พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 892 ทำตัวดีมาก
ตอนที่ 892
ทำตัวดีมาก
เสี่ยวเป่ามองดูของเล่นตรงหน้าเขาแล้วรู้สึกหนักใจอยู่ครู่หนึ่ง
เขานึกไม่ถึงว่าสวี่หลันหลันจะมอบของเล่นชิ้นนี้ให้เขา!
แม้ว่าเสี่ยวเป่าจะอยากได้มันมาก แต่เขาก็รู้ดีว่าหม่ามี้ไม่ชอบให้เอาของของคนอื่น
“ไม่เอาหรอก หม่ามี้บอกว่าห้ามเอาของของคนอื่น และอันนี้น่าจะเป็นของเล่นชิ้นโปรดของเธอด้วย” เสี่ยวเป่าโบกมือปฏิเสธแล้วหันไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยว
นึกไม่ถึงว่าเสี่ยวเป่าจะรู้เรื่องรู้ราว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงหันไปมองเสี่ยวเป่าด้วยสายตาอ่อนโยน
บ่งบอกว่าทุกอย่างเรียบร้อยดี
ทว่าสวี่หลันหลันยืนกรานจะมอบของเล่นชิ้นนี้ให้ เสี่ยวเป่าเพราะเธอรู้ว่าเสี่ยวเป่าชอบของเล่นชิ้นนี้มาก
“เดี๋ยวพี่ซื้อให้เขาเอง ชิ้นนี้หนูเก็บไว้เล่นเองดีกว่ามั้ย? ทั้งสองคนจะได้มีของเล่นแบบเดียวกันด้วยไง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้าวไปข้างหน้าแล้วพูดเบา ๆ
หลังจากได้ยินเช่นนั้น สวี่หลันหลันก็ดึงของเล่นกลับมา
“เธอรู้เรื่องราวของของเล่นชิ้นนี้มั้ย?” เสี่ยวเป่าหันไปมองสวี่หลันหลันแล้วพูดถาม
สวี่หลันหลันไม่รู้ประวัติของของเล่นชิ้นนี้ เธอจึงส่ายหัวบอกตามความเป็นจริง
พอเห็นว่าเธอไม่รู้ เสี่ยวเป่าจึงเล่าเรื่องให้เธอฟังอย่างจริงจัง เด็กสองคนนั่งอยู่บนเก้าอี้และพูดคุยกันอย่างจริงจังมาก
เมื่อเห็นว่าพวกเขากำลังคุยเรื่องของเล่นกันอย่างจริงจัง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อดยิ้มไม่ได้ พวกเขาจะต้องคุยเรื่องของเล่นทุกครั้งที่พบกันเลย
ดูเหมือนว่าเด็กทั้งสองจะมีหัวข้อให้พูดคุยไม่รู้จบอยู่เสมอ พวกเขาคุยกันอยู่นานทุกครั้งที่เจอหน้ากัน และจะไม่แยกจากกันจนกว่าพวกเขาจะถูกเรียก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเพื่อนตัวน้อยทั้งสองแล้วรู้สึกมีความสุขเป็นพิเศษ
“มานั่งดูเด็กคุยอะไรกันตรงนี้ครับ?” สวี่เฉิงถิงเดินเข้ามาและนั่งลง
พอได้ยินเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เงยหน้ามองและส่งยิ้มให้เขาอย่างสุภาพ
“เสี่ยวเป่าของฉันน่าจะชอบลูกสาวบ้านคุณค่ะ เด็กสองคนคุยกันสนุกสนานมาก ให้พูดต่ออีกสามวันห้าวันก็คงไม่จบ อยู่ด้วยกันแค่ไหนก็ไม่เบื่อเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยน
สวี่เฉิงถิงมองดูพวกเขาด้วยหัวใจที่สั่นไหว ดวงตาปรากฏร่องรอยของความสูญเสีย
“คุณว่าสองคนนี้จะคบกันมั้ยคะ? หรือว่าเราควรจัดการเรื่องเตรียมงานหมั้นให้พวกเขาตั้งแต่ตอนนี้เลยดี ไหน ๆ ผู้ปกครองก็อยู่ที่นี่แล้ว ประจวบเหมาะพอดีเลยค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดหยอกล้อ
พอได้ยินเช่นนั้น สวี่เฉิงถิงก็หลุบตาลงด้วยสีหน้าสงบ
พอตระหนักได้ว่าเขาไม่ตอบสนอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มองดูเขาและเรียกเขาเบา ๆ “หมอสวี่ ถ้าไม่ชอบก็ลืมไปเถอะค่ะ”
เธอเรียกสวี่เฉิงถิงอยู่หลายครั้งกว่าเขาจะรู้ตัว จากนั้นเขาก็หันไปส่งยิ้มให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จะเห็นได้ว่ารอยยิ้มของสวี่เฉิงถิงดูพยายามเข้มแข็งอย่างมาก
จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเป็นแบบนี้ และรู้สึกแปลกใจมาก
“คุณเป็นไรมั้ยคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
สวี่เฉิงถิงส่ายหัวและหันความสนใจไปที่เด็กสองคนด้วยสีหน้าโศกเศร้า “ผมแค่รู้สึกเศร้าที่เห็นพวกเขาสองคนน่ะครับ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองพวกเด็ก ๆ แล้วขมวดคิ้ว เธอไม่เข้าใจเลยและคิดว่าเด็กทั้งสองเป็นแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว ไม่เข้าใจว่าสวี่เฉิงถิงเสียใจเรื่องอะไร
“หมอไม่ชอบที่เด็กทั้งสองเล่นด้วยกันเหรอคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถาม
สวี่เฉิงถิงส่ายหัวแล้วตอบว่า “ไม่ใช่ไม่ชอบครับ แต่มันทำให้ผมนึกถึงอดีต คุณถงคุณจำอะไรไม่ได้จริง ๆ เหรอ?”
สวี่เฉิงถิงพูดถามแล้วหันความสนใจไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ทันใดนั้นทั้งสองคนก็มองหน้ากัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกทำตัวไม่ถูกจึงหันไปมองทางอื่น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีความทรงจำอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ในหัวมาก่อน เธอพยายามคิดเกี่ยวกับมันอย่างหนักจนกระทั่งถึงบางอย่างออก แต่มันกลับเลือนรางและยุ่งเหยิงมากจนเธอไม่เข้าใจอะไรเลย
“คุณยังจำเราสองคนได้มั้ยครับ?” สายตาของสวี่เฉิงถิงเต็มไปด้วยความคาดหวัง
พอเห็นว่าเขาคาดหวัง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกว่าทุกอย่างที่เธอพูดออกไปก่อนหน้านั้นผิดหมด เธอจำอะไรไม่ได้สักอย่างเลย
แต่ถ้าเธอบอกตรง ๆ ว่าเธอลืมมันไปหมดแล้ว เธอก็ทนมองสีหน้าผิดหวังของสวี่เฉิงถิงไม่ไหว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองสวี่เฉิงถิงแล้วยิ้ม “คุณจำเรื่องอดีตมาตลอดเลยเหรอคะ?”
“สิ่งสำคัญไม่ใช่การจำเรื่องในอดีตหรอกครับ แต่จำทุกอย่างเกี่ยวกับคุณต่างหาก” สวี่เฉิงถิงพูดอย่างตรงไปตรงมา
นึกไม่ถึงว่าเขาจะพูดแบบนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงครู่หนึ่งและไม่รู้ว่าจะตอบยังไงดี
“ถนนยังเป็นเส้นตรง คนเราต้องก้าวไปข้างหน้าค่ะ อย่าไปคิดถึงเรื่องในอดีตเลยเพราะเรากลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้หรอกค่ะ แต่จริง ๆ ฉันก็อยากย้อนกลับไปอดีตนะคะ ตอนเด็ก ๆ น่ะฉันรู้สึกมีพลังทำอะไรได้เยอะแยะเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยู่ปากราวกับเสียใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวปล่อยเบลอประเด็นนี้ เห็นได้ชัดว่าเธอไม่ต้องการพูดถึงเรื่องในอดีตกับสวี่เฉิงถิงอีก
“คุณพูดถูก ตอนนี้ก็ได้แต่นึกถึงมันนั่นแหละครับ” สวี่เฉิงถิงถอนหายใจ
พอเห็นเขาเป็นแบบนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มองเขาอย่างทำอะไรไม่ถูก “ตอนนี้เรามองดูเด็กสองคนแล้วก็นึกถึงเรื่องในอดีต สะเทือนมาถึงความรู้สึกปัจจุบัน ถ้าจะให้ดีเรามาดูแลเด็กสองคนนี้ให้ดีกันเถอะค่ะ เพราะว่าสุดท้ายแล้วเวลาไม่เคยรอใคร”
สวี่เฉิงถิงที่ได้ยินเช่นนั้นไม่พูดอะไรและหันไปมองเด็กทั้งสอง
ยิ่งมองมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเด็กสองคนนี้เป็นภาพสะท้อนของพวกเขาทั้งสองคน
“ที่จริงถ้าในอนาคตพวกเขาได้อยู่ด้วยกันก็คงจะดีสิครับ แต่ก็ต้องแล้วแต่การตัดสินใจของพวกเด็ก ๆ อีกนั้นแหละ ผู้ปกครองอย่างพวกเราเพียงแค่เดินมาส่ง ลงไปเดินแทนพวกเขาไม่ได้หรอกครับ” สวี่เฉิงถิงยิ้มและพูดตอบ
สวี่เฉิงถิงอยากให้เด็กสองคนได้อยู่ด้วยกันในอนาคต เพราะมันจะเป็นการเติมเต็มความเสียใจของเขา
ถึงกระนั้นเขารู้ดีว่าการบีบบังคับย่อมไม่ให้ผลดี
ความรู้สึกที่มีในตอนเด็กค่อนข้างแตกต่างจากความรู้สึกในวัยผู้ใหญ่
หากการตัดสินใจของผู้ปกครองทำให้เกิดปัญหาในภายหลังก็สู้ปล่อยให้พวกเขาเลือกเส้นทางในอนาคตกันเองดีกว่า
จู่ ๆ สวี่หลันหลันก็ยื่นมือออกมาตีเสี่ยวเป่าอยู่หลายครั้ง แต่เสี่ยวเป่ากลับไม่ตอบโต้ เพียงยิ้มและมองดูเธอ
“เธอหายโกรธหรือยัง?” เสี่ยวเป่าถาม
สวี่หลันหลันไม่ตอบ
พอเห็นเธอเป็นแบบนี้ เขาก็ตระหนักได้ว่าสวี่หลันหลันหายโกรธแล้ว เพียงแต่ไม่อยากยอมรับ
ท่าทางงุ้งงิ้งของเด็กสองคนทำให้ผู้ปกครองทั้งสองอดไม่ได้ที่จะมีความสุข
“ง้อสาวเก่งตั้งแต่ยังเด็กแบบนี้ ไม่ธรรมดาเลยนะ พวกคุณไปแอบสอนอะไรเขามาหรือเปล่าครับ” สวี่เฉิงถิงถามติดตลก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะออกมาเสียงดังลั่นเมื่อได้ยินเช่นนั้น จากนั้นก็ดูทำอะไรไม่ถูก “มันเป็นธรรมชาติของเขาน่ะค่ะ เด็กคนนี้เอาแต่ยิ้มตลอด ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ทำหน้ามีความสุขเสมอ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถึงเรื่องนี้ด้วยความรู้สึกอบอุ่น เสี่ยวเป่าของเธอทำตัวดีมากจริง ๆ
ขณะที่กำลังคุยกัน เสียงที่คุ้นเคยก็ดังมาจากทางด้านหลังของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“สนุกอะไรกันอยู่?” มู่อวี้เฉิงรีบเดินเข้ามา
พอหันกลับมาเห็นมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กำลังจะพูดอะไรบางอย่าง แต่จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าวิ่งมาจากทางด้านหลัง
“แด๊ดดี้มาแล้ว!” เสี่ยวเป่ารีบวิ่งเข้ามา กางแขนออกแล้วกอดมู่อวี้เฉิง
เมื่อเขาเห็นเสี่ยวเป่าวิ่งเข้ามาหา รอยยิ้มก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของมู่อวี้เฉิงทันที เขาคุกเข่าลงและกอดเสี่ยวเป่า