พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 900 จะไม่ทำแบบนั้นกับเธออีก
ตอนที่ 900
จะไม่ทำแบบนั้นกับเธออีก
คำพูดของลิ่นอวี๋เหยียนฟังดูจริงใจจริง ๆ และนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นเธอพูดด้วยน้ำเสียงรู้สึกผิดเช่นนี้
“แล้วเกิดอะไรขึ้น ทำไมผมไม่เห็นพ่อที่บ้านเลย พ่อไปไหน?” มู่อวี้เฉิงไม่เชื่อว่าแม่ของเขาจะตระหนักถึงความผิดพลาดของตนเองได้ในทันที จะต้องมีเหตุผลบางอย่าง และตอนนี้เขาก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติไป นั่นคือพ่อของเขาหายไป
ลิ่นอวี๋เหยียนที่ได้ยินเช่นนั้นตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงและหลบตา
มู่อวี้เฉิงจ้องมองเธอด้วยสายตาพิจารณา
สายตาที่เพ่งเล็งของเขาทำให้ลิ่นอวี๋เหยียนทนไม่ไหวอีกต่อไป ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก “ก็ได้ จริง ๆ แล้ว… มู่หงจวิ้นพ่อแกย้ายออกไปแล้วล่ะ ก็เพราะมันเป็นแบบนี้แม่ถึงได้รู้ว่าสิ่งที่แม่ทำก่อนหน้านี้มันผิดมหันต์มากแค่ไหน ตอนนี้แม่สำนึกผิดแล้ว แม่… แม่อยากให้พ่อของแกกลับมา แต่ แต่แม่ละอาย กลัวเสียหน้า…”
เธอเม้มปากแน่น ดูประหม่าและผิดหวัง
มู่หงจวิ้นย้ายออกจากบ้านไปสักพักหนึ่งแล้ว ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ตัวคนเดียวเป็นยังไงบ้าง เธอคิดถึงเขามากแต่ก็ไม่มีหน้าไปหาเขา
ขณะเดียวกันเสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดจังหวะพวกเขาทั้งสอง
มู่อวี้เฉิงกับลิ่นอวี๋เหยียนหันหน้าไปมองประตูพร้อมกัน หลังจากได้ยินเสียงเอี๊ยด บานประตูสีน้ำตาลก็ถูกผลักออกช้า ๆ ปรากฏให้เห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับซ่งฉิงที่ยืนอยู่ด้านนอก
“ขอโทษที่ขัดจังหวะนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งยิ้มขอโทษและดึงซ่งฉิงเข้ามาในห้องด้วยกัน
หลังจากเงียบไปแป๊บนึง เธอก็พูดต่อว่า “เมื่อกี้พวกเราสองคนบังเอิญได้ยินเรื่องทั้งหมดจากข้างนอกแล้วค่ะ ขอโทษที่รีบเข้ามาขัดจังหวะทั้งสองคน หวังว่าพวกแม่จะไม่โกรธนะคะ”
มู่อวี้เฉิงส่ายหน้าและหันไปมองลิ่นอวี๋เหยียนที่ทำหน้าตาอึดอัดอยู่ฝั่งตรงข้าม เขาส่ายหัวเบา ๆ และพูดว่า “ไม่เป็นไร ไม่ใช่คนนอก ไม่มีอะไรที่ฟังไม่ได้หรอก เข้ามานั่งนี่สิ”
มู่อวี้เฉิงยกมือขึ้นมาตบที่นั่งข้าง ๆ และเลิกคิ้วให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันหน้ากลับไปมองซ่งฉิงด้วยความเขินอาย
ซ่งฉิงเข้าใจว่าอีกฝ่ายกำลังจะเข้าไปนั่งกับมู่อวี้เฉิง อีกฝ่ายจึงหันมาหาเธอด้วยความรู้สึกผิดราวกับว่าเป็นฝ่ายทิ้งเธอไว้ข้างหลัง
ซ่งฉิงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะและพูดหยอกล้อว่า “ไปเลย ๆ แม่ทูนหัวไม่ใช่เด็กแล้วนะที่จะมาเสียใจกับเรื่องเล็กน้อยพรรค์นี้ ไอหยา รู้แล้วว่าพวกเธอรักใคร่กันดี น่าอิจฉาจริง ๆ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นหน้าแดงอย่างเห็นได้ชัดทันที เธอแลบลิ้นด้วยความเขินเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ มู่อวี้เฉิง
มู่อวี้เฉิงวางแขนโอบไหล่เธออย่างเคยตัว
จากการสนทนาของทั้งสาม ทำให้บรรยากาศที่อึดอัดเริ่มกลับมาสดใสอีกครั้ง มีเพียงลิ่นอวี๋เหยียนเท่านั้นที่นั่งก้มหน้าก้มตาด้วยความรู้สึกผิด อับอายเกินกว่าจะเผชิญหน้ากับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ตอนได้ยินคำพูดของลิ่นอวี๋เหยียนจากข้างนอก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เข้าใจได้ว่าเธอคงจะอยากให้พวกเธอช่วยพา มู่หงจวิ้นกลับมา แต่รู้สึกอายเกินกว่าจะพูดขอร้อง
แน่นอนว่าเพียงแค่แป๊บเดียว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สังเกตเห็นว่าลิ่นอวี๋เหยียนแอบมองเธออยู่หลายครั้ง
ท้ายที่สุด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเป็นคนพูดเปิดประเด็น
“เมื่อกี้หนูได้ยินมาว่าพ่อย้ายออกจากบ้านไปเหรอคะ? หรือไม่อย่างนั้น แม่คะ ให้หนูไปช่วยพูดกล่อมพ่อให้มั้ยคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพิจารณาและพูดออกมา
ทันใดนั้นดวงตาของลิ่นอวี๋เหยียนก็เป็นประกายทันที และพูดด้วยความประหลาดใจว่า “เธอจะช่วยจริง ๆ เหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าแล้วยิ้มตาหยี
ในความเป็นจริงเธอมีความสุขมากที่สามารถกลับมาปรองดองกับลิ่นอวี๋เหยียนได้อีกครั้ง ดังนั้นเธอจึงเต็มใจช่วยตามหาพ่อกลับมา
จู่ ๆ ลิ่นอวี๋เหยียนก็ตื่นเต้นมากจนกระโดดขึ้นจากเก้าอี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรู้สึกว่าผู้หญิงเรา ไม่ว่าจะอายุเท่าไหร่ก็ตามจะยังประพฤติตัวเหมือนเด็กอยู่เสมอ
เธออดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบา ๆ และพูดว่า “หนูจะพยายามพูดโน้มน้าวพ่ออย่างเต็มที่ แต่หนูไม่รับประกันนะคะว่าจะพาพ่อกลับมาบ้านได้!”
ลิ่นอวี๋เหยียนวิ่งเข้าไปกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพูดทั้งน้ำตาว่า “ขอบใจมากนะลูก ก่อนหน้านี้แม่ผิดเอง ตอนนี้แม่สำนึกผิดจริง ๆ แล้ว รู้แล้วว่าแต่ก่อนทำผิดไปมากขนาดไหน ทำไมถึงคิดว่าเธอไม่ใช่คนดีได้นะ ถ้าย้อนเวลากลับไปได้ก็คงจะดี แม่จะไม่ทำแบบนั้นกับเธออีกแน่นอน..”
เธอร้องไห้สะอึกสะอื้นและพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ จนคนฟังถึงกับกลั้นน้ำตาไม่ไหว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกเล็กน้อยเมื่อเห็นเช่นนั้น นึกไม่ถึงว่าลิ่นอวี๋เหยียนจะร้องไห้ออกมา แต่เธอก็ไม่รู้ว่าจะพูดปลอบอีกฝ่ายยังไงดี
มู่อวี้เฉิงที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ สังเกตเห็นเหตุการณ์เช่นกันและรีบพูดปลอบแม่ว่า “แม่ครับ ไม่ต้องเป็นห่วง เหมี่ยวเหมี่ยวอยู่นี่แล้ว พ่อฟังเธอพูดมากที่สุด เดี๋ยวอีกไม่นานก็กลับมาครับ แม่พักผ่อนอยู่บ้านให้สบาย รอพวกเรากลับบ้านมาหา ไม่ต้องกังวลนะครับ”
เขายกมือขึ้นลูบหลังแม่และพูดปลอบโยนอย่างอดทน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเสริมขึ้นว่า “ใช่ค่ะ แม่สบายใจได้เลย ไม่ต้องคิดมาก ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวเรื่องนี้เราสองคนจัดการเองค่ะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนที่ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกซาบซึ้งใจมาก น้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว จนกระทั่งสัมผัสรสชาติเค็ม ๆ ได้ที่มุมปาก เธอก็รู้ตัวว่าเธอกำลังร้องไห้เพราะซาบซึ้งใจจริง ๆ
เธอยกมือขึ้นมาปาดน้ำตาด้วยความเขินอาย ลุกออกจากอ้อมกอดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวและฝืนยิ้มพูดว่า “ฉันต้องดวงดีขนาดไหนนะถึงได้มีหลานชายอย่างเสี่ยวเป่าและลูกสะใภ้ดี ๆ อย่างเธอ มีตั้งหลายคนที่อิจฉาฉัน แต่ฉันกลับไม่เคยรู้ตัวมาก่อนเลย…”
ต่อมาถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงก็กลับไปพักผ่อนที่บ้านเป็นเวลาหนึ่งวัน พวกเขาไม่ได้ไปหามู่หงจวิ้นในทันที
วันรุ่งขึ้น พวกเขาทั้งสองก็ออกไปตามหามู่หงจวิ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนอยู่หน้าประตูด้วยความรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย อันที่จริงเธอไม่มั่นใจว่าจะสามารถพามู่หงจวิ้นกลับบ้านได้ แม้ว่าพ่อตาจะใจดีกับเธอมากแต่นั่นก็เป็นเพราะว่า มู่หงจวิ้นเป็นคนมีมารยาท ไม่ใช่เป็นเพราะว่าเธอพิเศษสำหรับเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึก ระงับความวิตกกังวลในใจและยกมือเคาะประตู
หลังจากนั้นไม่นานประตูก็ถูกเปิดออกจากด้านใน เผยให้เห็นมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว ดูเหมือนว่ามู่หงจวิ้นจะไม่รู้สึกแปลกใจเลย ราวกับเขาคาดเดาได้ว่าเหตุการณ์แบบนี้จะเกิดขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงส่งเสียงทักทายอย่างพร้อมเพรียง “พ่อ”
จากนั้นพวกเขาก็เดินตามเขาเข้าไปข้างใน
หลังจากพูดคุยกัน ทั้งสองคนก็เข้าใจว่าทำไมมู่หงจวิ้นถึงย้ายออกมาจากบ้าน
“พ่อแค่หวังว่าแม่แกจะมองเห็นความจริงสักที ตอนนี้เธอป่วยอยู่ จะมาเอาแต่ใจเหมือนเมื่อก่อนไม่ได้แล้ว พ่อเองก็ตามใจแม่แกตลอดเวลาไม่ไหวเลยปล่อยให้เธอทำตามใจตัวเอง” มู่หงจวิ้นพูดด้วยน้ำเสียงที่ทำอะไรไม่ถูก พร้อมกับถอนหายใจและส่ายหัว
-จบเล่ม-