พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 896 ฟ้อง
ตอนที่ 896
ฟ้อง
“หม่ามี้ คราวหน้าต้องพาผมไปปีนเขานะ ห้ามโกหกผมนะ” หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยวเป่าก็ยอมอ่อนข้อและค่อย ๆ พูดออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและตอบรับเขาด้วยรอยยิ้ม
“แน่นอนอยู่แล้ว หม่ามี้สัญญาแล้วเคยโกหกหนูที่ไหน วันนี้เราไปเที่ยวทะเลกับหลันหลันก่อนนะ อย่าเสียใจไปเลย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวบีบแก้มแล้วพูดให้สัญญากับเสี่ยวเป่า
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะทำข้อตกลงกับเสี่ยวเป่าว่าครั้งหน้าจะพาเขาออกไปปีนเขาและทำกิจการตามที่เขาต้องการ
แต่หลังจากต้องเดินทางมายังชายหาด เสี่ยวเป่าก็ยังไม่มีความสุขมากนัก
ระหว่างออกเดินทางไปชายหาด เสี่ยวเป่านั่งนิ่งอยู่บนเบาะหลัง สีหน้าของเขาดูหม่นหมองเล็กน้อย ปากเล็ก ๆ ยื่นออกมาสูงจนแทบจะแขวนกาต้มน้ำได้
อันที่จริงเสี่ยวเป่าไม่อยากเป็นแบบนี้เลย แต่เขาอดไม่ได้ที่จะนึกถึงเรื่องที่เพิ่งจะเกิดขึ้น เขารู้สึกว่าเรื่องต่าง ๆ มันไม่ควรจะง่ายอย่างนั้น ทำไมหม่ามี้ของเขาจะต้องตามใจสวี่หลันหลันด้วย?
จะโอ๋เขาบ้างสักครั้งไม่ได้เหรอ?
พอคิดเรื่องนี้ เสี่ยวเป่าก็หันกลับไปมองสวี่หลันหลัน
สวี่หลันหลันเอนกายลงบนหน้าต่าง มองดูวิวทิวทัศน์ด้านนอกเป็นครั้งคราวและพูดคำแปลกประหลาดออกมาอยู่หลายครั้ง ทำให้มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวพากันหัวเราะชอบใจ
เสี่ยวเป่านั่งนิ่งอยู่บนเบาะตามลำพัง ราวกับว่าเขาปลีกตัวออกจากโลกภายนอก ยิ่งสามคนมีความสุขมากเท่าไหร่ เขาก็ยิ่งรู้สึกหดหู่มากเท่านั้น
สวี่หลันหลันเพิ่งจะเคยเห็นวิวทิวทัศน์แบบนี้เป็นครั้งแรก และคำพูดที่หลุดออกมาก็มาจากก้นบึ้งหัวใจ
ทว่าท่าทางของหม่ามี้กลับทำให้เสี่ยวเป่าเศร้าใจ
เขาแสดงท่าทางโศกเศร้าออกมาชัดเจนขนาดนี้แล้ว ทำไมหม่ามี้ยังไม่สังเกตเห็นอีก?
เสี่ยวเป่าอดไม่ได้ที่จะคาดเดาในใจ หรือว่าสวี่หลันหลันจะน่ารักกว่าเขา ทำให้หม่ามี้ไม่ชอบเขาขึ้นมา?
และวันนี้เขาทะเลาะกับสวี่หลันหลันด้วย หม่ามี้คงจะคิดว่าเขาไม่ได้เรื่องและไม่รักเขาอีกต่อไปแล้ว…
ยิ่งคิดเรื่องนี้มากเท่าไหร่ เสี่ยวเป่าก็ยิ่งรู้สึกเศร้ามากเท่านั้น และน้ำตาก็เกือบจะไหลลงมา
ถึงอย่างนั้นเขาเอาแต่บอกตัวเองในใจว่าลูกผู้ชายจะต้องไม่ร้องไห้ง่าย ๆ เขาจึงพยายามอดกลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมา
อันที่จริงไม่ใช่ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สนใจเสี่ยวเป่า เพียงแต่เธอนั่งอยู่บนเบาะข้างคนขับจึงไม่รู้ว่าเบาะหลังเป็นอย่างไรบ้าง
เนื่องจากเสี่ยวเป่าเงียบตลอดทาง เธอจึงหันกลับมามองเขาแต่กลับเห็นเขาเอียงหัวไปด้านข้างจึงคิดว่าเขากำลังหลับอยู่ ดังนั้นเธอก็เลยตั้งใจจะปล่อยให้เขานอนพักเอาแรงเพื่อเตรียมตัวออกไปเล่น
จนกระทั่งรถยนต์มาถึงที่หมาย เธอก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ
หลังจากลงจากรถยนต์ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มาช่วยเปิดประตูหลังให้สวี่หลันหลันกับเสี่ยวเป่า สวี่หลันหลันกระโดดลงมาอย่างตื่นเต้น แต่เสี่ยวเป่ากลับอ้อยอิ่งและปฏิเสธที่จะลงจากรถยนต์
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่เด็ก ๆ มักจะแสดงอารมณ์ออกมาทางสีหน้าและไม่สามารถปิดซ่อนเอาไว้ได้เลย เธอจึงมองออกทันทีว่าเสี่ยวเป่าไม่มีความสุขมาก
เธอยื่นมือออกไปจับมือเสี่ยวเป่าและถามด้วยความสับสนว่า “เป็นอะไรไป? ทำไมทำหน้าเศร้าขนาดนี้ล่ะลูก?”
ทว่าเสี่ยวเป่ากลับเหลือบมองด้านข้างและพึมพำอย่างงุ่มง่ามว่า “ไม่มีอะไรฮะ…”
ใครก็ตามที่เห็นสีหน้าเขาจะบอกได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ มีเพียงแค่เขาที่ไม่ได้สังเกตเห็น
สวี่หลันหลันยืนอยู่ข้าง ๆ พวกเขาทั้งสองคนและมองดูพวกเขาด้วยความสงสัย ระหว่างทางมาที่นี่เธอนั่งข้างเสี่ยวเป่า ดังนั้นเธอจึงสังเกตเห็นว่าอารมณ์ของเขาดูผิดแปลกไป แต่มันก็ไม่ได้ร้ายแรงจนเกินไป และตอนนี้เธอก็รับรู้แล้วว่าเขาแค่อิจฉา
สวี่หลันหลันมีความฉลาดทางอารมณ์สูงและไม่ได้พูดเปิดเผยในที่สาธารณะ เธอรู้ว่ามันอาจจะทำให้เสี่ยวเป่าอับอายและมีท่าทางอึดอัดมากกว่าเดิมได้
เธอจึงไม่ได้รีบปริปากพูดออกมาโดยตรง เพียงแค่รอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามคำถามกับเสี่ยวเป่าเพิ่มอีกสองสามข้อก่อน จากนั้นพอเห็นว่าไม่ได้รับคำตอบจากเสี่ยวเป่า เธอก็ชิงพูดขึ้นมาว่า “หนูรู้ว่าทำไมเขาถึงไม่มีความสุขค่ะ!”
สวี่หลันหลันก้าวไปข้างหน้า ดึงชายเสื้อของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง กระทั่งมองลงไปและเห็นว่าเธอมีท่าทางกังวลก็เลยอยากจะรู้ว่าเธอจะพูดอะไร
สวี่หลันหลันกวักมือ ยิ้มและพูดว่า “ขยับมาใกล้ ๆ หน่อยสิคะ เดี๋ยวหนูกระซิบบอกให้”
สวี่หลันหลันเม้มปากเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและนั่งลง
เสี่ยวเป่ามองดูสวี่หลันหลันกระซิบข้างหูหม่ามี้ของเขาด้วยความเฉื่อยชา อารมณ์ของเขาซับซ้อนขึ้นเล็กน้อย แต่ต่อมาเขาก็ไม่มีอารมณ์จะคิดเกี่ยวกับมันอีก
จู่ ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ระเบิดเสียงหัวเราะ ทำให้ทั้ง เสี่ยวเป่ากับมู่อวี้เฉิงตกตะลึง พวกเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงหัวเราะ
อันที่จริงตอนนี้เสี่ยวเป่าสงบลงมากแล้ว เพียงแต่รู้สึกอึดอัดมาตลอดทางจนหาทางออกไม่ได้
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินสวี่หลันหลันบอกว่า เสี่ยวเป่าอิจฉา เธอก็เข้าใจได้ในทันทีและอดจะยิ้มไม่ได้
จากนั้นเธอก็มองดูเสี่ยวเป่าด้วยสีหน้าล้อเลียน เลิกคิ้วและถามเขาว่า “ลูกคิดว่าหม่ามี้ยอมตามใจน้องเพราะชอบน้องมากกว่าลูกเหรอ?”
คำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำให้ใบหน้าของเสี่ยวเป่าเปลี่ยนเป็นสีแดง ใครใช้ให้เธอพูดความรู้สึกที่อยู่ในใจของเขาได้แม่นยำขนาดนี้ ทันใดนั้นเสี่ยวเป่าก็อับอายจนหน้าแดง
เขารีบตอบโต้กลับอย่างปากแข็ง “ผมเปล่าสักหน่อย!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะหัวเราะอีกครั้ง
“หม่ามี้จะไม่รักหนูได้ยังไง แต่หม่ามี้เคยบอกแล้วไม่ใช่เหรอว่าผู้ชายควรให้เกียรติผู้หญิง แล้วหม่ามี้ก็สัญญาแล้วด้วยว่าครั้งหน้าจะพาหนูไปปีนเขา อย่าโกรธอย่าเสียใจไปเลยนะ โอเคมั้ย หือ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดปลอบใจ
เสี่ยวเป่าเผลอพยักหน้าเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“เมื่อกี้ยังปฏิเสธอยู่หยก ๆ ทำไมพยักหน้าล่ะ” สวี่หลันหลันพูดพร้อมกับแลบลิ้นหยอกล้อ
เสี่ยวเป่าหน้าแดงไปจนถึงติ่งหู ตอนนี้เขายอมรับแล้วว่าเขาอิจฉาจริง ๆ “ฮึ่ม ฉันแค่อิจฉา จะหัวเราะอะไรนัก”
จากนั้นเขาก็กระโดดลงจากรถยนต์ พุ่งเข้าไปในอ้อมกอดของมู่อวี้เฉิงพร้อมกับพูดอ้อนว่า “แด๊ดดี้… หม่ามี้กับน้องหัวเราะเยาะผม”
มู่อวี้เฉิงอุ้มเขาขึ้นมากลางอากาศและยกมือขึ้นมาลูบหัวเขาเบา ๆ ก่อนจะยิ้มและพูดว่า “เอาล่ะ จะมาฟ้องเหรอ”
เสี่ยวเป่าทำหน้ามุ่ยและฝั่งหน้าไว้ในอ้อมแขนของ มู่อวี้เฉิงด้วยความอับอาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนกอดอกอยู่ด้านข้าง มองดูเสี่ยวเป่าเกาะมู่อวี้เฉิงแน่นราวกับหมีโคอาล่า แม้ว่าจะรู้สึกจนปัญญานิดหน่อยแต่ก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา อีกทั้งยังรู้สึกว่าลูกน้อยของเธอดูน่ารักขึ้นทุกวัน
พวกเขามาถึงชายหาดกันแล้วและโชคดีมากที่วันนี้อากาศดี แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่พลาดกิจการทางน้ำเป็นอันขาด
แต่ทั้งสี่คนตัดสินใจมาชายหาดกะทันหันและไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงหันไปมองมู่อวี้เฉิง “ไปซื้อเสื้อผ้ากันเถอะ”
ทุกคนไม่คัดค้านอะไร แต่มู่อวี้เฉิงกลับจ้องมองเธอด้วยดวงตาที่หม่นหมองลง