พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 899 ปรับปรุงตัวเอง
ตอนที่ 899
ปรับปรุงตัวเอง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“หือ… แม่ เกิดอะไรขึ้นคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกดีใจอย่างอธิบายไม่ถูก แต่เธอก็สับสนเล็กน้อยและไม่เข้าใจว่าทำไมหลังจากเธอกลับมาแล้ว ลิ่นอวี๋เหยียนถึงกลายมาเป็นแบบนี้?
แตกต่างไปจากเมื่อก่อนอย่างสิ้นเชิง
“ไม่มีอะไรหรอก โธ่เอ๊ย ตอนนี้แม่รู้แล้วว่าก่อนหน้านี้แม่ทำผิดมหันต์แค่ไหน ฉันจะเข้ารับการรักษา และหวังว่าลูกจะยกโทษให้กับพฤติกรรมก่อนหน้านี้ของแม่ด้วย”
คำขอโทษของลิ่นอวี๋เหยียนฟังดูจริงใจมากจน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจไปชั่วขณะ เธอสับสนมึนงงอยู่ครู่หนึ่งและไม่รู้จะพูดอะไร
เธอรู้สึกซาบซึ้งใจอย่างไม่มีสาเหตุ ในที่สุดลิ่นอวี๋เหยียน ก็เปลี่ยนทัศนคติได้สักที แม้จะไม่รู้ว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้อีกฝ่ายเป็นแบบนี้แต่ก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี
“จริงเหรอคะแม่ ดีจังเลย ในที่สุดแม่ก็นึกออกแล้ว…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะยิ้มตาหยี เธอรีบเปลี่ยนเป็นรองเท้าแตะ เดินตรงเข้าไปจับมือลิ่นอวี๋เหยียนอย่างรักใคร่
ลิ่นอวี๋เหยียนตบหลังมือเธอเบา ๆ พร้อมทั้งรู้สึกโล่งใจมากขึ้น หลังจากทั้งสองพูดคุยกันต่ออีกสองสามประโยค ลิ่นอวี๋เหยียนก็ขอตัวกลับขึ้นไปพักผ่อนบนห้อง
กระทั่งอีกฝ่ายจากไปแล้ว มู่อวี้เฉิงก็พาเสี่ยวเป่าไปเก็บกระเป๋าเดินทางที่ห้อง เหลือถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับซ่งฉิงนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่นกันสองคน
“แม่ทูนหัว กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดทำลายความเงียบโดยการทักทายซ่งฉิง
ซ่งฉิงยิ้มและตอบกลับว่า “เพิ่งจะกลับมาไม่นานนี่แหละ สักพักเอง วันนี้คงจะแปลกใจมากสิท่า?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสับสนเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธ เธอประหลาดใจจริง ๆ จึงพยักหน้าตอบรับตามความจริง
“หนูน่าจะอยากรู้เหตุผลใช่มั้ยล่ะ?” ซ่งฉิงเลิกคิ้วแล้วพูดถาม ต้องบอกว่าเธอรู้จักถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นอย่างดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าตามที่คาดการณ์เอาไว้ “หนูก็ต้องอยากรู้อยู่แล้วสิคะ แม่ทูนหัวรู้มั้ยคะว่าเกิดอะไรขึ้น?”
“ตอนที่หนูไม่อยู่ ที่บ้านมีเรื่องเกิดขึ้นเยอะแยะเลย หลังจากพวกหนูทั้งสองออกไปเที่ยวกันไม่ได้นาน ลิ่นอวี๋เหยียนกับมู่หงจวิ้นก็ทะเลาะกัน”
“อะไรนะคะ? เกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงทะเลาะกัน?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ทั้งยังตกใจเล็กน้อย ไม่อยากจะเชื่อเลย มู่หงจวิ้นตามใจลิ่นอวี๋เหยียนมาก พวกเขาสองคนทะเลาะกันได้ยังไง?
หากคำพูดเหล่านี้ไม่ได้หลุดออกมาจากปากของซ่งฉิง เธอก็คงจะคิดว่าอีกฝ่ายโกหกเธอ
แต่เพราะซ่งฉิงเป็นคนบอกเธอ เธอจึงเชื่อสนิทใจ ท้ายที่สุดซ่งฉิงจะไม่มีวันโกหกเธอและไม่จำเป็นต้องโกหกเธอ
“แม่ได้ยินอวี๋เหยียนบอกว่าพวกเขาทะเลาะกันแรงมาก ทำสงครามเย็นกันมาพักหนึ่งแล้ว แต่แม่ก็ไม่รู้สาเหตุหรอกนะ มารู้อีกทีก็ตอนเธอคิดได้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ จู่ ๆ เธอก็คิดได้ว่าพฤติกรรมของเธอดูผิดแปลกไป พอแม่กลับมา เธอก็เล่าเรื่องนี้ให้แม่ฟัง” ซ่งฉิงเล่าเรื่องราวอย่างฉะฉานและบอกทุกอย่างที่เธอคุยกับลิ่นอวี๋เหยียน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมเป็นแบบนี้ ต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้เลยที่พ่อจะทำแบบนี้กับแม่…
เขายอมทำตัวใจร้ายทะเลาะกับลิ่นอวี๋เหยียนได้ยังไง ในเมื่อปกติแล้วเขาไม่เคยทำร้ายเธอสักครั้งเลย
หรือว่ามู่หงจวิ้นจะเป็นแบบนี้เพราะเธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะสงสัยว่าเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเธอหรือไม่
เธอยังไม่อยากปักใจเชื่อจึงพูดขอคำยืนยันอีกครั้ง “แม่ทูนหัว พ่อกับแม่ทะเลาะกันแรงจนไม่ยอมกันเลยอย่างที่แม่ทูนหัวพูดจริง ๆ เหรอคะ? ”
ซ่งฉิงพยักหน้า อย่างไรก็ตามนี่คือข้อมูลที่เธอได้รับ มาจากลิ่นอวี๋เหยียน และเธอก็บอกความจริงทุกอย่างกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับว่าอีกฝ่ายจะเชื่อหรือไม่
แต่จากที่ซ่งฉิงเข้าใจมาก ลิ่นอวี๋เหยียนไม่มีเหตุผลจะต้องพูดโกหก ดังนั้นเรื่องดังกล่าวน่าจะเป็นเรื่องจริง
“แม่ทูนหัวก็รู้มาแค่นี้แหละ เมื่อกี้เรากำลังคุยกันอยู่ พอพวกลูกทั้งสามกลับมาก็เลยหยุดพูดไป ส่วนเรื่องที่ละเอียดอ่อนกว่านี้แม่ทูนหัวไม่รู้หรอกนะ” ซ่งฉิงยกยิ้มมุมปากและพูดอย่างทำอะไรไม่ถูก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรับฟังและพยักหน้าอย่างช้า ๆ
“แท้จริงแล้วเป็นแบบนี้นี่เอง หนูเริ่มจะเข้าใจขึ้นมาหน่อยแล้วค่ะ…” เธอเม้มปากด้วยความรู้สึกสับสนเล็กน้อย บางทีพ่ออาจจะทะเลาะกับแม่เพราะเธอ
อีกอย่างตอนนี้ลิ่นอวี๋เหยียนกำลังป่วยอยู่ คิดว่ามู่หงจวิ้นคงจะไม่มีทางเลือกจนต้องใช้วิธีการนี้ อันที่จริงทุกคนเข้าใจว่า มู่หงจวิ้นทำแบบนี้เพราะต้องการให้ลิ่นอวี๋เหยียนหายดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดเรื่องนี้และอดไม่ได้ที่จะหวนนึกถึงความดูแลเอาใจใส่ที่มู่หงจวิ้นมอบให้เธอตลอดหลายปีที่ผ่านมา มันทำให้เธอรู้สึกขอบคุณและโชคดีจริง ๆ ที่มีพ่อตาแสนดีแบบนี้
กว่าเธอจะเงยหน้าขึ้นมาอีกครั้งก็ผ่านไปห้านาทีแล้ว ถึงอย่างนั้นซ่งฉิงยังคงยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่ได้รีบร้อนอะไร
“แม่ทูนหัวจะไปคุยกับแม่ต่อมั้ยคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามด้วยความสงสัย
ซ่งฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบกลับหลังจากนั้นไม่นาน “ทำไมเราไม่ไปคุยด้วยกันเลยล่ะ แม่ทูนหัวคิดว่าตอนนี้แม่หนูน่าจะอยากคุยเรื่องทั้งหมดกับหนูมากกว่า”
อารมณ์ที่ไม่มีที่มาที่ไปแวบเข้ามาในดวงตาของซ่งฉิง
“แต่ถ้าหนูกับแม่ทูนหัวเข้าไปด้วยกันมันจะอึดอัดหรือเปล่าคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกมือขึ้นมาจับปลายผมของตัวเอง จินตนาการถึงภาพนั้นแล้วรู้สึกว่ามันน่าจะอึดอัดมาก
ทว่าซ่งฉิงกลับส่ายหัว
“แม่ทูนหัวไม่รู้หรอกว่ามันน่าอึดอัดหรือเปล่า แต่รู้ว่าการหลบหนีทำได้แค่ชั่วคราวเท่านั้นแหละ สุดท้ายก็ต้องเผชิญหน้าอยู่ดี” ซ่งฉิงยกมือขึ้นมาตบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ และพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลังเลอยู่ในใจเล็กน้อย จากนั้นก็คิดพิจารณาว่าเธอควรจะไปหาลิ่นอวี๋เหยียนกับซ่งฉิงหรือไม่
ซ่งฉิงไม่ได้เร่งเร้าเธอเพราะตอนนี้พวกเธอไม่ต้องทำอะไรจึงสามารถให้เวลาถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดตัดสินใจได้
หลังจากนั้นไม่นาน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตัดสินใจลุกขึ้นมาจากโซฟา กระแอมไอสองครั้งแล้วพูดว่า “งั้นเราไปด้วยกันเถอะค่ะ”
จากนั้นทั้งสองก็เดินไปที่ห้องของลิ่นอวี๋เหยียนด้วยกัน
ทว่าประตูห้องกลับถูกเปิดออกก่อนแล้ว พอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับซ่งฉิงเดินขึ้นมาก็ได้ยินเสียงของใครบางคนดังมาจากข้างใน แต่เสียงนั้นคุ้นเคยกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากเพราะมันคือเสียงของมู่อวี้เฉิงกับลิ่นอวี๋เหยียน
ไม่รู้ว่ามู่อวี้เฉิงเข้าไปในห้องตั้งแต่เมื่อไหร่ ทั้งสองคนไม่รู้ตัวเลย
เมื่อไม่ได้ปรึกษาหารือกันก่อน ทั้งสองก็หยุดเดินและยืนนิ่งอยู่ที่เดิม จากนั้นพวกเธอก็มองตากันด้วยความเข้าใจ และตัดสินใจว่าจะยืนฟังอยู่ข้างนอกสักพักก่อนจะเข้าไป
“ทำไมวันนี้ถึงเป็นแบบนี้…” มู่อวี้เฉิงนั่งลงตรงข้ามและมองดูแม่ขอเขาด้วยความสับสน เหตุการณ์ตอนที่เขาเดินเข้ามาประตูมาทำให้เขาตกตะลึง
จากนั้นลิ่นอวี๋เหยียนก็พูดขึ้นว่า “แม่เพิ่งสำนึกได้ว่าแม่ทำผิดไป รู้แล้วว่าสิ่งที่ทำก่อนหน้านี้มันผิดพลาดมากแค่ไหน ลูกช่วยบอกเหมี่ยวเหมี่ยวว่าอย่าถือสาที่แม่ทำก่อนหน้านี้เลยและยกโทษให้แม่ได้มั้ย จากนี้ไปแม่จะปรับปรุงตัวเอง”