พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 907 สิ้นหวัง
ตอนที่ 907
สิ้นหวัง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากไว้หน้าเธออีกต่อไปและพูดโจมตีผู้ปกครองคนนั้นโดยตรง
แม้ว่าจะมีการกล่าวอ้างว่าเป็นการทะเลาะกัน แต่เหตุผลของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทำให้ได้รับชัยชนะมา ตรรกะของเธอเคร่งครัดมาก และคำพูดของเธอก็เฉียบคมจนผู้ปกครองคนนั้นพูดไม่ออก ได้แต่ทำเสียงตะกุกตะกัก พูดออกมาไม่ชัดเจน
ผู้คนส่วนใหญ่เข้ามารวมตัวกันเป็นวงกลมเฝ้าดูการทะเลาะวิวาท ขณะที่สีหน้าของผู้คนอีกครึ่งหนึ่งเริ่มดูน่าเกลียดขึ้นเพราะ “หัวโจก” คนแรกถูกโจมตี
ดูเหมือนว่าเสี่ยวเป่าจะนึกอะไรบางอย่างออกและร่างกายก็เริ่มสั่นไหวเบา ๆ
การเคลื่อนไหวเล็ก ๆ น้อย ๆ นี้เป็นเหมือนกับหนามคมที่ทิ่มแทงลึกเข้าไปในหัวใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอเจ็บปวดมากจนฝังลึกเข้าไปในไขกระดูก
คราวนี้มู่อวี้เฉิงไม่ได้มาด้วยและไม่ว่าเสี่ยวเป่าจะน่ารักและมีชีวิตชีวามากแค่ไหน เขาก็เป็นแค่เด็กน้อย ไม่สามารถรับมือกับข่าวลือรอบตัวได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบจับมือเสี่ยวเป่าและดึงเขามาอยู่ข้างหลังเธอ จากนั้นก็บอกเขาให้เข้มแข็งเข้าไว้
ไม่ต้องกลัว หม่ามี้อยู่นี่แล้ว
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ตอนนี้รู้จักสั่งสอนลูกแล้วเหรอ?” หญิงรายหนึ่งพูดประโยคแสลงหูออกมาด้วยน้ำเสียงแหลมปี๊ดราวกับว่ากำลังใช้เล็บยาวข่วนกระดานดำอยู่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วและมองตรงไปตามน้ำเสียง คนที่พูดเป็นหญิงรวยใส่ชุดสวยยืนอยู่ท่ามกลางกลุ่มผู้ปกครอง คอและข้อมือของเธอถูกปกคลุมไปด้วยเครื่องประดับสีทองแวววาว
หญิงผู้มั่งคั่งอุ้มเด็กชายตัวเล็กไว้ในอ้อมแขน หน้าตาดูคุ้นมากเหมือนจะเป็นเพื่อนร่วมห้องของเสี่ยวเป่า
เด็กน้อยถูกหญิงคนรวยดึงเข้ามากลางฝูงชน แต่เขากลับแสดงท่าทางต่อต้านและพูดด้วยน้ำเสียงโศกเศร้าว่า “แม่ฮะ ผมไม่อยาก…”
แต่ทันทีที่คำพูดหยุดออกไป ใบหน้าของหญิงคนสวยก็ดุร้ายขึ้นราวกับปีศาจ การเคลื่อนไหวของเธอรุนแรงและน้ำเสียงก็ดังก้องไปถึงแปดระดับ “ไม่อยากอะไร? แล้วที่กลับมาร้องห่มร้องไห้เมื่อหลายวันก่อนหมายความว่ายังไง? ไอเด็กนั่นคือคนที่ต่อสู้กับลูกใช่มั้ย?! ไปโดนมันทุบกลับมาร้องไห้ไม่ใช่เหรอ! เกิดใครรู้เข้าแม่ได้ขายขี้หน้ากันหมด!”
“ผมเปล่า…” เด็กน้อยหวาดกลัวหญิงคนรวยจนน้ำตาไหลอาบแก้ม เขาร้องไห้แล้วพูดว่า “แม่ครับ มันไม่ใช่อย่างที่แม่คิด”
พอได้ยินเช่นนั้น หญิงคนรวยก็ตีก้นลูกชายอย่างแรง จนเด็กน้อยกรีดร้องด้วยความทุกข์ “ถูกกลั่นแกล้งแล้วยังไม่กล้าพูดอะไรอีก! รอกลับถึงบ้านก่อนเถอะแม่จะจัดการแก!”
ต่อสู้?!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสับสน เธอไม่เคยได้ยินเรื่องนี้จาก เสี่ยวเป่ามาก่อนเลย!
แต่หลังจากนั้นเสี้ยววินาทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็จำเหตุการณ์บางอย่างเมื่อสัปดาห์ที่แล้วได้ เสี่ยวเป่ากลับมาจากโรงเรียนพร้อมกับพลาสเตอร์ลายหมีน้อยบนหน้าผาก
ตอนนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวสังเกตเห็นมันและรีบถามไถ่เขาในทันที
เสี่ยวเป่ายกมือขึ้นมาลูบพลาสเตอร์ ยิ้มเบา ๆ แล้วพูดว่า “พอรู้ว่าจะได้กลับบ้านผมก็มีความสุขมาก กระโดดขึ้นลงจนหกล้ม คุณครูก็เลยแปะพลาสเตอร์ให้ผม น่ารักมั้ยฮะ? ผมชอบหมีน้อยที่สุดเลย!”
เด็ก ๆ ไม่ควรถูกตามใจมากจนเกินไป เพราะไม่ช้าหรือเร็ว พวกเขาก็จะต้องออกจากบ้านไปสู่โลกกว้าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อนข้างเชื่อใจและไม่ได้ใส่ใจกับบาดแผลมากนัก เพียงแต่บอกเสี่ยวเป่าให้ระมัดระวังและเรื่องก็ผ่านไป
ในตอนนั้นเสี่ยวเป่าไม่ยอมให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวช่วยอาบน้ำ และยังพูดอย่างเคอะเขินว่าเขาโตแล้ว
ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้แล้วว่าที่เสี่ยวเป่าดูผิดปกติไปในช่วงนั้นเพราะว่ามีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น
หญิงคนรวยเป็นเหมือนฉนวนที่ถูกจุดกลางสาธารณะ พอมีฉนวนนิดหน่อยไฟก็ประทุขึ้นทันที
พ่อแม่ที่ซ่อนตัวอยู่ด้านหลังหญิงคนรวยเริ่มโต้เถียงกันและคำพูดทุกคำก็เริ่มไม่เป็นที่น่าพอใจนัก
คำพูดเหล่านั้นเผยให้เห็นความคับข้องใจอันนับไม่ถ้วนที่เสี่ยวเป่าต้องทนทุกข์ทรมาน
ทว่าการเสียดสีที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้รับจากคนที่ทำร้ายลูกชายของเธอคือการบ่งบอกว่าเธอไม่มีคุณสมบัติในการเป็นแม่และลูกชายของเธอก็เหนื่อยล้าเต็มทน
เขาเผชิญหน้ากับเหตุการณ์เลวร้ายทั้งหลายมาตั้งแต่อายุยังน้อย
“ทะเลาะอะไรกัน!” ครูประจำชั้นผลักกลุ่มฝูงชนที่ยืนล้อมดูละครเพื่อบุกเข้ามาควบคุมสถานการณ์ที่เริ่มมีความรุนแรงขึ้น
หญิงคนรวยที่ทำหน้าเย่อหยิ่งรีบสงบเสงี่ยมลง และน้ำเสียงของเธอก็อ่อนลงด้วย “ครูประจำชั้น ขอโทษค่ะ พอดีฉันเห็นลูกชายถูกเด็กคนอื่นแกล้งก็เลยเข้ามาทวงถามความยุติธรรม”
“ยังยึดติดกับเรื่องนี้อยู่อีกเหรอคะ ตอนนั้นก็พูดชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือไง? ลูกคุณต่างหากไปตีเขาก่อน และเด็กสองคนก็คุยจนคืนดีกันแล้ว แต่ทำไมคุณยังไม่หยุดอีก?” ครูประจำชั้นขมวดคิ้ว
ครูประจำชั้นมีหน้าที่ตัดสินว่าเด็กควรจะอยู่ต่อที่นี่หรือถูกไล่ออกจากโรงเรียน และตอนนั้นเองหญิงคนรวยก็เป็นก้มหัวขอร้องคุณครู
“แต่ที่ฉันทำลงไปก็เพราะรักลูกไม่ใช่เหรอคะ?” หญิงคนรวยสัมผัสสร้อยข้อมือทองคำของตนเอง
“เอาล่ะ ๆ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแล้วก็ไปพักผ่อนกันเถอะค่ะ จะได้เตรียมตัวมาทำกิจกรรมพ่อแม่ลูกต่อ!” หลังจากคุณครูประจำชั้นพูดจบ กลุ่มคนก็แยกย้ายออกไป
เสี่ยวเป่ามักจะประพฤติตนดีและมีไหวพริบ ครูประจำชั้นรู้ดีและชื่นชอบเขามาก หากเธอมาไม่ทันเวลา สถานการณ์คงจะยิ่งน่าอับอายมากขึ้น
ครูประจำชั้นรู้สึกผิดและพยายามจะพูดช่วย ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ขอโทษนะคะ แค่เป็นผู้จัดการบริษัทก็ยุ่งมากพอแล้ว ได้มาที่นี่ทั้งทียังต้องมาเจอปัญหาพวกนี้อีก”
ทันทีที่ทำคำว่าผู้จัดการบริษัทหลุดออกมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ได้ยินเสียงอ้าปากค้างหายใจหอบจากคนรอบข้าง
ตำแหน่งของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอาจจะไม่ได้สูงส่งนัก แต่สิ่งที่ทำให้พวกเขาประหลาดใจคือชื่อบริษัท มันเป็นบริษัทหนึ่งที่ดีที่สุดในโลกทางการเงิน
หลังจากนั้นไม่นาน ผู้ปกครองคนหนึ่งก็เดินเกาหัวเข้ามาหาอย่างงุ่มง่าม เธอสวมใส่เสื้อผ้าแบรนด์เนมดูทันสมัย ภูมิหลังทางครอบครัวพอใช้ได้แต่ก็ยังไม่ดีเท่าผู้ปกครองหลายคน “ขอโทษนะคะ ฉันไม่เข้าใจเหตุการณ์…”
เป็นพวกที่ชอบทำตามชาวบ้านเหรอ? ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเยาะเย้ย เธอจำได้ดีว่าคนคนนี้ตะโกนเสียงดังลั่นมากที่สุดในบรรดากลุ่มคนที่โห่ร้อง
“ไม่เข้าใจสถานการณ์แต่โห่ร้องเนี่ยนะ? อายุป่านนี้แล้วยังไม่รู้เหรอว่าคำพูดมันทำร้ายคนอื่นได้มากขนาดไหน? ฉันไม่ยอมรับคำขอโทษนี้หรอก!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างเย็นชา
หญิงคนรวยกอดอกแล้วพูดว่า “ผู้จัดการ” ด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
ทุกคนได้ยินความหมายที่แอบแฝงอยู่ในคำพูดของเธอ ว่าเป็นแค่ผู้จัดการบริษัท จำเป็นต้องวางตัวใหญ่โตแล้วเหรอ
พอเห็นว่าบรรยากาศเริ่มตึงเครียดอีกครั้ง ครูประจำชั้นที่กำลังจะพูดห้ามปรามก็ถูกขัดจังหวะ
“ก็แค่คนรวย”
เสี่ยวเป่าดวงตาเป็นประกายและหันไปมองเขาทันที “แด๊ดดี้!”
มู่อวี้เฉิงอยู่ในชุดลำลองสบาย ๆ ตามมาด้วยชายร่างสูงสองคนในชุดดำ พวกเขาเดินเข้ามาทีละก้าว
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
เขามีกรอบหน้าคม ใบหน้าเนียนละเอียดและคิ้วได้รูป แต่ตอนนี้เขาดูเย็นชามากราวกับว่ามีเมฆก้อนดำอันหนาทึบบดบังอยู่ในดวงตาคู่เรียวสวย บ่งบอกได้ว่าตอนนี้เขาอารมณ์เสียมากขนาดไหน
แต่ในที่สุดถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถอนหายใจด้วย ความโล่งอก
มู่อวี้เฉิงเดินเข้ามาอุ้มเสี่ยวเป่าด้วยมือข้างหนึ่งและใช้มืออีกข้างโอบรอบเอวถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้
“ไม่…” หลังจากเห็นมู่อวี้เฉิง ผู้ปกครองก็จับกลุ่มกระซิบกระซาบกัน กระทั่งได้รับการยืนยันแล้ว พวกเขาก็อ้าปากค้างจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยืนอยู่ตรงนั้นสังเกตเห็น
ทุกคนที่อยู่ในชนชั้นสูงจดจำชื่อและใบหน้าของมู่อวี้เฉิงได้เป็นอย่างดี และตอนนี้พวกเขาก็ตกตะลึงกันมาก!
ผู้ปกครองหลายคนรีบเข้ามาขอโทษด้วยความตื่นตระหนก ทว่ากลับยังไม่ได้พูดอะไรออกไป
มู่อวี้เฉิงยกมือขึ้นมาหยุดพวกเขา น้ำเสียงของเขาเย็นชามากราวกับธารน้ำแข็ง “ถ้าพวกคุณมีปัญหาอะไร ได้โปรดติดต่อเลขาผมโดยตรง”
แม้ว่าจะไม่ได้พูดระบุไว้อย่างชัดเจน แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าไม่สามารถกลับไปแก้ไขเรื่องที่เกิดขึ้นได้แล้วและพวกเขาก็รู้สึกสิ้นหวังกันมาก