พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 902 เขาเคยชอบเธอ
ตอนที่ 902
เขาเคยชอบเธอ
หลังจากนั้นไม่นาน มู่หงจวิ้นก็เดินออกมาพร้อมกับกระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้ว มันดูมีขนาดใหญ่มาก แต่อันที่จริงมีของอยู่เพียงครึ่งเดียวเท่านั้น
“ไป…” จู่ ๆ มู่หงจวิ้นก็หยุดพูดกะทันหัน เสียงล้อลากของกระเป๋าเดินทางที่เสียดสีกับพื้นก็หยุดลงเช่นกัน
โทรทัศน์ภายในห้องนั่งเล่นถูกเปิดอยู่ หน้าจอปรากฏเป็นการ์ตูนที่ได้รับความนิยมจากเด็ก ๆ ในช่วงนี้ แน่นอนว่าเสี่ยวเป่าเป็นคนดู
แต่สิ่งที่ทำให้มู่หงจวิ้นประหลาดใจนั้นคือบรรยากาศระหว่างลิ่นอวี๋เหยียนกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวดูผ่อนคลายขึ้นมาก
“คุณกลับไปก่อนเถอะ” ลิ่นอวี๋เหยียนยังคงนั่งกัดเมล็ดแตงโมอยู่ ทำให้คำพูดเลือนรางเล็กน้อย “ฉันมีธุระต้องไปทำต่อ”
มู่หงจวิ้นรู้สึกมั่นใจมากขึ้นเมื่อเห็นทั้งสองคนเป็นแบบนี้ วันนี้ลิ่นอวี๋เหยียนจะต้องไปตรวจร่างกายที่โรงพยาบาล มู่หงจวิ้นจึงกวักมือไปทางเสี่ยวเป่าแล้วพูดว่า “เรากลับกันเถอะ พวกแม่เขามีธุระต้องไปทำต่อ เราออกไปเล่นรอพวกเขากันดีกว่า”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกลงจะพาลิ่นอวี๋เหยียนไปโรงพยาบาล และการพาลูกไปไหนมาไหนด้วยย่อมไม่สะดวกเสมอไป เธอจึงตบก้นลูกชายเบา ๆ
เสี่ยวเป่ารีบลุกขึ้นจากโซฟาอย่างเชื่อฟัง จากนั้นก็เดินเข้าไปจับมือของมู่หงจวิ้นเอาไว้
หลังจากพวกเขาทั้งสองจากไป ลิ่นอวี๋เหยียนก็ลุกขึ้นออกเดินทางไปยังโรงพยาบาล ระหว่างทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ทำตัวเกียจคร้านและคอยสอบถามอาการอยู่ตลอด
“หลังผ่าตัดครั้งล่าสุด รู้สึกยังไงบ้างคะ?”
ลิ่นอวี๋เหยียนส่ายหัว “แม่บอกไม่ถูก ไม่เห็นว่าร่างกาย จะผิดปกติตรงไหนเลย น่าจะเป็นเพราะว่าความเครียดสะสมมากกว่า ตรวจเสร็จแล้วก็น่าจะรู้กัน”
ก็ใช่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้พูดอะไรต่อ
กระทั่งมาถึงโรงพยาบาลและเห็นชายคนหนึ่งในชุดขาว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จำจดได้ว่าสวี่เฉิงถิงเป็นแพทย์ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลนี้
ลิ่นอวี๋เหยียนนัดหมายเอาไว้และนางพยาบาลคนหนึ่งกำลังรอเธออยู่ที่แผนกต้อนรับ พอเห็นเธอก็รีบก้าวออกมาข้างหน้าทันที “คุณผู้หญิงมานัดตรวจร่างกายใช่มั้ยคะ? เชิญทางนี้ค่ะ”
คงจะมีคนบอกนางพยาบาลล่วงหน้าเอาไว้แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงอดคิดไม่ได้ว่าสวี่เฉิงถิงเป็นคนจัดแจงเรื่องนี้หรือเปล่า และจู่ ๆ ความอึดอัดใจก็ทวีคูณเพิ่มขึ้น
“ทำไมเธอดูกังวลมากกว่าแม่อีก?” ลิ่นอวี๋เหยียนมองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่สักพักแล้ว และก็สังเกตเห็นว่ามือเรียวทั้งสองข้างขยับเข้าหากัน บ่งบอกให้เห็นความลำบากใจของเจ้าของมือ “ไม่เป็นไรหรอก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มด้วยความลำบากใจและสูดลมหายใจเข้าลึก
สวี่เฉิงถิงกำลังรอพวกเธออยู่ข้างใน หลังจากเห็นพวกเธอเดินเข้ามา เขาก็พยักหน้าทักทายแล้วพูดว่า “เชิญครับ หลังจากผ่าตัดครั้งก่อนรู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างมั้ยครับ?”
ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกโล่งใจและผ่อนคลายขึ้นมาก เธอจึงพูดติดตลกว่า “ทำไมหมอถามคำถามเดียวกับลูกสะใภ้ฉันเลยล่ะคะ”
ทันใดนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับสวี่เฉิงถิงก็รับเบือนหน้าออกไปด้วยความกระอักกระอ่วนใจ
โชคดีที่สวี่เฉิงถิงไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรและตอบรับคำพูดของเธออย่างเป็นธรรมชาติ “ก็หมายความว่าลูกสะใภ้ใส่ใจคุณหญิงไงครับ ในเมื่อไม่มีอะไรผิดปกติ งั้นเรามาตรวจร่างกายกันนะครับ”
การตรวจร่างกายมีหลายขั้นตอนมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถรออยู่ข้างในได้ตลอดเวลา และข้างในนั้นก็มีแพทย์กับนางพยาบาลคอยเฝ้าอยู่แล้ว เธอจึงไม่จำเป็นต้องอยู่ต่อ หลังจากนั้นไม่นานเธอก็เดินออกมาสูดอากาศข้างนอกและหาที่นั่งเพื่อนั่งพัก
หลังจากนั้นไม่เกินห้านาที บานประตูก็เปิดออก
ตรวจเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ? ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นและกำลังจะถาม แต่กลับสายตาที่จ้องมองมาของสวี่เฉิงถิง
“คุณ…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเผลอหลุดพูดออกไปอย่างประหม่า
ในทางตรงกันข้าม สวี่เฉิงถิงดูเป็นธรรมชาติมากกว่า และพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ได้แสดงอารมณ์ใด ๆ ทั้งนั้น “ใกล้จะตรวจเสร็จแล้วล่ะ ครั้งนี้คุณหญิงอาการดีขึ้นมาก ตอนแรกผมตั้งใจจะตรวจแบบผ่าตัดเปิดกะโหลก…”
ผ่าตัดแบบเปิดกะโหลกศีรษะ?! ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มตึงเครียด
“แต่ถ้ายังป้องกันต่อไปได้ก็ไม่จำเป็นครับ” สวี่เฉิงถิงพูดพร้อมกับมองดูสีหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เปลี่ยนไป ก่อนจะพูดขึ้นด้วยความเศร้าใจว่า “แค่จากนี้พยายามให้คุณหญิงควบคุมอารมณ์ของตัวเองให้ได้ก็พอ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจด้วยความโล่งอกและพยักหน้า “คงจะต้องเป็นแบบนั้นแหละค่ะ”
นี่น่าจะเป็นผลสืบเนื่องมาจากการผ่าตัดครั้งล่าสุด มันดูน่ากลัวมาก เพราะฉะนั้นหลังจากนี้จะต้องให้ความสนใจอย่างมาก
เธอคิดว่าบทสนทนาระหว่างพวกเขาทั้งสองจบลงแล้ว แต่กลับนึกไม่ถึงว่าสวี่เฉิงถิงจะยืนนิ่งและหยุดอยู่ที่หน้าประตู
“…มีอะไรอีกหรือเปล่าคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามไถ่อย่างหวาดระแวง
เธออยากจะเข้าไปหาลิ่นอวี๋เหยียนข้างใจ แต่ผู้ชายคนนี้กลับขวางทางเธอเอาไว้
สีหน้าของสวี่เฉิงถิงหนักอึ้งขึ้น เผยให้เห็นความโศกเศร้า “…ระหว่างพวกเราพอจะเป็นไปได้บ้างมั้ย?”
“ฉันมีลูกแล้วค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งยิ้มจาง ๆ พูดปฏิเสธเขาอย่างเหมาะสม
แน่นอนว่าไม่มีทางหนีไปไหนได้ ดังนั้นพวกเขาจะต้องแข็งข้อขึ้น พวกเขาสามารถเป็นเพื่อนกันได้แต่ไม่ควรล้ำเส้นกัน
“…ขอโทษ” สวี่เฉิงถิงกลับมาแสดงท่าทางเฉยเมยอีกครั้ง ราวกับว่าเขาเพิ่งสูญเสียความเป็นตัวเองและติดเข้ากับกับดับความรัก ซึ่งมันไม่ใช่ตัวเขาเลย
“ผมมีงานต้องจัดการต่อ ขอตัวก่อนนะ เดี๋ยวคุณหญิงก็คงจะออกมาแล้ว กลับไปดูแลเธอให้ดีล่ะครับ” สวี่เฉิงถิงพูดทิ้งท้ายก็จะรีบเดินจากไปราวกับกำลังวิ่งหนี
แต่ก่อนที่มือของถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะสัมผัสเข้ากับลูกบิด บานประตูก็ถูกเปิดจากด้านในก่อน
คนที่เปิดประตูออกมาคือลิ่นอวี๋เหยียน หัวใจของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเต้น “ตึกตัก” ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะยืนอยู่หน้าประตูมาระยะหนึ่งแล้ว
น่าจะได้ยินบทสนทนาทั้งหมด “ตรวจเสร็จแล้วเหรอคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองไปข้างในด้วยท่าทางสงบ และเห็นว่านางพยาบาลกำลังเก็บอุปกรณ์อยู่
“ตรวจเสร็จนานแล้ว กลับกันเถอะ” ลิ่นอวี๋เหยียนเดินนำหน้า โดยมีถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามหลัง
เนื่องจากลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้ถาม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้พูดอะไร เพราะบางทีอีกฝ่ายอาจจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอมีความคิดแอบแฝงได้
บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนกลับมาตึงเครียดอีกครั้ง พวกเธอเดินเคียงข้างกันโดยไม่พูดอะไร
หลังจากออกมาจากโรงพยาบาล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เรียกรถแท็กซี่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเฝ้าดูผู้คนที่ผ่านไปมานอกหน้าต่างรถยนต์ ดวงตาวอกแวกดูเสียสมาธิเล็กน้อย
จู่ ๆ เสียงของลิ่นอวี๋เหยียนก็ดังลองเข้ามาในหู “แม่ได้ยินที่เธอคุยกับหมอสวี่แล้ว เขาเคยชอบเธอนิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาได้สติแต่ยังไม่รู้จะพูดอะไร ทำได้แค่ส่งเสียง “อืม”
ลิ่นอวี๋เหยียนพูดมันออกมาอย่างชัดเจน เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ต้องเกิด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ทำอะไรเลย ดังนั้นเธอจึงไม่ต้องรู้สึกผิด
“เธอรู้จักกับหมอสวี่เหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนถามอย่างเป็นกันเอง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า “รู้จักค่ะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนเงียบไปสักพักจนบรรยากาศดูหดหู่ขึ้น คนขับรถไม่พูดไม่จา เพียงแต่ขับรถไปเงียบ ๆ
“แล้วเธอคิดยังไงล่ะ?” ลิ่นอวี๋เหยียนถามต่อ
คิดยังไงเหรอ? ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสับสนและไม่เข้าใจคำถามของลิ่นอวี๋เหยียน
ลิ่นอวี๋เหยียนเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำหน้าสับสนจนพูดต่อว่า “หมอสวี่เป็นคนดี สุภาพ ครอบครัวมีฐานะแล้วก็หน้าตาดี เธอคิดยังไงกับเขาบ้าง?”
เธอพูดประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจอารมณ์ของลิ่นอวี๋เหยียนในตอนนี้ดี และเธอก็รู้สึกทำอะไรไม่ถูกที่ปล่อยให้ผู้หลักผู้ใหญ่มาเห็นเหตุการณ์นี้
สวี่เฉิงถิงเก่งมาก รูปร่างหน้าตาดีและสุภาพเรียบร้อย แต่ทั้งสองคนเป็นได้แค่เพื่อนกันเท่านั้น
“หนูกับเขาเป็นแค่เพื่อนกันค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตอบกลับโดยไม่ลังเล