พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 894 ทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้
ตอนที่ 894
ทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้
มู่อวี้เฉิงออกมาเจอสวี่เฉิงถิงเพียงลำพังและพูดด้วยสีหน้าเฉยเมย “ขอคุยด้วยหน่อย”
สวี่เฉิงถิงวางสิ่งของในมือลง มองดูใบหน้าอีกฝ่ายและพอจะคาดเดาในใจได้
“เรื่องที่เกิดขึ้นมันก็ผ่านมานานแล้ว ไม่จำเป็นต้องไปรื้อฟื้นมันอีก เส้นทางยังอีกยาวไกล หมอควรมองไปข้างหน้า ทำไมมาจมปักอยู่กับคนคนเดียวอยู่ได้?” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงฟังดูกำลังโน้มน้าวอีกฝ่ายอยู่ ซึ่งเป็นน้ำเสียงที่ใช้พูดไม่บ่อยนัก
มู่อวี้เฉิงมองดูสีหน้าของสวี่เฉิงถิงแล้วนึกถึงเรื่องก่อนหน้านี้ เขาไม่ชอบให้ใครมาจดจำผู้หญิงของเขาได้ทั้งวัน
“หวังว่าหลังจากนี้หมอจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก เธอจำอะไรในวัยเด็กไม่ได้แล้ว และตอนนี้พวกเราโตกันหมดแล้ว เราสองคนกำลังมีชีวิตใหม่…” กระทั่งการสนทนาจบลง มู่อวี้เฉิงก็ไม่ได้พูดอะไรต่อและจ้องมองไปที่อีกฝ่ายด้วยสายตาเคร่งขรึม
โลกของผู้ใหญ่นั้นเรียบง่าย อะไรที่ผ่านไปแล้วก็คือผ่านไป จะไม่มีวันมองย้อนกลับไปอีก
สวี่เฉิงถิงพยักหน้าเบา ๆ ทั้งที่ในใจรู้สึกขมขื่น
เขาค่อย ๆ พูดขึ้นว่า “ผมเข้าใจครับ ผมจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีก จะเก็บซ่อนลึกเอาไว้ในใจเพราะมันคงจะเป็นการปกป้องเธอได้ดีที่สุด”
หลังจากพูดทุกอย่างที่ต้องการเสร็จแล้ว มู่อวี้เฉิงก็เดินออกไป ปล่อยสวี่เฉิงถิงอยู่คนเดียวตามลำพัง
สายลมเย็น ๆ พัดเข้ามาจากด้านนอกหน้าต่าง ทำให้อุณหภูมิภายในห้องลดลงทันที สวี่เฉิงถิงนั่งอยู่บนโซฟา แผ่นหลังดูโดดเดี่ยวเล็กน้อย
เรื่องระหว่างเขากับถงเหมี่ยวเหมี่ยวติดอยู่ในใจเขามาตลอด และมีเพียงเขาเท่านั้นที่รู้สึกถึงความขมขื่นในใจ
เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเห็นเธอกับคนอื่น เขาจะไม่สามารถบรรยายความรู้สึกในใจได้เลย เขาพบเธอก่อนแท้ ๆ แต่สุดท้ายเขากลับไม่ได้อยู่เคียงข้างเธอ
ความสูญเสียและความโศกเศร้าแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย แต่กลับไม่มีใครให้คุยปรับทุกข์ด้วย
สุดท้ายแล้วบางอย่างก็ต้องปล่อยไป จะเก็บมันไว้ในใจทำไมล่ะ?
ก่อนหน้านี้เขาเคยพยายามเก็บงำความรักนี้ไว้ แต่ดูเหมือนว่ามันจะทำให้เขาขัดแย้งกับทุกคน
ในที่สุดตอนนี้ก็พูดมันออกมาได้ชัดเจนแล้ว และดูเหมือนว่าความรู้สึกผิดหวังจะจางหายไปกับเรื่องนี้เล็กน้อย
การพูดออกไปไม่ใช่เรื่องแย่เสียทีเดียว และการพูดคุยการสื่อสารก็ย่อมเป็นวิธีการที่ดีที่สุด
ในเมื่อเธอลงเอยกับมู่อวี้เฉิงแล้ว เขาก็ไม่สามารถเข้าไปขัดขวางเธอได้ แล้วทำไมจะต้องนึกถึงเรื่องเก่า ๆ ด้วยล่ะ?
คนเราต้องเดินไปข้างหน้า ให้หยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ได้หรอก
แต่แน่นอนว่าบางครั้งพอพูดมันออกมาให้ชัดเจน ภาระทางใจก็เบาบางลง
ท้องฟ้ามืดครึ้มแต่เดิมดูสว่างไสวขึ้นมากในเวลานี้
พอเปลี่ยนมุมมองไป ทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูเปลี่ยนไปจากเดิม
สวี่เฉิงถิงกำลังจะออกไปข้างนอกแต่กลับนึกไม่ถึงว่าเขาจะไปบังเอิญเจอถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มุมชั้นล่าง ช่วงเวลาที่ทั้งสองคนได้มาเจอหน้ากัน เขายังคงมีความรู้สึกอยู่ในใจเล็กน้อยแต่ไม่ได้รู้สึกกังวลเหมือนเดิมอีกแล้ว
“ผมขอคุยด้วยหน่อยได้มั้ยครับ?” สวี่เฉิงถิงพูดถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและหรี่ตาลง ทำให้คนอื่นมองไม่ออกว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่
“ก่อนหน้านี้… ก่อนหน้านี้ผมชอบคุณมานานแล้ว แต่เพราะเรื่องบางอย่างทำให้ไปด้วยกันไม่ได้ ตอนนี้ผมพูดสารภาพอยู่ก็จริง แต่ผมไม่อยากให้คุณเก็บเอาไปคิดใส่ใจ ผมแค่อยากพูดออกไปเพื่อให้ผมรู้สึกสบายใจขึ้น” สวี่เฉิงถิงพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและเปิดเผยความรู้สึกของเขาออกมาอย่างเรียบง่าย
“หลังจากนี้จะไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ความชอบนี้จะค่อย ๆ จางหายไปตามกาลเวลา ตอนนี้คุณอยู่ในเส้นทางของตัวเองแล้ว ผมก็ไม่อยากเข้าไปรบกวน และหวังว่าคุณจะไม่เก็บเอาเรื่องนี้ไปใส่ใจนะ”
เขาเงยหน้าขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างลึกซึ้ง เดิมทีเขาต้องการเอื้อมมือออกไปสัมผัสเธอ แต่พยายามระงับอาการสั่นไหวเอาไว้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบรับอย่างเฉยเมยและเม้มปาก “มีอะไรอีกมั้ยคะ? ถ้าไม่มีฉันขอตัวก่อนนะคะ”
สวี่เฉิงถิงส่ายหัวและเฝ้าดูเธอเดินจากไป กระทั่งเธอลับไปจากสายตา ภาพจำของถงเหมี่ยวเหมี่ยวในวัยเด็กก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา เธอดูน่ารักและเชื่อฟังมาก
แต่อดีตก็คืออดีต ไม่มีวันจะย้อนกลับไปได้อีก
เสี่ยวเป่ากับสวี่หลันหลันออกมาเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ลานกว้าง
เสี่ยวเป่ารีบเข้ามาพูดเกลี้ยกล่อมหม่ามี้ด้วยน้ำเสียงแบบเด็ก ๆ ทันทีที่เห็นว่าเธอดูอารมณ์ไม่ดี “หม่ามี้! ทำไมหน้าไม่มีรอยยิ้มเลย? ต้องยกมุมปากขึ้นสูง ๆ สิฮะ ยิ้มเยอะ ๆ จะได้รับของขวัญคริสต์มาสจากคุณปู่ซานตาคลอส!”
สวี่หลันหลันที่อยู่ด้านข้างพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลว่า “คนที่ยิ้มเยอะ ๆ จะได้ขนมหวานด้วยค่ะ พี่สาวกินลูกกวาดสิคะจะได้ยิ้มหวาน ๆ”
เสี่ยวเป่ากะพริบตา เกาหัวแกรก ๆ แล้วค้นหาของบางอย่างในกระเป๋าเสื้อของเขา จากนั้นก็หยิบถุงขนมเล็ก ๆ ที่มีสีสันสวยงามออกมายื่นให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“หม่ามี้! กินลูกกวาดนี่สิฮะ อร่อยมาก” หลังจากพูดจบเขาก็นอนลงบนตักของถงเหมี่ยวเหมี่ยว จ้องมองเธอด้วยดวงตากลมโต แสดงให้เห็นถึงความไร้เดียงสาของเขา
สวี่หลันหลันมองดูถุงขนมใบเล็กของถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่าด้วยความปรารถนา
เธอยื่นมือเล็ก ๆ ออกมาเขย่าเสื้ออีกฝ่าย “ฉันอยากกินลูกกวาดด้วย”
ทว่าเสี่ยวเป่ากลับปิดถุงขนมของเขาเอาไว้แน่น “ไม่ได้! ลูกกวาดพวกนี้ของหม่ามี้ ฉันไม่ให้เธอหรอก!” คำพูดดังกล่าวแฝงไปด้วยคำขู่เล็กน้อย ป้องกันตัวเองจากสวี่หลันหลันราวกับว่าเธอจะมาปล้นไป
สวี่หลันหลันแสร้งทำเป็นโกรธและเอามือวางบนสะโพก “งั้นเราสองคนเลิกกัน!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกขบขันกับท่าทางของเด็กสองคน ก่อนจะยื่นมือออกไปลูบหัวพวกเขา “พวกหนูตั้งใจมาทำให้หม่ามี้หัวเราะเหรอ?”
เสี่ยวเป่าพยักหน้า แม้ว่าเขาจะยังเด็กมากแต่เขาก็ชอบแสร้งทำเป็นจริงจัง “ผมเห็นหม่ามี้อารมณ์ไม่ดี ในฐานะลูกชายของหม่ามี้ก็ต้องมาปลอบใจหม่ามี้สิฮะ”
เพื่อไม่ให้เป็นการน้อยหน้า สวี่หลันหลันที่ยืนอยู่ด้านข้างรีบยื่นมือออกมากอดแขนถงเหมี่ยวเหมี่ยวและถูไถใบหน้าที่อวบอิ่มของเธอเข้ากับอีกฝ่ายทันที “หนูก็จะเป็นลูกสาวที่คอยห่วงใยเหมือนกันค่ะ! แค่มองมาที่หนู เดี๋ยวอารมณ์แย่ ๆ ก็หายไปเอง!”
เด็กทั้งสองแข่งขันเพื่อให้ได้รับความสนใจ จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดหัวเราะไม่ได้
“ยิ้ม! ยิ้มแล้ว! หม่ามี้ยิ้มแล้ว!” เสี่ยวเป่ามองดูรอยยิ้มน้อย ๆ บนฝีปากของเธอราวกับเพิ่งค้นพบดาวเคราะห์น้อยดวงใหม่ ก่อนจะกระโดดลงกับพื้นด้วยความตื่นเต้น
เสี่ยวเป่ากอดขาของเธอเอาไว้ คำพูดของเขาเต็มไปด้วยความสุขและความปีติยินดีที่ไม่สามารถปกปิดได้
สวี่หลันหลันตบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและโน้มตัวลงไปพูดข้างหูเธอว่า “พี่ชายหนูให้มาบอกพี่คนสวยน่ะค่ะ เขาบอกว่าไม่อยากให้พี่คนสวยรู้สึกเสียใจกับเรื่องนี้อีก และหวังว่าพี่คนสวยจะกลับมามีความสุขเหมือนเดิมนะคะ”
ถึงจะยังเป็นเด็ก แต่เธอกลับจดจำคำพูดของผู้ใหญ่ได้ดีไม่มีผิดเพี้ยนและแสดงท่าทีราวกับว่าเป็นผู้ใหญ่มาปลอบโยนคนอื่นอีก ใบหน้ากลม ๆ นั่นช่างดูน่ารักเสียเหลือเกิน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่แปลกใจเลยที่เด็กทั้งสองคนนี้มาหาเธอที่ลานกว้างและพูดปลอบใจอย่างอ่อนโยน
กลับกลายเป็นว่าสวี่เฉิงถิงคือผู้ที่อยู่เบื้องหลัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มออกมา รู้สึกว่าทุกอย่างถูกวางแผนเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว