พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 890 กลัวว่าเธอจะถูกแย่งไป
ตอนที่ 890
กลัวว่าเธอจะถูกแย่งไป
พวกเขากำลังค้นหาและเห็นเหล่าเจ้าหน้าที่ไล่ตระเวนถามนักท่องเที่ยวบริเวณรอบ ๆ
“ไม่เป็นไร ไม่ต้องกังวล” มู่อวี้เฉิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรู้สึกทุกข์ใจ และจูบหน้าผากเธอด้วยความสงสาร
พลางต่อว่าเสี่ยวเป่าในใจเงียบ ๆ
เด็ก ๆ มักจะชอบวิ่งเล่นส่งเสียงดัง ถ้าเขาวิ่งเล่นอยู่ในสวนสนุกก็คงจะไม่เป็นไรหรอก
“ถ้าฉันดูแลเขาให้ดีก็คงจะไม่เป็นไร… เสี่ยวเป่าเป็นคนมีเหตุผล ไม่น่าจะวิ่งไปไหน”
มู่อวี้เฉิงจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดเบา ๆ “ลองหาดูก่อนเถอะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมามีท่าทางมั่นคงอีกครั้ง แม้ว่าเธอจะตื่นตระหนกแต่เธอก็ยังพอมีเหตุผลอยู่บ้าง สิ่งสำคัญในตอนนี้คือห้ามโมโหเด็ดขาด
ต้องตามหาเสี่ยวเป่าก่อน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววิ่งวนเป็นวงกลมทั่วสวนสนุก จนเท้าของเธอเริ่มพุพอง ทุกย่างก้าวทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างมาก
มู่อวี้เฉิงมองดูด้วยความรู้สึกเจ็บปวด ดังนั้นเขาจึงอุ้มเธอเอาไว้
“จะไปไหนอีก? บอกมาเดี๋ยวผมพาไป”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทั้งอับอายและเป็นกังวล “คุณ… คุณไม่ต้องอุ้มฉันหรอก มีคนมองเยอะเลย… วางฉันลงเร็ว ๆ”
“จะอายอะไร? คุณเป็นภรรยาผมนะ” มู่อวี้เฉิงดูสงบมาก เขาอุ้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวไว้ในอ้อมกอดและมองหาเสี่ยวเป่า
หลังจากผ่านไปพักหนึ่งก็ยังไม่มีความคืบหน้า เจ้าหน้าที่จึงกลับมารายงานตัว
“…ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง พวกเราตามค้นหารอบ ๆ แล้วและไล่ถามนักท่องเที่ยวคนอื่น ๆ แต่ไม่มีใครเห็นเขาเลยครับ” เจ้าหน้าที่กล่าวขอโทษ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกปวดหัวมากเมื่อได้ยินคำพูดเหล่านั้น เธอค่อย ๆ ลงมายืนบนพื้น แต่พอเท้าสัมผัสกับพื้น ความเจ็บปวดก็แล่นเข้ามาทันที ทำให้เธอเผลอขมวดคิ้วแน่น
“แน่ใจเหรอ? เด็กทั้งคนจะหาไม่เจอได้ยังไง…”
“บางทีเด็กอาจจะหวาดกลัวก็ได้ครับ หลงอยู่ตามลำพัง หาพ่อแม่ไม่เจอเลยไปซ่อนตัวอยู่ที่หนึ่ง เคยมีเด็กเป็นแบบนี้มาก่อน คุณผู้หญิงอย่าห่วงไปเลยครับ พวกเราจะลองค้นหาดูอีกที” เจ้าหน้าที่เกาหัวแกรก ๆ
เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปขอให้เจ้าหน้าที่ช่วยตามหาเพราะพวกเขาอาจทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสบายใจขึ้นได้ เจ้าหน้าที่จึงเป็นเหมือนฟางเส้นสุดท้ายที่มาช่วยชีวิตเธอ
เธอรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อได้จับฟางเส้นนั้น แต่… พอได้ยินเจ้าหน้าที่พูดแบบนั้นมันกลับทำให้เธอรู้สึกเหมือนฟางถูกตัดออก และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มวิตกกังวลมากขึ้นกว่าเดิม
ความสนใจของมู่อวี้เฉิงติดอยู่กับถงเหมี่ยวเหมี่ยว พอเห็นเธอหดหู่เขาก็รีบพูดปลอบทันที “ไม่ต้องกังวล อาจจะเป็นอย่างที่เจ้าหน้าที่พูดก็ได้ เสี่ยวเป่าน่าจะไปซ่อนตัวอยู่ที่ไหนสักแห่งและไม่กล้าออกมา คุณเจ็บเท้าอยู่ไม่ใช่เหรอ? อย่าขยับไปไหนนะ เดี๋ยวผมไปตามหาให้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้ามองมู่อวี้เฉิงที่อยู่ด้านข้าง “ขอโทษนะ ฉันไม่ยอมดูเสี่ยวเป่าให้ดีเอง”
“อย่าพูดแบบนี้สิ ผมสัญญาว่าจะพาพวกคุณมาเที่ยวที่นี่เอง ในเมื่อผมพาพวกคุณมาได้ ผมก็จะพาพวกคุณกลับออกไปด้วย”
มู่อวี้เฉิงพูด โน้มตัวลงไปจูบแก้มถงเหมี่ยวเหมี่ยวและลุกขึ้นยืน “คุณรออยู่นี่นะ เดี๋ยวผมไปหาลูกก่อน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปากและพยักหน้าเล็กน้อย
เจ้าเด็กนี้ขยันสร้างแต่ปัญหา ขณะที่มู่อวี้เฉิงกำลัง จะออกไปตามหาลูก เขาสังเกตเห็นร่างเล็ก ๆ สองร่างที่มีความสูงใกล้เคียงกัน กำลังกระโดดไปมามาจากระยะไกล
“เสี่ยวเป่าอยู่นั่น” มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้วและชี้นิ้วไปในทิศทางดังกล่าว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบลุกขึ้นยืนด้วยความรู้สึกตื่นเต้น เด็กสองคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นดูเหมือนเสี่ยวเป่าจริง ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ ๆ ก่อนจะเห็นว่าคนที่จับมือเสี่ยวเป่าอยู่คือเด็กหญิงตัวเล็กคนหนึ่ง เธอดูสวยมากและสวมสร้อยข้อมือหยกสีชมพู สวี่หลันหลันยิ้มกว้างและดูน่ารักอย่างมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงเมื่อเห็นเสี่ยวเป่าและรีบวิ่งเข้าไปกอดเขาทันที
ก่อนหน้านี้เธออดกลั้นอารมณ์เอาไว้ แต่ตอนนี้แทบ จะร้องไห้ทันทีที่เห็นเขา “ลูก… เราเพิ่งคุยกันไปหยก ๆ ไปไหนมา”
แม้ว่าจะวิตกกังวล แต่น้ำเสียงกลับไม่ได้ฟังดูรุนแรง และยังถามไถ่อย่างอ่อนโยน
เสี่ยวเป่าเห็นหม่ามี้เป็นกังวลมากและเพิ่งตระหนักได้ว่าเขาทำผิดพลาดไป เขาจึงเม้มปากและหอมแก้มถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ผมไม่กล้าไปไหนแล้วฮะ หม่ามี้อย่าเพิ่งตกใจ ผมไม่ได้วิ่งไปไหนเลย ผมอยู่ตรงนี้สบายมาก!” เสี่ยวเป่าพูดขณะกอดปลอบถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ใช่ครับ ไม่ต้องห่วง เสี่ยวเป่าวิ่งเข้ามาหาเพราะเห็นผม” สวี่เฉิงถิงเดินเข้ามาหาจากไกล ๆ และพูดขึ้น
มู่อวี้เฉิงมองดูสวี่เฉิงถิงแล้วเผลอขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว จากนั้นเขาก็มอบเงินให้เจ้าหน้าที่พนักงานที่เข้ามาช่วยตามหา และแจ้งคู่ลู่ซีจวี๋ให้ทราบข่าว
หลังจากพบว่าพวกเขาปลอดภัยกันดี ทั้งสองก็โล่งใจมากและรีบกลับมารวมตัว
แต่สิ่งแรกที่เห็นกลับเป็นฉากต่อสู้
มู่อวี้เฉิงมองดูสวี่เฉิงถิงด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ขณะที่สวี่เฉิงถิงจับมือสวี่หลันหลันและพยักหน้าทักทายมู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“ไม่คิดว่าจะบังเอิญขนาดนี้ ผมพาน้องสาวออกมาเดินเล่น แล้วก็มาบังเอิญเจอเข้าน่ะครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจ มันเป็นเรื่องบังเอิญมาก
“ครับ อุตส่าห์ได้ออกมาพักผ่อนแล้วยังถูกรบกวนอีก” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างไม่พอใจ
สวี่เฉิงถิงแสดงความเป็นสุภาพบุรุษด้วยการช่วยพยุง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมา และมองดูด้วยสายตาที่อ่อนโยน “ผมผิดเองครับที่ไม่ยอมรีบพาเขากลับมา ตอนแรกเขาว่าจะมาซื้ออาหารให้พวกคุณก่อน แต่พอเดินไปได้แป๊บเดียวพวกคุณก็หายกันไปแล้ว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเช็ดมุมตาที่เปียกชื้นแล้วส่ายหน้าเบา ๆ “ไม่เป็นไร ลูกปลอดภัยดีก็ดีแล้ว”
ทันทีที่พูดจบ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถูกดึงเข้าไปในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิง จากนั้นเขาก็มองดูสวี่เฉิงถิงด้วยสายตาที่ไม่มีความสุขมาก
ลู่ซีจวี๋มองดูฉากที่ทำตัวไม่ถูกแล้วกระแอมไอสองครั้ง “เอ่อ… บางทีมันอาจจะเป็นโชคชะตาจัดสรรให้เรามาพบกันก็ได้ ตอนนี้ก็หาตัวเสี่ยวเป่าเจอแล้ว พวกเธอสองคนสบายใจได้”
หากลู่ซีจวี๋ไม่พูดคำปลอบโยนเหล่านี้ออกมาคงจะดีกว่านี้ ทันทีที่เขาพูดจบ อินอวี่โหรวจ้องมองเขาและพูดกระซิบว่า “คุณนี่พูดเก่งจริง ๆ”
ลู่ซีจวี๋เป็นคนที่ไม่เคยกลัวอะไร แต่เขาให้ความเคารพรักภรรยาอย่างมากจึงทำได้แค่ยิ้มจาง ๆ
พูดออกมาทั้งที่ไม่รู้จักพูดให้มันดี ๆ พูดแบบนี้มู่อวี้อฉิงจะยิ่งไม่พอใจไปกันใหญ่ โชคชะตาฟ้าลิขิตอะไร จะให้ภรรยาเขาไปเป็นของคนอื่นหรือไง
“เอาล่ะ ไหน ๆ ก็เจอกันแล้วไปเดินเล่นด้วยกันมั้ยครับ?” ลู่ซีจวี๋พยายามขัดจังหวะการสนทนาระหว่างสองคนนั้น
มู่อวี้เฉิงไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ แต่มักจะจับมือ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่เสมอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอะไรไม่ถูกแต่ก็รู้สึกหวานซึ้งในหัวใจ คนที่ภายนอกดูเหมือนไม่กลัวอะไรแต่กลับเอาแต่ใจเล็กน้อยต่อหน้าเธอ
ราวกับกลัวว่าเธอจะถูกแย่งไปจากเขา
แน่นอนว่ามู่อวี้เฉิงรู้สึกไม่พอใจ สวี่เฉิงถิงไม่ใช่คนประเภทชอบตามตื้อหรือรบกวนคนอื่นจนน่ารำคาญ แต่กลับกันเขาเอาใจใส่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างสุภาพเป็นครั้งคราวเท่านั้น
แต่บางครั้งความรู้สึกที่แสดงออกมาเงียบ ๆ นั้นมันน่าหวาดกลัวกว่าพายุที่โหมกระหน่ำอีก มู่อวี้เฉิงไม่พอใจที่สวี่เฉิงถิงมาสนใจถงเหมี่ยวเหมี่ยว