พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 905 ไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง
ตอนที่ 905
ไม่อยากทำให้เขาผิดหวัง
“เป็น…”
คำถามนี้ทำให้เสี่ยวเป่าเข้าใจผิดและไม่สามารถพูดอธิบายได้ เพื่อนทั้งหลายกระตือรือร้นอยากจะรู้คำตอบมากและดวงตากลมโตของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความอยากรู้อย่างแรงกล้าจนไม่ทันสังเกตเห็นความลำบากใจของเขา
“เอาล่ะ เด็ก ๆ ไปรวมตัวกันที่สนามได้แล้ว”
เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจะเปิดปากช่วยแก้สถานการณ์ แต่ใครจะรู้ว่าครูประจำชั้นจะกระตือรือร้นมากและพูดเกลี้ยกล่อมพากลุ่มเด็กทั้งหลายออกไปข้างนอก
พวกเด็ก ๆ ออกไปแล้วแต่เสี่ยวเป่ายังอยู่ที่นั่น เขาหันไปถามคำถามว่า “หม่ามี้ ทำไมล่ะ?”
เขาถามหาคำตอบแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้จะตอบว่าอะไร เธออยากจะดูแลใส่ใจเด็กน้อยแต่เธอไม่สามารถพูดอะไรที่ไม่ตรงประเด็นได้ เธอจึงลูบหัวเสี่ยวเป่าแล้วพูดว่า “คุณครูชอบเสี่ยวเป่ามากเลยและก็หม่ามี้มากด้วย มันเป็นเรื่องของความสุภาพน่ะลูก”
เสี่ยวเป่าถามกลับอย่างไม่พอใจว่า “แล้วทำไมคุณครูไม่สุภาพกับคนอื่นบ้าง?”
“เพราะว่าพวกเราสุภาพกันไง พวกเราปฏิบัติต่อคนอื่นยังไง คนอื่นก็จะปฏิบัติต่อพวกเราอย่างนั้น”
คำตอบนี้มีเหตุผล เสี่ยวเป่าจึงพยักหน้า จับมือ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วพูดว่า “ฮะ เราไปกันเถอะ”
ภายในสนามของโรงเรียนมีตุ๊กตาขนาดใหญ่ตั้งเรียงราย มีดอกไม้และลูกโป่งเป็นของประดับตกแต่ง เห็นได้ชัดว่าเสี่ยวเป่ารู้สึกตื่นเต้นมาก และคำถามดังกล่าวก็จางหายไปจากจิตใจของเด็ก ๆ แล้ว ทำให้พวกเขากลับมาวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานอีกครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้เข้าไปยุ่ง แต่หลังจากนั้นไม่นานเสี่ยวเป่าก็เดินกลับมา
เด็กส่วนใหญ่กำลังจูงมือพ่อแม่ไปเล่นเครื่องเล่นต่าง ๆ ก่อนจะเริ่มกิจกรรม แต่เสี่ยวเป่ากลับยืนเศร้าสร้อยอยู่ท่ามกลางพวกเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจดีแต่ไม่สามารถพูดออกมาได้ เธอสัมผัสใบหน้านุ่มนวลของเสี่ยวเป่าแล้วถามว่า “เราไปเล่นกันมั้ย?”
เสี่ยวเป่าส่ายหัว ตอนนี้ทุกคนกำลังสนุกสนานกันและไม่มีใครสนใจเขาเลย แต่ถ้าหลังจากนี้มีคนมาถามเกี่ยวกับพ่อของเขาล่ะจะทำยังไงดี?
“เชิญผู้ปกครองและเด็ก ๆ เข้ามายืนเรียงกันตรงนี้นะคะ กิจกรรมของเรากำลังจะเริ่มต้นขึ้นแล้ว!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวดึงเสี่ยวเป่าให้ไปยืนเรียง แต่บังเอิญกว่าแถวนี้มีแต่ครอบครัวสามคน มีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่มีกันแค่สองคน
ภาพตรงหน้าทำให้เสี่ยวเป่าทำหน้าบูดบึ้ง และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่สามารถพูดปลอบใจอะไรเขาได้เลย โชคดีที่เกมเริ่มขึ้นทันเวลา ความสนใจของเจ้าตัวเล็กจึงถูกเบี่ยงเบนไป ทั้งนี้ขอแค่เขาไม่นึกถึงเรื่องนี้ก็เป็นพอว่าใช้ได้
“เกมแรกของพวกเราคือเกมเหยียบลูกโป่ง ขอเชิญผู้ปกครองและเด็กนักเรียนขึ้นมายืนบนสนามด้วยค่ะ”
เสี่ยวเป่าก้มหน้าลงแต่เขาไม่ได้มองดูลูกโป่ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบไหล่เสี่ยวเป่าเบา ๆ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าเสี่ยวเป่าจะเงยหน้าขึ้นมาถามว่า “แด๊ดดี้จะมามั้ยฮะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกใจ ลงไปนั่งยอง ๆ และจ้องมอง เสี่ยวเป่าในระดับสาย ก่อนจะพูดตอบอย่างหนักแน่นว่า “แด๊ดดี้ทำงานเสร็จแล้วจะตามมา”
เสี่ยวเป่ากะพริบตาและยอมรับคำตอบ
เกมแรกคือเกมเหยียบลูกโป่ง ลูกโป่งที่มีขนาดเท่าฝ่ามือหลายลูกถูกร้อยเรียงกันเป็นแถว คุณครูอยากจะดูแล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงคัดเลือกผู้ปกครองและเด็กขึ้นมาแข่งขันด้วยให้เป็นพิเศษ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้สนใจเรื่องแพ้หรือชนะ ขอแค่ เสี่ยวเป่ามีความสุขก็พอแล้ว เธอไม่ได้สนใจเกมประเภทนี้มากนัก
เพียงแต่หลังจากกำจัดความรู้สึกเศร้าเสียใจที่แด๊ดดี้ไม่มาได้แล้ว เสี่ยวเป่าก็รู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาก แต่พอเห็นว่าหม่ามี้ไม่มีจิตวิญญาณของนักสู้เลย เสี่ยวเป่าก็ทำหน้าตาบูดบึ้งอย่างไม่พอใจและพูดให้กำลังใจเธอว่า “หม่ามี้ ถ้าเราชนะจะได้ตุ๊กตาเลยนะ!”
ในความเป็นจริงถงเหมี่ยวเหมี่ยวซื้อตุ๊กตามากมายให้เสี่ยวเป่าตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่เด็กน้อยมักจะชอบสิ่งของที่เขาหามาได้ด้วยความพยายามของตัวเอง อีกอย่าง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแทบจะไม่เคยเห็นเสี่ยวเป่ามีความสุขขนาดนี้มาก่อนเลย เขามักจะเป็นคนมีเหตุผลเสมอ
เธอจึงบอกว่า “ก็ได้ เสี่ยวเป่ากับหม่ามี้ไปเอารางวัลกันเถอะ”
เสี่ยวเป่าเห็นด้วยอย่างยิ่งและทั้งสองก็ฟื้นจิตวิญญาณ เตรียมออกไปโจมตี
สิ่งสำคัญที่สุดคือจะต้องเหยียบลูกโป่งให้ได้อย่างแม่นยำ ใช้แรงกำลังและรวดเร็วพอที่จะเหยียบลูกโป่งให้ได้จำนวนมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสอนให้เสี่ยวเป่าเอนตัวลงเล็กน้อย ก้าวไปข้างหน้าเพื่อพร้อม รอรับคำสั่งและทั้งสองก็วิ่งเหยียบลูกโป่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีมือและตาที่ว่องไวมาก เหยียบลูกโป่งจนระเบิดแตก
เมื่อหันมามองดูเสี่ยวเป่า เจ้าตัวน้อยมีจิตวิญญาณของนักสู้แต่มีกำลังไม่มากพอ เขาเหยียบลูกโป่งได้อย่างแม่นยำแต่มันไม่ระเบิด กระทั่งใบหน้าของเขากลายเป็นสีแดง เธอจึงต้องคอยช่วยเหยียบซ้ำรอบสอง
พวกเด็ก ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันไม่เคยเล่นเกมแบบนี้มาก่อน พวกเขาเคลื่อนไหวได้ช้าจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวนำไปหนึ่งก้าว
ท้ายที่สุดเสี่ยวเป่าเป็นฝ่ายชนะ ขณะที่เด็กหญิงจับมือพ่อด้วยดวงตาแดงก่ำ ทำให้เสี่ยวเป่าทนไม่ไหวและยื่นตุ๊กตานกเพนกวินสีชมพูในมือให้เธอจนเธอยิ้มกว้างออกมา
เกมที่สองคือเกมวิ่งสามขา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำได้ไม่ดีนัก รอบนี้จึงไม่ชนะ
เสี่ยวเป่านั่งลงข้าง ๆ ด้วยความสิ้นหวัง เดิมที ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าเสี่ยวเป่าไม่มีความสุขที่เล่นเกมแพ้ และกำลังจะพูดปลอบใจเขาว่าการแพ้ชนะเป็นเรื่องปกติ แต่ใครจะรู้ว่าสายตาของเสี่ยวเป่ากำลังจับจ้องไปที่ครอบครัวสามคน
เด็กหญิงคนหนึ่งยืนอยู่ในระยะไกล ๆ แม่ยืนอยู่ข้างซ้ายคอยช่วยจัดแจงเสื้อผ้าให้เธอ พ่อยืนอยู่ข้างขวาคอยช่วยลูกสาวถือกระเป๋าสีชมพูใบเล็ก ๆ ทั้งสามเพิ่งจะเล่นเกมวิ่งสามขากันเสร็จ และดูเหมือนว่าพ่อจะบังเอิญหกล้มทำให้พวกเขาไม่ได้รางวัลติดไม้ติดมือกลับมา
ทว่าสีหน้าของทั้งสามกลับไม่ได้แสดงความไม่พอใจเลย พวกเขายิ้มอย่างมีความสุขและไม่รู้ว่าเด็กหญิงตัวเล็กพูดอะไร พ่อของเธอจึงอุ้มเธอขึ้นมา
แม่คอยยืนส่งยิ้มอยู่ด้านข้าง ดวงตาของเสี่ยวเป่าเพ่งเล็งไปที่เด็กหญิงคนนั้นโดยไม่กะพริบตา
เขายังคงนึกถึงแด๊ดดี้ของเขาอยู่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเจ็บปวดมากรากกับว่าหัวใจถูกทิ่มแทง ในฐานะคนเป็นแม่ เธอไม่อยากให้เขาขาดกิจกรรมพ่อแม่ลูกแบบนี้เลย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเม้มปาก ลูบหัวเสี่ยวเป่าแล้วพูดว่า “ลูกไปเล่นกับเพื่อนก่อนสิ เดี๋ยวหม่ามี้ไปข้างนอกแป๊บนึง”
เสี่ยวเป่าพยักหน้าตอบรับอย่างไม่สงสัย เขาวิ่งเข้าไป ใกล้ ๆ ที่ที่คุณครูยืนอยู่และโบกมือให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขามีเหตุผลที่ทำแบบนี้และมันก็ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสบจมูก เธอหันหลังกลับและออกไปมองหาสถานที่ที่เงียบสงบ
เธออยากจะโทรศัพท์หามู่อวี้เฉิง ลูกตั้งตารอให้แด๊ดดี้มาหามากและเธอไม่อยากทำให้เสี่ยวเป่าผิดหวัง
“อวี้เฉิง ยังยุ่งอยู่มั้ย?”
ตอนนี้มู่อวี้เฉิงกำลังยุ่งมาก แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังกดรับสายถงเหมี่ยวเหมี่ยว “อืม ยังมีเรื่องให้จัดการอยู่น่ะ”
พูดกันตามตรงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจเหตุการณ์ฉุกเฉินในบริษัทเป็นอย่างดี แต่ในฐานะคนเป็นแม่ เธอไม่อยากทำให้เสี่ยวเป่าเสียใจ เธอจึงพูดขึ้นว่า “เสี่ยวเป่ารอคุณอยู่”
“อืม ผมเสร็จแล้วจะรีบไป” มู่อวี้เฉิงกำลังยุ่งอยู่กับงานและไม่แน่ใจว่าจะจัดการงานเสร็จเมื่อไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังตอบตกลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ต้องการอะไร เธอแค่อยากให้ลูกได้รับประสบการณ์การทำกิจกรรมระหว่างพ่อแม่ลูกอย่างสมบูรณ์แบบ เธอจึงทำได้เพียงตอบตกลง “ก็ได้ จะรอนะ”
หลังจากพูดจบ เขาก็กดวางสายปล่อยให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนงุนงงอยู่คนเดียว มันเป็นกิจกรรมระหว่างพ่อแม่ลูกที่หาได้ยาก ไม่จำเป็นต้องพูดถึงพ่อชั่วคราวก็ได้ แต่ในฐานะแม่ เธอจะต้องไม่ปล่อยให้ลูกรู้สึกโดดเดี่ยว!