พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 903 ไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนอยู่ใกล้คุณ
ตอนที่ 903
ไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนอยู่ใกล้คุณ
บรรยากาศเงียบสงบลง ลิ่นอวี๋เหยียนเคาะนิ้วลงบนที่วางแขนเบา ๆ เห็นได้ชัดว่าเธอกำลังวิเคราะห์คำพูดของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ในขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลั้นหายใจ พยายามมีสมาธิและไม่รบกวนเธอ
“เข้าใจแล้ว”
คำพูดดังกล่าวฟังดูไม่ชัดเจนนัก และถงเหมี่ยวเหมี่ยว ก็ไม่อยากทำให้ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกแย่กับเธออีก
ลิ่นอวี๋เหยียนสังเกตเห็นเธอจึงปรับสีหน้าให้อ่อนโยนขึ้น และพูดว่า “คนหนุ่มสาว รู้จักผูกมิตรกันเป็นเรื่องปกติ แต่…” เธอขมวดคิ้วและพูดแนะนำถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “ถ้าเป็นผู้ชายกับผู้หญิงก็ต้องระมัดระวังด้วย”
ลิ่นอวี๋เหยียนกลัวว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเข้าใจผิดจึงพูดเสริมอีกประโยคว่า “แม่กลัวว่าอวี้เฉิงจะเข้าใจผิด”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย “หนูรู้ค่ะ หมอสวี่เป็นแค่เพื่อน ยังไงหนูก็จะฟังที่แม่พูดอยู่แล้ว”
ลิ่นอวี๋เหยียนผ่อนคลายคิ้วที่ขมวดเป็นปมแน่น และตบหลังมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ ด้วยความรักใคร่ “เด็กดี”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้รับความอบอุ่นจากลิ่นอวี๋เหยียนมานานแล้ว ดังนั้นเธอจึงอดไม่ได้ที่จะนั่งนิ่งและตอบรับเบา ๆ
เดิมทีลิ่นอวี๋เหยียนกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับหมอสวี่ แต่หลังจากได้รับคำตอบจาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอก็รู้สึกผ่อนคลายลงมาก ทั้งสองเข้ากันได้อย่างมีความสุขและกลับมารู้สึกสบายใจต่อกันอีกครั้ง
“อวี้เฉิง?” ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูมู่อวี้เฉิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงหันไปมองตามเธอ เขาคนนั้นยืนพิงประตูด้วยท่าทางหล่อเหลา ริมฝีปากยกขึ้นเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่ากำลังอารมณ์ดี
“ไอตัวแสบ กลับมาไม่ให้สุ้มให้เสียง”
คำพูดของลิ่นอวี๋เหยียนดูโกรธเคืองแต่กลับไม่ได้มีทีท่าว่าจะตำหนิอะไรเลย มู่อวี้เฉิงเข้าใจดีและยิ้มเบา ๆ “เห็นกำลังคุยกันสนุกเลยไม่อยากรบกวนน่ะครับ”
“อวี้เฉิง”
ขณะเดียวกันถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เดินเข้าไปหา ลิ่นอวี๋เหยียนจึงมองไปที่สองคนแล้วพูดติดตลกว่า “เพิ่งจะกลับมาก็จะตัวติดกันเลยเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นคนขี้อาย พอรู้ว่าตัวเองหน้าแดงก็รีบหันหน้าหนีทันที ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนด้วยความพึงพอใจ และเป็นฝ่ายริเริ่มพูดบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “จวนจะใกล้เวลาแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่กินข้าวด้วยกันก่อนสิ”
ในตอนแรกที่ลิ่นอวี๋เหยียนยังไม่พูด มู่อวี้เฉิงตั้งใจจะพาเธอกลับออกไป แต่หลังจากได้ยินคำเชื้อเชิญของแม่ เขาก็ตระหนักได้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองคนดีขึ้นมากแล้ว เขาจึงไม่อยากขัดจังหวะและรอคำตอบจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวย่อมไม่เคยปฏิเสธอยู่แล้ว “ค่ะ ขอบคุณค่ะแม่”
วันนี้มีสมาชิกที่บ้านเพิ่มอีกหนึ่งคนและเป็นถึงภรรยาของมู่อวี้เฉิง แม้ว่าปกติครอบครัวของมู่อวี้เฉิงจะไม่ได้กินอาหารหรูหราอะไรมากมาย ผู้อาวุโสทั้งสองคนกับมู่อวี้เฉิงชอบกินอาหารเรียบง่าย และมีข้อกำหนดทางรสชาติมากมาย แต่แม่บ้านก็ไม่กล้าหย่อนยาน
ในช่วงเย็นทั้งครอบครัวมานั่งออกันอยู่ที่โต๊ะอาหาร พ่อของมู่อวี้เฉิงนั่งประจำอยู่ที่หัวโต๊ะ และปกติลิ่นอวี๋เหยียนจะต้องนั่งทางฝั่งซ้ายแต่กลับย้ายมานั่งข้าง ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทน ซึ่งทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกคาดไม่ถึง
“เหมี่ยวเหมี่ยว ลองนี่สิ ดีกับสุขภาพด้วยนะ”
“ขอบคุณค่ะแม่”
บทสนทนาระหว่างมื้ออาหารแบบนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าถึงสี่ห้าครั้ง แม้แต่มู่หงจวิ้นยังหันไปมองด้านข้าง ไม่รู้ว่าภรรยาตัวเองเปลี่ยนมุมมองความคิดที่มีต่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปตั้งแต่เมื่อไหร่
“แม่คะ เมื่อกี้ก็เพิ่งจะคีบมาให้หนูเอง แม่ก็กินด้วยสิคะ”
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดเตือน ลิ่นอวี๋เหยียนก็ตระหนักได้ว่าข้าวในถ้วยของเธอไม่ได้พร่องลงเลย เธอจึงยิ้มด้วยความเขินอาย วางตะเกียบลงและหยุดคีบอาหารให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแค่ไม่อยากให้ลิ่นอวี๋เหยียนเมินเฉยเธอ แต่ไม่ได้ต้องการให้อีกฝ่ายมาเอาอกเอาใจแบบนี้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกินอาหารเย็นจนอิ่มแปล้และยังรู้สึกถึงความอบอุ่นในหัวใจ เธอขึ้นมาบนรถยนต์และอิงซบมู่อวี้เฉิง “แม่ดีกับฉันมากเลย”
มู่อวี้เฉิงเห็นด้วย ตอนเขาเดินเข้ามาเขาสังเกตเห็นทุกอย่างแล้ว และรู้สึกประหลาดใจมากที่แม่ของเขาเปลี่ยนไปขนาดนี้
หลังจากทั้งสองคนกลับมาถึงบ้าน เจ้าเกี๊ยวก้อนใหญ่ก็กลิ้งออกมา เผยให้เห็นใบหน้าที่กำลังเบะปาก “หม่ามี้ ไม่รักผมแล้วเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเจ้าตัวแสบแล้วไม่รู้จะหัวเราะหรือร้องไห้ดี เธอยื่นมือออกไปดีดหน้าเสี่ยวเป่าแล้วพูดว่า “หม่ามี้ไปกินข้าวบ้านคุณย่ามา ลูกกินข้าวหรือยัง?”
เสี่ยวเป่าพยักหน้า แต่ยังคงกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวแน่น ไม่ยอมปล่อยมือ
ใบหน้าของมู่อวี้เฉิงมืดมนลงทันที ทั้งสองอุตส่าห์มีช่วงเวลาดี ๆ ในรถยนต์แต่พอกลับถึงบ้านบรรยากาศกลับต้องพังทลายลงเพราะเสี่ยวเป่า เมื่อเห็นว่าความสนใจของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนทิศทางไป เขาก็พูดด้วยน้ำเสียงเศร้าใจว่า “กินข้าวแล้วก็ไปนอนซะ อย่ามารบกวนหม่ามี้”
ทว่าเสี่ยวเป่าไม่กลัวเขาเลย มู่อวี้เฉิงจึงอ้าแขนออกและกอดเธอเอาไว้แน่น ทั้งสองคนพยายามจะเอาชนะกัน ทำให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่อยู่ตรงกลางเจ็บตัว
“เจ็บ”
ทันทีที่เสียงนี้ดังขึ้น สงครามระหว่างลูกผู้ชายตระกูลมู่ ก็สิ้นสุดลง มู่อวี้เฉิงดึงมือออกและเสี่ยวเป่าก็ไม่ได้กอดเธอไว้อีกต่อไป เพียงเงยหน้าขึ้นและพูดกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “หม่ามี้ขอโทษฮะ เดี๋ยวเสี่ยวเป่าเป่าให้ ไม่เจ็บแล้ว”
มู่อวี้เฉิงจึงช่วยโอกาสจากช่วงนี้เวลานี้กล่าวหาความบริสุทธิ์ของเขา “ดูสิ ทำหม่ามี้เจ็บเลย”
หลังจากพูดจบ เจ้าตัวแสบก็ไม่ได้ตอบโต้อะไรมู่อวี้เฉิง เพียงแค่สงสัยฮึดฮัด
อันที่จริงถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดออกไปเพื่อห้ามปรามคนตัวใหญ่กับคนตัวเล็กไม่ให้ทะเลาะกัน เธอไม่ได้รู้สึกเจ็บอะไรเลย จากนั้นเธอก็อุ้มคนตัวเล็กขึ้นมาและจูงมือคนตัวใหญ่เอาไว้ “เราเข้าไปคุยกันในห้องนั่งเล่นดีกว่า อยู่ข้างนอกมันหนาว”
พวกเขาทั้งสองย่อมเชื่อฟังคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่โดยดี ทว่าสงครามระหว่างทั้งสองยังไม่สิ้นสุดลง
ทันทีที่เข้ามาถึงห้องนั่งเล่น เสี่ยวเป่าก็ยืนกรานจะเล่าเรื่องให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟัง แต่สุดท้ายก็ถูกพูดเกลี้ยกล่อมให้เข้าไปอาบน้ำ
เธอหันกลับมามองมู่อวี้เฉิงที่อยู่ข้างหลัง และเห็นว่าเขาไม่มีท่าทีว่าจะปล่อยเธอไป
จู่ ๆ เขาก็เดินเข้ามาหาเธอด้วยสีหน้านุ่มนวล ใบหน้าหล่อเหลาเขยิบเข้ามาใกล้จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดหายใจ “เอาเขาไปไว้สถานรับเลี้ยงเด็กกันเถอะ”
ไม่สามารถระบุได้ชัดเจนว่าเขาที่ว่านั้นหมายถึงใคร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากติดกับดักความงาม เธอจึงยื่นมือออกไปเกาท้ายทอยแต่การกระทำดังกล่าวกลับเผยให้เห็นผิวขาวเนียนและคอระหงของเธอ ทั้งสองกลืนน้ำลายและค่อยเขยิบเข้าหากันช้า ๆ
“จะทำอะไรกัน?”
จู่ ๆ ดวงตาคู่หนึ่งที่เต็มไปด้วยความสงสัยก็ปรากฏขึ้น บรรยากาศกำลังพาไปและทั้งสองกำลังจะประกบริมฝีปากกัน แต่เสียงร้องตะโกนของเสี่ยวเป่ากลับทำให้พวกเขารีบแยกตัวออกจากกัน
“ไม่มีอะไร เสี่ยวเป่า รีบไปนอนสิ”
เสี่ยวเป่ายังคงตั้งคำถามแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ยอมตอบ เธออุ้มเจ้าตัวเล็กขึ้นมาวางลงบนเตียงและปิดตาลง แต่จากนั้น จู่ ๆ ก็ถูกกดเข้ากับผนังอีก
“เดี๋ยวก่อน เราไปห้องนั่งเล่นกันเถอะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกล้าดียังไงถึงโปรยเสน่ห์อยู่ได้ มู่อวี้เฉิงที่ถูกผลักออกรู้สึกไม่พอใจอย่างมาก “งั้นเราควรส่งเขาไปสถานที่เลี้ยงเด็กกำพร้าซะ”
บทสนทนาเคร่งเครียดขึ้นอีกครั้ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะและเดินไปนั่งลงบนโซฟา บรรยากาศก่อนหน้านี้หายไปแล้วและตอนนี้พวกเขากำลังคุยกันอย่างเคร่งเครียด
“คุณยังอิจฉาเสี่ยวเป่าอยู่อีกเหรอ”
มู่อวี้เฉิงส่ายหัว มันไม่เกี่ยวกับการหึงหวง แต่ภรรยาของเขาอ่อนโยนและมีเสน่ห์มาก ผู้ชายที่ไหนจะทนได้ หรือเขาจะต้องเฝ้าเธอตลอดทั้งวันทั้งคืนเลยหรือ เขาจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวขึ้นมาพรมจูบอย่างอ่อนโยนและจ้องมองเธอด้วยสายตาที่รักใคร่
“เหมี่ยวเหมี่ยว นอกจากผมแล้ว ผมไม่อยากให้ผู้ชายหน้าไหนอยู่ใกล้คุณเลย” ไม่ว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้ใหญ่หรือเด็กก็ไม่มีข้อยกเว้น