนี้?”
“ข่าวลือถูกแพร่ไปขนาดนี้ เลขาจ้าวทำเองคนเดียวจริง ๆ เหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองลึกเข้าไปในดวงตาของหล่อนราวกับจ้องทะลุเข้าไปในหัวใจ
ดวงตาของจ้าวเทียนขยับเล็กน้อย ดูประหม่าอย่างมาก “ฉันไม่รู้ว่าใครเป็นคนปล่อยข่าวบนอินเทอร์เน็ต แต่บอกได้เลยว่าคุณถงประมาทเกินไปจนถูกแอบถ่ายเอง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องมองเธออย่างไม่ละสายตาเป็นเวลานาน ก่อนจะค่อย ๆ ยิ้มออกมา
แค่ความสามารถของจ้าวเทียนไม่ถึงขนาดจะจัดการกับเรื่องนี้ได้หรอก
หล่อนไม่อยากยอมรับก็ไม่เป็นไร สักวันเดี๋ยวก็รู้ความจริงเอง
“เลขาจ้าวก็แบบนี้แหละ กล้าพูดแค่ต่อหน้าแม่คนเดียว ทีตอนนี้ให้พูดกลับไม่พูด” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดโดยไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ
จ้าวเทียนมั่นใจว่าหล่อนไม่ได้ใช่วิธีการที่รุนแรง และหล่อนก็ไม่ได้หวาดกลัวอะไร
ดวงตาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูเย็นชามากขึ้นเรื่อย ๆ
“เหมี่ยวเหมี่ยว จัดการเป็นยังไงบ้าง” ซ่งฉิงถามพร้อมกับปลอบลิ่นอวี๋เหยียนให้สงบลง
เธอมองไปที่จ้าวเทียนด้วยสีหน้าไม่พอใจ
“ไม่มีอะไรแล้วค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเก็บงำความรู้สึกในดวงตา
จ้าวเทียนลุกขึ้นยืนและยิ้มอย่างนุ่มนวล “คุณนายลิ่น ถ้าไม่มีอะไรแล้ว หนูขอตัวก่อนนะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูหน้าตาหล่อนแล้วคันไม้คันมืออยากจะเข้าไปตบสักที
“แม่บ้าน ทีหลังถ้าเลขาจ้าวมาที่นี่อีก ไม่ต้องให้เข้ามานะ แม่ไม่ควรสนิทสนมกับคนพรรค์นี้มากจนเกินไป” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูแม่บ้านพร้อมกับยกยิ้มมุมปาก
จ้าวเทียนเดินออกไปด้วยท่าทางแข็งทื่อ แววตาเต็มไปด้วยความโกรธ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งยิ้มหวานให้จ้าวเทียน “เลขาจ้าว ต่อไปไม่ต้องหาเรื่องมาบ้านตระกูลมู่อีกนะ เพราะยังไงก็ถูกไล่ตะเพิดออกไปอยู่ดี”
เธอแสดงสีหน้าไม่แยแสจนทำให้อีกฝ่ายรู้สึกหวาดกลัว
จ้าวเทียนเดินออกไปด้วยความโกรธจัด แต่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าปัญหานี้จะไม่จบลงง่าย ๆ
แต่ตอนนี้ลิ่นอวี๋เหยียนได้พักผ่อนแล้ว และคงจะไม่มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก
ถึงอย่างนั้นเธอก็ยังไม่มั่นใจว่าในอนาคตจะเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้นอีกหรือไม่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจด้วยความรู้สึกไม่ค่อยเต็มใจ สีหน้าที่ตึงเครียดไม่ได้ผ่อนคลายลงเลย สวี่เฉิงถิงมองดูเธออยู่สักพักแล้วแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา
“แม่จ้าวเทียนนั่นใช่พิธีกรในงานประมูลมั้ย?” ซ่งฉิงนึกชื่อหล่อนได้เลือนราง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าเบา ๆ “หล่อนนั่นแหละค่ะ คงจะวางแผนไว้นานแล้ว”
“ต้องระวังคนนี้ให้ดีนะ น่าจะไม่ยอมจบง่าย ๆ หรอก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้และก็ไม่อยากให้เรื่องนี้ส่งผลกระทบกับคนอื่น “ค่ะ ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว ถ้ามีเรื่องอีกจะไม่จบเหมือนวันนี้แน่”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามพูดให้พวกเขาสบายใจ “หนูรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นค่ะ”
ซ่งฉิงไม่รู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ จึงยิ้มและไม่พูดอะไรอีก
กระทั่งมู่อวี้เฉิงมาถึง ลิ่นอวี๋เหยียนก็ขึ้นไปนอนหลับที่ชั้นบนแล้ว
“อวี้เฉิง มาแล้วเหรอ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นเขาจึงเดินเข้าไปหา
มู่อวี้เฉิงปรายตามองสวี่เฉิงถิงด้วยความรู้สึกไม่พอใจ “หมอสวี่ก็อยู่นี่เหมือนกันเหรอ”
“คุณถงมีปัญหา ผมเลยเข้ามาช่วยอธิบายน่ะครับ” สวี่เฉิงถิงพยักหน้าและพูดอธิบาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบเข้าไปจับแขนมู่อวี้เฉิง
ข่าวของเธอกับสวี่เฉิงถิงยังเป็นที่พูดถึงอยู่ในโลกอินเทอร์เน็ต และในตอนนี้ผู้ชายคนนี้ก็มาปรากฏตัวต่อหน้า มู่อวี้เฉิง
เธอเริ่มจะเข้าใจความรู้สึกของมู่อวี้เฉิงมาบ้างแล้ว
แต่ตอนนี้มันไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดเรื่องความรู้สึก
“อะแฮ่ม อวี้เฉิง ที่จริงจ้าวเทียนเพิ่งแวะมาที่นี่น่ะ ฉันสงสัยว่าหล่อนจะเป็นคนปล่อยข่าว”
“ผมรู้แล้ว” มู่อวี้เฉิงค่อย ๆ เงยหน้าขึ้นด้วยท่าทาง สง่างาม
ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “…”
แล้วทำไมเธอถึงไม่เคยรู้มาก่อนเลย
“ผมเพิ่งรู้เมื่อกี้ ลู่หมิงมาบอกว่าจ้าวเทียนแวะมาที่นี่” ดวงตาของมู่อวี้เฉิงฉายแววไม่พอใจ
จ้าวเทียนมีส่วนเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ของ ลิ่นอวี๋เหยียนจริง ๆ
มู่อวี้เฉิงจะทนให้เรื่องนี้เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวเขาได้ยังไง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ต้องคิดก็พอจะรู้ว่าหลังจากนี้ จ้าวเทียนจบเห่แน่
“จ้าวเทียนไม่ธรรมดา มีบริษัทสื่อเข้ามารับช่วงต่อ หมายความว่าคนนี้ไม่ธรรมดาเลย”
“ไม่รู้ว่าคนที่อยู่เบื้องหลังคือใคร?”
น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงดูเฉยเมยแต่แฝงไปด้วยความเย็นชา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจได้ในทันทีและอดไม่ได้ที่หัวเราะเบา ๆ “ฉันรู้ แต่ว่าจ้าวเทียนคงจะไม่ยอมแพ้ง่าย ๆ หรอก”
มู่อวี้เฉิงจึงดึงเธอเข้าไปในอ้อมกอดอย่างอ่อนโยน
“พวกเธออะไรกันเนี่ย” ซ่งฉิงมองดูทั้งสองคนแล้วส่ายหัว
ยังจะมีหน้ามาแสดงความรักต่อหน้าผู้สูงวัยอย่างเธออีก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหน้าแดง รีบผลักมู่อวี้เฉิงออกไปทันที ที่นี่มีคนมองอยู่
มู่อวี้เฉิงไม่สนใจว่าเธอจะอาย ดึงเธอลงมานั่งกอดเอาไว้
สีหน้าของสวี่เฉิงไม่ได้เปลี่ยนแปลงไป และหลายคนก็เริ่มพูดคุยถึงเรื่องนี้
ลิ่นอวี๋เหยียนเดินลงมาจากชั้นบน พอเห็นว่าทุกคนอยู่กันครบก็แสดงสีหน้างุนงงทันที
“อวี้เฉิงวันนี้ไม่ไปทำงานเหรอ?”
“ไม่ไปครับแม่”
ลิ่นอวี๋เหยียนหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ข่าวบนอินเทอร์เน็ตน่ะ อวี้เฉิงจะจัดการยังไง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลงและไม่พูดอะไร
ตอนนี้ต่อให้เธอพูดอะไรออกไปลิ่นอวี๋เหยียนก็ไม่พอใจอยู่ดี เพียงแต่โชคดีที่ตอนนี้ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้แสดงท่าทางโกรธจัดออกมาเหมือนในตอนแรก
“มันเป็นฝีมือของจ้าวเทียน ส่วนข่าวบนอินเทอร์เน็ต ผมจัดการไปแล้ว”
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อยทว่ารอยยิ้มบนมุมปากยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไป “แม่ สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้คือการรักษาอาการของแม่ ช่วงนี้สุขภาพร่างกายแม่เป็นยังไง แม่ก็คงจะสังเกตเห็นแล้วใช่มั้ย?”
ลิ่นอวี๋เหยียนขมวดคิ้วอย่างเคร่งเครียด แต่กลับไม่ได้ยอมรับออกมาในทันที
“อวี้เฉิง ตอนนี้แกก็คิดว่าแม่ป่วยเหมือนกันเหรอ?” เธอตะคอกถามมู่อวี้เฉิงเสียงดัง
ลิ่นอวี๋เหยียนดูบ้าคลั่งเล็กน้อยก่อนจะเริ่มมีอาการวูบ พอเห็นว่าตนเองตกอยู่ในสภาพแบบนี้ เธอก็เริ่มกังวลขึ้นมา
ซ่งฉิงรีบเดินเข้าไปปลอบลิ่นอวี๋เหยียน “อวี๋เหยียน เราไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้น เธออย่าเพิ่งคิดมาก เพิ่งจะตื่นมาเอง”
“แต่จ้าวเทียนเข้าหาเธอแบบนั้น คงจะมีเจตนาไม่ดีแน่ ๆ”
ลิ่นอวี๋เหยียนดูผ่อนคลายลงแต่สายตายังคงจับจ้องไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“แม่คะ แม่เชื่อใจพวกเราบ้างนะคะ หนูเป็นห่วงสุขภาพแม่จริง ๆ เพราะงั้นถึงได้คอยถามหมอสวี่”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอธิบายเพิ่มเติม แต่ว่าคำอธิบายนี้จะไม่ค่อยมีผลมากนัก
แต่นี่คือทั้งหมดที่เธอจะทำได้
มู่อวี้เฉิงจับมือเธอและไม่ได้พูดอะไร
อะไรที่ควรจะเข้าใจก็จะเข้าใจเอง
เรื่องทั้งหมดก็จบลงเพียงเท่านั้น
ด้วยวิธีการที่เด็ดขาดของมู่อวี้เฉิง ทำให้จ้าวเทียนถูกตัดขาดจากทุกวงการอย่างสิ้นเชิง
ไม่มีใครกล้ารับหล่อนเข้าทำงานอีก
หลังจากจ้าวเทียนสร้างกระแสบนอินเทอร์เน็ต
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่เคยเห็นจ้าวเทียนในชีวิตอีกเลย
ชีวิตกลับมาสงบสุขอย่างน่าเหลือเชื่อ
ตอนนี้ถ้าว่างจากงานเธอก็มักจะเข้าไปคุยเล่นกับ ลิ่นอวี๋เหยียน
ป้องกันไม่ให้เรื่องก่อนหน้าเข้ามาเกี่ยวข้องอีก
ทั้งสองใช้เวลาอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุข
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเหมือนว่าเธอจะหายดีแล้ว และเข้าใจด้วยว่าทั้งหมดก่อนหน้านี้เกิดจากความหลงผิด
บางครั้งลิ่นอวี๋เหยียนก็เผลอเปิดเผยอารมณ์ออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจดีกว่าเธอยังไม่หายขาด และร่างกายของลิ่นอวี๋เหยียนก็ยังไม่ได้รับการฟื้นฟู
แต่โดยรวมแล้วทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดี