พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 906 ระวังกรรมจะตามสนอง
ตอนที่ 906
ระวังกรรมจะตามสนอง
พวกเด็ก ๆ กำลังจับเป็นกลุ่มวิ่งเล่นอยู่ในสนาม ขณะที่ผู้ปกครองไร้เรี่ยวแรงจะวิ่งตามพวกเด็ก ๆ คอยยืนฟื้นฟูพละกำลังอยู่ด้านข้างสนามแทน ต้องบอกว่าตำแหน่งที่เสี่ยวเป่าเลือกนั้นมีทั้งข้อดีและข้อเสีย การยืนเคียงข้างคุณครูค่อนข้างปลอดภัย แต่ก็มีเด็กยืนออกันอยู่เป็นจำนวนมากเช่นกัน ดังนั้นคำถามที่ค้างคาจึงผุดขึ้นมาอีกครั้ง
“แม่นายล่ะ?”
“ออกไปข้างนอก เดี๋ยวหม่ามี้ก็กลับมา” พอไม่มีพ่อแม่อยู่เคียงข้าง เสี่ยวเป่าก็อารมณ์ไม่ดี
แต่จากนั้นเด็กช่างพูดคนหนึ่งก็ถามออกมาอย่างเป็นกันเองว่า “พ่อนายล่ะ?”
เสี่ยวเป่าตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง อยากจะปริปากบอกว่าแด๊ดดี้ของเขากำลังทำงานอยู่ที่บริษัท แต่ในขณะเดียวกันพ่อของใครหลายคนกลับลางานมาร่วมกิจกรรมนี้ เขาไม่อยากให้เพื่อน ๆ คิดว่าแด๊ดดี้ของเขาเป็นคนไม่ดีจึงปิดปากเงียบและไม่ตอบคำถามนี้
แต่ใครจะรู้ว่าหลังจากเขาเงียบ เพื่อนทั้งหลายจะมารุมถามคำถาม พวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้าย พวกเขาแค่อยู่ในช่วงวัยที่อยากรู้อยากเห็น เฉกเช่นเดียวกับตอนถามคำถามเกี่ยวกับแม่ของเสี่ยวเป่า
“พ่อนายไปไหน?”
“พ่อนายทำอะไรอยู่?”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“พ่อแม่นายอยู่ด้วยกันหรือเปล่า?”
เสี่ยวเป่าไม่ได้ตอบคำถามเหล่านี้ เด็ก ๆ ที่มีความตระหนักรู้เริ่มเกิดการคาดเดาที่ไม่ดีอยู่ในใจ ดังนั้นพวกเขาจึงหยุดพูดและไม่ได้คิดจะถามคำถามอีกต่อไป
“ฉันรู้แล้ว” ดวงตาของเด็กคนหนึ่งเปล่งประกายไปด้วยความภาคภูมิใจ “นายไม่มีพ่อ!”
เขารู้สึกว่าที่เขาคาดการณ์นั้นถูกต้องจึงพูดเสริมว่า “เพราะงั้นนายถึงมาคนเดียวไง แม่นายก็ไม่ต้องการนายใช่มั้ย?”
“ฉันมีพ่อ!” เสี่ยวเป่าจะไม่ปฏิเสธคำพูดดังกล่าวได้อย่างไร เขายืดหลังตรงและมองดูเด็กคนนั้น “หม่ามี้แค่ออกไปข้างนอก”
ทว่าความเงียบของเขาก่อนหน้านี้ ประกอบกับความโมโหในปัจจุบัน ทำให้เพื่อนรอบข้างคิดว่านั่นคือความจริง เด็กส่วนใหญ่ยืนเงียบ มีเพียงแค่เด็กที่ถูกโต้แย้งเท่านั้นที่ตาแดงก่ำ “แล้วพ่อนายอยู่ไหน? เห็น ๆ กันอยู่ว่านายไม่ยอมรับความจริง!”
เสี่ยวเป่าจำชื่อบริษัทของมู่อวี้เฉิงไม่ได้ แต่เขารู้ดีว่าแด๊ดดี้ไปทำงาน เขาจึงพูดตะโกนเสียงดังลั่นว่า “พ่อฉันทำงานอยู่!”
เด็กคนนั้นส่ายหัวแล้วพูดว่า “พ่อฉันยังลางานมาอยู่กับฉันเลย พ่อนายไม่รักนายเหรอ?”
ในความเป็นจริงเขาแค่พูดตามความคิดของตนเองเท่านั้นและไม่ได้มีเจตนาจะประชดประชัน ถึงอย่างนั้นมันกลับไม่ใช่ความหมายที่ดีในสายตาของเสี่ยวเป่า เขาเดินเข้าไปหาเด็กคนนั้นและจ้องลึกเข้าไปในดวงตา “นายว่าไงนะ!”
เด็กคนนั้นไม่เคยเห็นการต่อต้านแบบนี้มาก่อน พอเสี่ยวเป่าก้าวเข้ามาใกล้ เขาก็ล้มลงไปนั่งกับพื้น สูดจมูกและน้ำตาไหล
เพื่อนตัวน้อยที่ยืนรายล้อมอยู่กระซิบว่า “หยุดพูดเถอะ เสี่ยวเป่าไม่อยากพูดก็ไม่ต้องพูด จะมาพูดเสียงทำไม”
เสี่ยวเป่าไม่สามารถพิสูจน์ตัวเองได้และถึงแม้ว่าเขาจะร้องตะโกนบอกรอบข้างก็เปล่าประโยชน์ เด็กคนนั้นร้องไห้อย่างน่าสงสาร ดึงดูดความสนใจของคุณครูและผู้ปกครองได้เป็นอย่างดี
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับมาเห็นเหตุการณ์ดังกล่าว เธอรู้ว่าเสี่ยวเป่าเป็นคนมีจิตใจอ่อนโยนและไม่เคยทะเลาะเบาะแว้งกับใครเลย เธอจึงรีบเดินเข้ามาแต่กลับมีอีกคนที่เข้าปาดหน้าเธอ
“เจ้าเด็กคนนี้มันเป็นอะไร? ไม่มีใครสั่งสอนหรือไง?” คนที่เดินเข้ามาเป็นแม่ของเด็กคนนั้น เธอเดินเข้ามาต่อว่า เสี่ยวเป่า และพอเห็นว่าเสี่ยวเป่าทำลูกของเธอล้ม เธอก็โกรธมากจนแทบจะปรี่เข้าไปตีเสี่ยวเป่า “ทำตัวไร้ประโยชน์ ทุบตีคนอื่นเขาเป็นอย่างเดียวหรือไง? วันนี้ฉันสั่งสอนแทนพ่อแม่แกเอง!”
เสี่ยวเป่าหลบไม่ทัน แต่โชคดีที่มีคนดึงเขาจากข้างหลัง ทำให้เขาไม่ถูกผลักจนล้มลงไป พอเขาเงยหน้าขึ้นและเห็น ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาก็ร้องเรียกด้วยความน้อยใจทันที “หม่ามี้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูผู้หญิงคนหน้าด้วยสายตาเย็นชา เธอไม่ได้แสดงความอ่อนแอออกมาเลยและถามว่า “เกิดอะไรขึ้น?”
เดิมทีเธอถามคำถามนี้กับเสี่ยวเป่าแต่เสี่ยวเป่าไม่ได้พูดอะไรออกมา หญิงคนนั้นจึงตะโกนว่า “เสี่ยวเป่าลูกคุณผลักลูกฉัน ไม่เห็นหรือไง?”
เพื่อนรอบข้างต่างรู้ดีว่ามันไม่เป็นเช่นนั้น และพยายามรีบพูดอธิบาย แต่ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดอะไร คุณครูก็เดินเข้ามาพูดว่า “ขอโทษด้วยค่ะคุณนายมู่ เดี๋ยวเราจัดการเรื่องนี้เองค่ะ”
ทว่าหญิงคนนั้นกลับไม่ยอมแพ้และร้องตะโกนให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่าเสี่ยวเป่าอารมณ์ไม่ดีจึงไม่อยากจะต่อล้อต่อเถียงกับคนปากร้าย เธอพยักหน้าบอกให้คุณครูจัดการเรื่องนี้ต่อ
“เสี่ยวเป่า บอกหม่ามี้มาว่าเกิดอะไรขึ้น?”
เสี่ยวเป่าไม่อยากพูดบอก เขาเม้มปากและยืนนิ่ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำได้แค่ถอนหายใจ ไม่สามารถบีบบังคับอะไรเขาได้ แต่เธอก็รู้อยู่เต็มอกว่าการทะเลาะเบาะแว้งในครั้งนี้อาจจะเกี่ยวข้องกับพ่อของเขา
“หม่ามี้เพิ่งโทรไปหาแด๊ดดี้เมื่อกี้นี้ แด๊ดดี้บอกว่าเดี๋ยวจะมา”
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรู้สึกไม่มั่นใจกับคำพูดที่พูดออกไป แต่เธอก็อยากทำอะไรสักอย่างเพื่อปลอบลูกน้อยของเธอ แน่นอนว่าดวงตาของเสี่ยวเป่าเป็นประกายทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่หลังจากนั้นไม่นานก็หรี่ตาลงอีกครั้ง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ว่าเสี่ยวเป่าไม่มีความหวังอีกต่อไป เธอพยายามบอกเขาตั้งแต่แรกแล้วว่าเดี๋ยวแด๊ดดี้จะมาหา แต่จนป่านนี้แล้วก็ยังไม่มีร่องรอยโผล่มาสักที จึงไม่แปลกใจที่ลูกจะรู้สึกไม่มั่นใจ
“เราไปเล่นกันเถอะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับมือเสี่ยวเป่า ตอนนี้คุณครูช่วยพูดให้ผู้ปกครองคนนั้นสงบลงแล้ว และไม่ได้ปล่อยให้เธอเผชิญหน้ากับปัญหาอีกต่อไป เธอจึงลูกกลับไปทำกิจกรรมที่สนามต่อ
“ผู้หญิงคนนั้นคือใคร?”
เดิมทีพวกเขากำลังเล่นเกมปากระป๋องกันอยู่ แต่ใครบางคนกลับพูดกระซิบหลังพวกเขา ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดเล่นเกม ทว่าบทสนทนาดังกล่าวกลับยังไม่ยอมหยุดลง
“เห็นใครบอกว่าแม่เลี้ยงเดี่ยวไม่ใช่เหรอ?”
“น่าสงสารจัง”
“น่าสงสารอะไรล่ะ เด็กคนนั้นอาจจะเป็นลูกนอกสมรสก็ได้!”
“อะไร? คุณไปรู้เรื่องนี้มาจากไหน?”
กระทั่งคนพวกเขาเดินจากไป แม้ว่าเสี่ยวเป่าจะไม่ได้สนใจบทสนทนานั้นแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินทุกคำพูดของพวกเขา เธอรู้ว่าใครเป็นคนแพร่กระจายข่าว แต่วันนี้เป็นวันกิจกรรมพ่อแม่ลูกและเธอไม่อยากทำให้ลูกของเธอไม่มีความสุข เธอจึงไม่ได้พูดอะไรออกไป
“เสี่ยวเป่า เราดื่มน้ำกันมั้ย?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูเสี่ยวเป่าเติมน้ำลงขวดอยู่นานและกังวลว่าเขาจะไม่สามารถเติมน้ำให้เต็มขวดได้ เธอจึงพูดแนะนำให้เขาดื่มก่อนและแน่นอนว่าเสี่ยวเป่าก็ไม่คัดค้าน
ผู้ปกครองในพื้นที่ยังคงพักผ่อน พูดคุยและหัวเราะยิ้มแย้มกัน แต่เมื่อเห็นพวกเขาเดินกลับเข้ามา คนพวกนั้นก็หยุดพูดคุยและมองดูพวกเขาสองคนด้วยสายตาแปลก ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้อยู่แก่ใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น แต่เธออยากให้ลูกได้วิ่งเล่นสนุกสนาน ไม่อยากมานั่งจัดการคนรำคาญพวกนี้
แต่ใครจะรู้ว่าพอเธอนิ่งเงียบจะมีใครบางคนพูดขึ้นมาว่า “อย่าเอาแต่มองดูพวกเสื้อผ้าแบรนด์เนมที่ใส่เลย เป็นเมียน้อยชาวบ้านแล้วแอบคลอดลูกออกมานั่นน่าขายหน้ากว่าอีก!”
คำพูดที่น่ารังเกียจมาจากหญิงคนหนึ่งที่มองดูเสื้อผ้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอไม่ได้เอ่ยชื่อพวกเขาก็จริงแต่เธอพูดต่อหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเสี่ยวเป่า เสี่ยวเป่าไม่ใช่คนโง่ พอเขาได้ยินคำพูดดังกล่าวก็หน้าซีดทันที รีบกำชายเสื้อของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้แน่น
“แอบแซ่บกับผัวชาวบ้านลับหลัง ระวังกรรมจะตามสนองนะ”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูใบหน้าซีดเซียวของเสี่ยวเป่าแล้วรู้สึกโกรธมาก คนพวกนี้ชอบนินทามากจนถึงขั้นไม่สนใจว่าที่นี่คือโรงเรียนหรือสถานที่สำหรับเด็ก ๆ เลยเหรอ?
“คุณพูดถึงใคร?” ใครบางคนไม่ยอมแพ้และพูดถามทันที