พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 904 จะไปด้วย
ตอนที่ 904
จะไปด้วย
ถ้อยคำเหล่านี้จะฟังดูโรแมนติกและเหมาะสมมากหากอีกฝ่ายไม่ใช่เสี่ยวเป่าของพวกเขา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ตอบรับอะไรเพราะริมฝีปากของเขาเขยิบเข้ามาใกล้มากจนแทบจะจูบกัน
“หม่ามี้!” แม้ว่าเสี่ยวเป่าจะดูกระตือรือร้นทุกครั้งที่เห็นเธอแต่วันนี้เขาดูกระตือรือร้นมากเกินไป เขารีบเดินเข้ามากอดเธอด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
“จ้า ๆ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำอะไรไม่ถูกนอกจากช่วยเจ้าเด็กจอมพลังถอดกระเป๋าสะพายออก “ทำไมดูมีความสุขจัง?”
หากไม่พูดก็คงจะไม่อะไร แต่พอพูดแล้วมันกลับไปกระตุ้นความตื่นเต้นในตัวของเสี่ยวเป่า เขากระโดดลงมาจากเก้าอี้แล้วพูดว่า “ที่โรงเรียนจะจัดงานกิจกรรมพ่อแม่ลูก หม่ามี้กับแด๊ดดี้ต้องไปนะ”
พอนึกถึงที่มู่อวี้เฉิงบอกว่าจะส่งเสี่ยวเป่าไปสถานที่รับเลี้ยงเด็กกำพร้าเมื่อหลายวันก่อน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หัวเราะ เบา ๆ แต่ในสายตาของเด็กน้อยกลับเข้าใจว่าพวกเขายินยอม
“เดี๋ยวก่อน แล้วมันกิจกรรมพ่อแม่ลูกแบบไหน?”
เสี่ยวเป่ากลอกตาแล้วตอบว่า “ก็เกมที่เล่นกันในครอบครัว”
เล่นเกมเหรอ? เธออดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพครอบครัวสามคนที่โรงเรียน จากนั้นก็มองไปที่สายตาคาดหวังของเสี่ยวเป่าแล้วพยักหน้าเบา ๆ “ได้ หม่ามี้จะไป”
เจ้าตัวเล็กไม่ใช่คนหลอกง่าย พอเห็นว่าเธอไม่พูดถึง มู่อวี้เฉิง เขาก็ถามว่า “แล้วแด๊ดดี้ล่ะ?”
“เอ่อ…”
พอเห็นเธอไม่พูดว่าเขาจะไปด้วยกัน เจ้าตัวเล็กก็คุกเข่าลงกับพื้นและทำท่าเช็ดน้ำตา “หม่ามี้ แด๊ดดี้ไม่ชอบผมใช่มั้ย? ผมรู้ ไม่เป็นไร แด๊ดดี้ไม่ต้องไปก็ได้”
เขาพูดด้วยน้ำเสียงเสียอกเสียใจ ไม่รู้ว่าไปเรียนรู้มาจากที่ไหน แต่มันทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกตลกมากจนเอื้อมมือออกไปลูบผมนุ่ม ๆ ของเสี่ยวเป่า “ไม่รู้ว่าแด๊ดดี้จะมีเวลาว่างหรือเปล่า เราลองโทรไปถามกันเถอะ”
ดวงตาของเสี่ยวเป่าเป็นประกายขึ้นทันที ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงต้องโทรศัพท์ไปถาม
“เหมี่ยวเหมี่ยว มีอะไร?”
แต่ก่อนที่เธอจะพูด น้ำเสียงดังฟังชัดของเสี่ยวเป่าก็ดังขึ้นก่อน “แด๊ดดี้ ที่โรงเรียนมีกิจกรรมพ่อแม่ลูก จะมาด้วยกันมั้ย?”
“…เมื่อไหร่?” นานทีจะเห็นเสี่ยวเป่าพยายามเข้าหาเขาก่อน มู่อวี้เฉิงจึงเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพูดถาม
“สุดสัปดาห์”
มู่อวี้เฉิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้บริษัทก็มั่นคงแล้ว ไม่ต้องมานั่งประชุมช่วงสุดสัปดาห์อีก เขาจึงตอบรับทันที “ได้ เดี๋ยวแด๊ดดี้ไปด้วย”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นว่าเสี่ยวเป่าตื่นเต้นมาก เขามีความสุขที่จะได้เข้าร่วมกิจกรรมในครั้งนี้กับพ่อแม่ พอเห็นเช่นนั้น หัวใจของเธอก็อ่อนยวบลงก่อนจะหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาพูดว่า “เสี่ยวเป่าดีใจมาก”
“อืม”
เดิมทีเธออยากจะพูดอะไรต่ออีกสักสองสามคำ แต่เสี่ยวเป่าเริ่มเตรียมตัวสำหรับกิจกรรมสุดสัปดาห์แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงควบคุมอารมณ์ตัวเองเอาไว้ ไม่พูดอะไรและกดวางสาย
จนกระทั่งช่วงสุดสัปดาห์มาถึง เสี่ยวเป่ารีบตื่นมาอาบน้ำตั้งแต่เช้าตรู่ เขาเก็บข้าวของทุกอย่างก่อนที่มู่อวี้เฉิงจะตื่นขึ้นมาด้วยซ้ำ
“แด๊ดดี้หม่ามี้ ตื่นได้แล้ว!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นมาและเห็นว่าท้องฟ้ายังมืดอยู่ แต่สุดท้ายพอเห็นเสี่ยวเป่ามีความสุขมาก เธอก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากสะกิดมู่อวี้เฉิงให้เขาลุกขึ้น
บรรยากาศก่อนเริ่มอาหารเช้าค่อนข้างดี แต่ระหว่างกินอาหารเช้าจู่ ๆ มู่อวี้เฉิงก็ได้รับโทรศัพท์ เขาขมวดคิ้วแล้วกดวางสาย จากนั้นเจ้าตัวเล็กก็รับรู้ได้ด้วยสัญชาตญาณอันเฉลียวฉลาดและหันกลับไปมองถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างไม่สบายใจ
“มีอะไรเหรอ?”
“ที่บริษัทมีเรื่องน่ะ ต้องประชุมฉุกเฉิน”
มู่อวี้เฉิงพูดและเหลือบมองไปทางเสี่ยวเป่า เขารีบกำจัดอารมณ์ที่ไม่จำเป็นออกไปช่วงเวลาสั้น ๆ และสังเกตเห็นว่า เสี่ยวเป่ากำลังรู้สึกประหม่าจึงพูดปลอบโยนว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยววันนี้แด๊ดดี้จะไปด้วย”
เสี่ยวเป่ากัดขนมปังแล้วไม่พูดอะไร เขานั่งเงียบอยู่นานก่อนจะปริปากว่า “ไม่เป็นไร เดี๋ยวผมไปกับหม่ามี้ก็ได้ฮะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกประหลาดใจแต่เธอก็เห็นด้วยกับคำพูดของเสี่ยวเป่า เธอหันไปบอกมู่อวี้เฉิงว่า “ฉันไปกับเสี่ยวเป่าเอง ไม่ต้องห่วง”
ไม่ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นภายในบริษัทจะเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เขาก็ควรไปตรวจสอบที่นั่นด้วยตัวเอง แม้ว่าเขาจะรู้สึกเสียใจกับลูก แต่เขาก็ยังพยักหน้าและขับรถยนต์ออกไป
เสี่ยวเป่าไม่พูดอะไรตั้งแต่มู่อวี้เฉิงเดินออกไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าเขากำลังผิดหวังมาก เขาตั้งตารอกิจกรรมนี้และเตรียมการมานานแล้ว ถ้าเกิดยอมแพ้เขาก็คงจะรู้สึกอึดอัดมากแน่ ๆ
“ไม่เป็นไร หม่ามี้จะไปกับลูกเอง” เธอตบไหล่เสี่ยวเป่าเบา ๆ
“ฮะ”
“แด๊ดดี้ต้องไปทำงาน เขารักเสี่ยวเป่ามาก เราไปโรงเรียนกันก่อนดีกว่า รอกลับมาแล้วพวกเราค่อยมาเล่นเกมกับแด๊ดดี้กันเอามั้ย?”
คราวนี้เสี่ยวเป่าเงยหน้าขึ้นแล้วพูดเสียงเรียบว่า “แต่ถ้าแด๊ดดี้ไม่เล่นด้วยจะทำยังไงดีฮะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มแล้วกอดเสี่ยวเป่า “ถ้าแด๊ดดี้ไม่ทำ เสี่ยวเป่าก็ทำโทษให้แด๊ดดี้คัดตัวอักษรเลย โทษฐานที่ไม่ยอมมา!”
เสี่ยวเป่านึกถึงช่วงเวลานั้นแล้วระเบิดเสียงหัวเราะออกมา ตอนนี้เขาหัวเราะออกแล้วและไม่ได้ทำหน้าตาเศร้าสร้อยอีกต่อไป จากนั้นเขาก็จูงมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปที่โรงเรียน
งานกิจกรรมพ่อแม่ลูกในวันนี้มีชีวิตชีวามาก เสี่ยวเป่าเดินเข้าไปทักทายเพื่อนตัวน้อยที่เขาสนิทสนมด้วย วันนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแต่งตัวให้เข้ากับกิจกรรม เธอรวมผมหางม้าและแต่งตัวให้ดูเด็กกว่าวัย พอไปยืนอยู่ข้าง ๆ เสี่ยวเป่า เธอจึงดูเหมือนพี่สาวมากกว่าแม่
ครูประจำชั้นมีหน้าที่รับผิดชอบในการลงทะเบียน พอเธอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ส่งยิ้มให้และพูดทักทายว่า “สวัสดีค่ะคุณนายมู่ มาด้วยเหรอคะ”
ต้องบอกว่าเด็กอย่างเสี่ยวเป่า นอกเหนือจากเครือญาติของเขาแล้ว คนที่เขาเคารพนับถือมากที่สุดก็คือพวกคุณครู โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณครูประจำชั้น
พอเห็นว่าคุณครูประจำชั้นมีท่าทางอ่อนน้อมสุภาพมาก ภาพลักษณ์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวในสายตาของคนอื่นก็สูงส่งขึ้นมาทันที โดยเฉพาะเสี่ยวเป่าที่ยืดหลังตรงราวกับพระราชา
ผู้ปกครองหลายคนเริ่มแสดงความกระตือรือร้นมากขึ้น คนที่ได้รับความเคารพจากครูประจำชั้นจะต้องไม่ใช่คนที่มีสถานะธรรมดาทั่วไป พวกเขาจึงเริ่มเกิดความคิดบางอย่างและอยากที่จะเข้ามาพูดคุย
ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ชอบเจรจาเรื่องผลประโยชน์ในโรงเรียนของเสี่ยวเป่า ดังนั้นเธอจึงปฏิเสธพวกเขาทีละคน พอครูประจำชั้นรู้เข้าก็รู้สึกเสียใจมากที่ประมาทเลินเล่อจนเกินไป และถ้าเกิดเธอทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีความสุขขึ้นมาเธออาจจะแย่ได้
“นี่พี่สาวนายเหรอ?”
พอได้ยินคนพูดชื่นชมหม่ามี้ของเขา เสี่ยวเป่าก็รู้สึกมีความสุขมากและพูดบอกอย่างภาคภูมิใจว่า “หม่ามี้ฉันต่างหาก!”
แต่สิ่งที่ตามมาคือคำชื่นชมต่าง ๆ นานา เด็กน้อยมีความคิดที่ค่อนข้างเรียบง่าย พอเห็นอะไรน่าทึ่งก็เปิดปากกว้างและแสดงความประหลาดใจโดยไม่ปิดบังใด ๆ
“ครูประจำชั้นใจดีกับแม่นายมาก เป็นญาติกันเหรอ?”
แม้ว่าเขาจะสับสน แต่นั่นก็ไม่ได้หยุดทำให้เสี่ยวเป่ารู้สึกภาคภูมิใจเลย “เปล่าสักหน่อย”
เด็กกลุ่มหนึ่งคาดเดาเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาทั้งสองต่าง ๆ นานา แต่กลับไม่มีใครรู้คำตอบที่ถูกต้องเลย ดังนั้นคาดเดาอะไรออกมาก็เปล่าประโยชน์
คำพูดเหล่านี้เรียบง่ายกว่าพวกผู้ใหญ่มากและ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่รังเกียจที่จะฟังพวกเขาคุยกันเลย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเสี่ยวเป่าที่กำลังทำหน้าทำตาว่าภาคภูมิใจอย่างมาก ดูน่ารักเสียเหลือเกิน มู่อวี้เฉิงติดงานที่บริษัทจึงมาด้วยไม่ได้ ทำให้เจ้าเด็กแสบเสียใจมาก เพราะฉะนั้นปล่อยให้เขาอยู่กับเพื่อนสักพักน่าจะดีกว่า
“คุณนายมู่ เชิญนั่งตรงนี้ค่ะ”
ครูประจำชั้นยังคงกังวลว่าจะต้อนรับได้ไม่ดีพอและละเลยถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่ถึงอย่างนั้นมันใกล้เวลาจะเริ่มกิจกรรมแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงโบกมือปฏิเสธน้ำใจครูประจำชั้น เสี่ยวเป่าของเธอกำลังพูดคุยกับเพื่อนอย่างสนุกสนานและเธอไม่อยากจะรบกวนช่วงเวลาของพวกเขา
“แม่นายคือใครเหรอ?”
พวกเพื่อน ๆ ไม่สามารถคาดเดาอะไรได้เลย ดังนั้นเพื่อนที่ฉลาดที่สุดจึงเอ่ยถาม