พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 898 ยังเล่นไม่พอ
ตอนที่ 898
ยังเล่นไม่พอ
เสี่ยวเป่ากับสวี่หลันหลันกำลังนั่งอยู่บนชายหาด ร่วมด้วยช่วยกันต่อปราสาททราย ดูสนุกสนานกันมาก
มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งเคียงข้างกัน ทั้งสองกอดกันมองดูพระอาทิตย์ตก พูดคุยกันอย่างผ่อนคลายและหวานชื่น
ช่วงเวลาแห่งความสุขดำเนินไปจนกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ท้องฟ้ามืดครึ้มเล็กน้อยและน้ำทะเลค่อย ๆ หนุนสูงขึ้น กระทั่งสี่คนที่นั่งอยู่แทบจะจมลงไป
มู่อวี้เฉิงเห็นเช่นนั้นก็หยุดชะงักและพูดขึ้นว่า “เรากลับกันเถอะ น้ำขึ้นสูงแล้ว คงนั่งต่ออีกไม่ได้นาน”
เขาหันสายตาที่เป็นคำถามไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยวและถามความคิดเห็นของเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าโดยไม่คิดหลังจากได้ยินเช่นนั้น ผู้ใหญ่ทั้งสองสามารถออกไปเมื่อไหร่ก็ได้ แต่สำหรับเด็กทั้งสองที่กำลังเล่นสนุกกันอยู่มันไม่ง่ายเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้และพูดเจรจากับเสี่ยวเป่า “เสี่ยวเป่า ถึงเวลาต้องกลับแล้ว หม่ามี้จะให้พวกหนูเล่นต่ออีกห้านาทีแล้วกลับกันนะ โอเคมั้ย?”
พวกเขาทั้งสองกำลังเล่นสนุกอยู่ พอได้ยินเช่นนั้นก็พากันตกตะลึง เงยหน้ามองมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดพร้อมเพรียงกันว่า “ยังเล่นไม่พอเลย ขอเล่นต่ออีกหน่อยได้มั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันไปมองมู่อวี้เฉิงด้วยสายตาราวกับจะบอกว่า “เห็นมั้ยล่ะ ฉันรู้อยู่แล้วว่ามันจะต้องเป็นแบบนี้”
มู่อวี้เฉิงเกาจมูก เขาไม่ถนัดจัดการเรื่องแบบนี้เลย เพราะนั้นให้เธอจัดการน่าจะดีกว่า
“ที่จริงหม่ามี้ก็อยากให้พวกหนูเล่นต่ออยู่หรอก แต่พวกหนูดูนี่แล้วสังเกตกันดี ๆ นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชี้ไปที่น้ำทะเลที่สูงถึงเท้าของเธอ
เด็กทั้งสองมองเท้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนอยู่ที่เดิมไม่ขยับเขยื้อน แต่ว่าหลังจากนั้นไม่นานน้ำทะเลก็ซัดขึ้นมาอย่างแรงโดยไม่ยั้ง จากนั้นน้ำทะเลที่อยู่ระดับเหนือข้อเท้าของเธอก็หนุนสูงขึ้นมาถึงระดับเข่า
เด็กทั้งสองตกตะลึง ดวงตาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ พูดขึ้นว่า “น้ำทะเลจะหนุนสูงขึ้นตามเวลา ถ้าเราไม่รีบไปตอนนี้ ทะเลอาจจะสูงขึ้นพวกเราจมน้ำได้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินออกมาจากน้ำทะเล และนั่งยอง ๆ จับมือพวกเขาทั้งสอง
“เพราะงั้นเล่นต่ออีกห้านาทีแล้วกลับกันได้มั้ย?”
สวี่หลันหลันกับเสี่ยวเป่ามองหน้ากันส่ายหัวอย่างแรง
เสี่ยวเป่าจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วดึงเธอไปข้างหน้า “หม่ามี้ ผมไม่อยากเล่นแล้ว เรากลับกันเถอะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นอดไม่ได้ที่จะยิ้มมุมปาก
พวกเขามีความสุขมากที่ได้เล่นสนุก แต่สุดท้ายก็ต้องกลับอยู่ดี ดังนั้นพวกเขาจึงเดินทางออกจากชายหาด
หลังจากกลับมา สวี่เฉิงถิงยังคงรออยู่
สวี่หลันหลันลงมาจากรถยนต์และพอเห็นหน้าสวี่เฉิงถิง เธอก็รีบวิ่งเข้าไปหาเขาด้วยความตื่นเต้น กระโดดกอดเข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเขา และพูดเล่าเรื่องราวที่เธอพบเจอในวันนี้ด้วยรอยยิ้ม
“พี่ชาย หนูมีความสุขมากเลยค่ะ วันนี้หนูไปที่เล่นที่ชายหาดมา เราก่อปราสาททรายอันใหญ่เบ้อเร่อเลย!”
สวี่หลันหลันไม่สามารถปิดบังความสุขของเธอได้ ดวงตาของเธอสดใสแวววาวราวกับดวงดาวในท้องฟ้ายามค่ำคืน
สวี่เฉิงถิงยิ้มและพยักหน้า ก่อนจะพูดว่า “มีความสุขก็ดีแล้ว”
แต่ในความเป็นจริง ดวงตาของเขากลับจับจ้องไปที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
สวี่เฉิงถิงรู้ว่าวันนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะมีความสุขมาก เขาหรี่ตาลงเล็กน้อย เปิดปากอยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็ปิดปากลงด้วยความลังเล
เขากำลังตัดสินใจว่าควรพูดหรือไม่พูดดี
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่แล้วแต่หัวสมองของเขากลับกำลังคิดอย่างบ้าคลั่ง โต้เถียงกับตัวเองว่าจะพูดออกไปดีหรือไม่
ทว่าสุดท้ายเขากลับไม่ได้พูดอะไรออกไป
สิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้นกลายเป็นอดีตไปแล้ว อันที่จริงดูเหมือนว่าเขาจะไม่มีอะไรให้พูดถึงเหมือนกัน ไม่มีอะไรที่เขาสามารถเปลี่ยนแปลงได้เลยไม่ใช่เหรอ?
พอคิดถึงเรื่องนี้ สวี่เฉิงถิงก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ
สวี่หลันหลันสังเกตเห็นอารมณ์บนใบหน้าของสวี่เฉิงถิง เธอเป็นคนใส่ใจจึงรีบพูดปลอบโยนเขา
“พี่ชาย เป็นอะไรไป?” สวี่หลันหลันพูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวังเล็กน้อย เธอเงยหน้ามองสวี่เฉิงถิงและกะพริบตา ปริบ ๆ
มือหนึ่งจับชายเสื้อของสวี่เฉิงถิงเอาไว้และเขย่าเบา ๆ
จากนั้นสวี่เฉิงถิงก็กลับมาได้สติอีกครั้ง เขาละสายตาออกจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว หันกลับมามองน้องสาว ฝืนยิ้มอย่างไม่เต็มใจ ส่ายหน้าและตอบว่า “ไม่เป็นไร พี่ชายไม่เป็นไร”
สวี่หลันหลันเม้มปาก แสดงสีหน้าไม่เชื่อ
สวี่เฉิงถิงทำหน้าแบบนั้นเขาจะไม่เป็นไรได้ยังไง?
เขารีบเปลี่ยนเรื่องแล้วถามว่า “วันนี้ไปก่อปราสาททรายแบบไหนมาบ้าง?”
สวี่หลันหลันทำหน้ามุ่ยอย่างหงุดหงิด เธอไม่อยากเห็นพี่ชายไม่มีความสุข เธอจึงพูดขัดจังหวะสวี่เฉิงถิง
“พี่ชาย ถ้าพี่ไม่มีความสุขก็พูดมาสิ ฉันรู้ว่าตอนนี้พี่ไม่มีความสุข พี่ไม่จำเป็นต้องแกล้งทำต่อหน้าฉันหรอก ไม่ว่ายังไงฉันก็จะอยู่ข้างพี่ชายเสมอ” สวี่หลันหลันยืนเขย่งเท้า โอบกอดพี่ชายเอาไว้แน่นและพูดปลอบใจอย่างไม่หยุด
สวี่เฉิงถิงตกตะลึง นึกไม่ถึงว่าสวี่หลันหลันจะสังเกตเห็นทุกรายละเอียดของเขา…
มันทำให้เขารู้สึกอบอุ่นในหัวใจ และรู้สึกโชคดีที่มีน้องสาวอยู่เคียงข้าง
เนื่องจากมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะเดินทางกลับประเทศ พวกเขาเห็นว่าเสี่ยวเป่ากับสวี่หลันหลันเล่นด้วยกันมาระยะหนึ่งแล้วและถือว่าเป็นเพื่อนที่ดีต่อกัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงบอกให้เสี่ยวเป่าบอกลาสวี่หลันหลัน
เสี่ยวเป่าลังเลอยู่นานก่อนจะรวบรวมความกล้าออกมาอย่างเคอะเขิน ก้าวไปข้างหน้าแล้วตะโกนบอกว่า “สวี่หลันหลัน!”
สวี่หลันหลันเพิ่งปลอบใจสวี่เฉิงถิงเสร็จ พอได้ยินเสียงเรียกเธอก็สะดุ้งตกใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหันกลับมามองเสี่ยวเป่า
“มีอะไร?” เธอถามด้วยความสงสัย
“พวกเราจะกลับบ้านกันแล้ว หม่ามี้บอกว่าให้มาบอกลาเพื่อน… หลังจากนี้เราจะได้เจอกันอีกใช่มั้ย?” เสี่ยวเป่ารู้สึกเศร้าใจ เขาชอบสวี่หลันหลัน แต่หลังจากเล่นด้วยกันได้สักพักพวกเขาก็ต้องแยกจากกัน
แต่ก่อนสวี่หลันหลันจะพูด สวี่เฉิงถิงก็โพล่งขึ้นมาด้วยความตื่นตระหนก “อะไรนะ? พวกคุณจะไปแล้วเหรอ?”
เขาเงยหน้าขึ้นมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล
“อืม” แม้ว่าทั้งสองจะไม่อยากพูดคุยกับสวี่เฉิงถิง แต่พวกเขาก็ยังพยักหน้าตอบรับ
ทว่าต่อมาพวกเขากลับต้องชะงักเพราะสวี่เฉิงถิงพูดอะไรบางอย่าง
“งั้นไปด้วยกันสิ”
หลังจากกลับมาถึงบ้าน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ได้เจอกับลิ่นอวี๋เหยียน ข้าง ๆ ลิ่นอวี๋เหยียนมีใครคนหนึ่งยืนอยู่ด้วย ซึ่งทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจมาก
คนคนนั้นไม่ใช่ใครอื่น เธอคือซ่งฉิงที่เป็นแม่ทูนหัวของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในประตูบ้าน และบังเอิญเห็นลิ่นอวี๋เหยียนกำลังพูดอะไรบางอย่างอยู่กับซ่งฉิง
หลังจากพวกเขาเห็นทั้งสองก็ผลักประตูเปิด ทำให้ทั้งสองหันกลับมามองดูบานประตู
เมื่อเห็นว่ามู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาแล้ว ลิ่นอวี๋เหยียนก็ชะงักไปครู่หนึ่ง กระทั่งรู้สึกตัวเธอก็พูดขึ้นมาทันทีว่า “พวกลูกกลับมาแล้วเหรอ?”
“ค่ะแม่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าตอบรับ
จากนั้นเธอก็ก้มลงไปหยิบรองเท้าแตะมาเปลี่ยนให้เสี่ยวเป่า พอเงยหน้าขึ้นมาเธอก็เห็นว่าลิ่นอวี๋เหยียนยืนอยู่ ข้าง ๆ เธอและจู่ ๆ ก็พูดขอโทษถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ก่อนหน้านี้แม่ผิดเอง”