พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 908 ขอกอดหน่อย
ตอนที่ 908
ขอกอดหน่อย
เสี่ยวเป่าเตะขาสั้น ๆ อยู่กลางอากาศสองสามครั้ง จนกระทั่งวินาทีต่อมาน้ำแข็งบนตัวมู่อวี้เฉิงก็แตกสลาย และวางเขาลงบนพื้นอย่างรู้งาน
“ขอโทษที่มาสายนะ” มู่อวี้เฉิงพูดกระซิบและยื่นริมฝีปากไปสัมผัสใบหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่หลีกหนีและพูดเบาว่า “คนที่คุณควรขอโทษคือลูกชายของเราต่างหาก”
เสี่ยวเป่าที่กำลังเดินก้าวไปข้างหน้าหูกระตุกทันที แต่กลับไม่ได้หันมามอง
มู่อวี้เฉิงเป็นคนสูงและขายาว ต่อให้เสี่ยวเป่าจะเดินนำไปหลายก้าวแล้ว แต่เขาก็ตามทันอีกฝ่ายภายในสองสามก้าวเท่านั้น จากนั้นเขาก็คุกเข่าลงกับพื้นแล้วพูดว่า “เสี่ยวเป่า แด๊ดดี้มาช้า ขอโทษนะ”
เสี่ยวเป่ากะพริบตาจ้องมองมู่อวี้เฉิงก่อนจะหันหลังกลับหลังจากนั้น และพูดด้วยน้ำเสียงอวดเก่งว่า “ผมเป็นลูกผู้ชาย ไม่ต้องสนใจเรื่องนั้นหรอกฮะ”
ยังจะบอกว่าเป็นลูกผู้ชายอีก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบ้ปาก เมื่อกี้ยังเห็นตาแดงเหมือนกระต่ายอยู่เลย บนขนตาก็มีน้ำตาติดอยู่
“ยังไงซะผมก็อยู่คนเดียวจนชินแล้ว” พูดจบ เสี่ยวเป่าก็สูดจมูก ทำหน้ามุ่ยราวกับกำลังอดกลั้นกับความรู้สึกเจ็บปวด
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ประโยคที่พูดออกมามันฟังดูเจ็บปวดมาก จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่เมื่อสักครู่นี้ยังยิ้มอยู่ค่อย ๆ ลดมุมปากลงด้วยความรู้สึกขมขื่น
เธอพร่ำบ่นกับมู่อวี้เฉิงว่า “เพราะคุณนั่นแหละ คุณสัญญากับลูกว่าจะมาแต่กลับมาช้าจนทำให้ลูกเสียใจ ถ้าคุณมาเร็วกว่านี้ ลูกก็ไม่ต้องทนทุกข์หรอก”
เห็นได้ชัดว่าเธอเพียงแค่ต่อว่าเพื่อหลอกล้อเท่านั้น แต่สุดท้ายมันกลับดูจริงจังมากขึ้นเรื่อย ๆ เธอเกลียดตัวเองที่ไม่สามารถทำอะไรได้เลย เกลียดที่ตัวเองไม่สามารถออกมาห้ามปรามคนที่ติฉินนินทาได้อย่างมู่อวี้เฉิง!
มู่อวี้เฉิงมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ตาแดงก่ำแล้วพูดด้วยความเศร้าใจว่า “ขอโทษ…”
เขาไม่รู้จะพูดอะไรนอกจากคำว่าขอโทษ กิจการภายในบริษัทเร่งด่วนมาก เขาพยายามรีบจัดการให้เสร็จแล้วแต่ก็ยังล่าช้าอยู่เล็กน้อย ส่วนคนที่ปากพล่อยพูดจาสกปรก เขาจะไม่ยอมปล่อยไปเด็ดขาด
พอเห็นว่าเหตุการณ์เริ่มแปลกประหลาดขึ้น เสี่ยวเป่าก็เดินเข้ามาจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวและพยายามปลอบโยนเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจด้วยความตื่นตระหนกแล้วตอบว่า “อืม” ก่อนจะสวมกอดเสี่ยวเป่า
“แด๊ดดี้หม่ามี้อย่าเศร้าเลยฮะ” เสี่ยวเป่ายิ้ม “แด๊ดดี้ทำผิดก็จริงแต่ผมไม่ใช่คนขี้งอนสักหน่อย ถ้าแด๊ดดี้มาเล่นกิจกรรมด้วยกัน ผมก็จะยกโทษให้!”
เสี่ยวเป่ากะพริบตามองมู่อวี้เฉิงอยู่สองสามครั้งราวกับกำลังจะบอกว่า ผมให้โอกาสแด๊ดดี้แล้วนะ
มู่อวี้เฉิงยิ้มแล้วพยักหน้า
“เย้!” เสี่ยวเป่าส่งเสียงร้องดีใจและกระโดดโลดเต้นอย่างมีความสุข
เขากระโดดโลดเต้นไปมาจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องคอยจับให้มั่นคง เธอยิ้มแล้วพูดว่า “อย่าขยับ!”
บรรยากาศระหว่างทั้งสามคนกลับมากลมเกลียวกันอีกครั้ง พอเห็นเช่นนั้นครูประจำชั้นก็เดินเข้ามาพูดว่า “เดี๋ยวฉันพาพวกคุณไปที่ห้องรับรองนะคะ ที่นี่มีคนอยู่เยอะ ค่อยออกมาทำกิจกรรมทีเดียวก็ได้ค่ะ”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า ห้องรับรองปิดกั้นสายตาแปลกประหลาดจากคนอื่น ๆ เอาไว้หมด และเขาก็พึงพอใจในข้อตกลงนี้มาก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา กิจกรรมพ่อแม่ลูกครึ่งหลังก็เริ่มต้นขึ้นอีกครั้ง โดยทั้งสองจะต้องอุ้มลูกวิ่งสามขาก้าวข้ามสิ่งกีดขวาง และนอกจากนี้ยังมีการแสดงเต้นรำด้วย
หญ้าเขียวขจีถูกปกคลุมไปด้วยแสงแดดร่ำไร มีเสียงเด็กหัวเราะออกมาเป็นระยะ ๆ พ่อแม่ทั้งหลายต่างหลงลืมตัวตน หน้าที่การงาน และแวดวงสังคมของตัวเองไปในช่วงเวลานี้
กระทั่งเวลาผ่านพ้นไป กิจกรรมพ่อแม่ลูกของทางโรงเรียนก็จบลง อาจเป็นเพราะความได้เปรียบทางกายภาพของมู่อวี้เฉิง ทำให้ลำดับของเสี่ยวเป่าไต่ไปอย่างต่อเนื่องและได้อันดับที่สองมาครอบครอง
รางวัลไม่ได้มีอะไรมากมายนัก มีเพียงใบรับรองสีแดงและลูกอมตรากระต่ายขาวหนึ่งห่อ แต่มันกลับเพียงพอที่จะเติมเต็มความสุขเล็ก ๆ น้อย ๆ ของเสี่ยวเป่า
“ผู้ปกครองเสี่ยวเป่า รบกวนเชิญมาทางนี้หน่อยได้มั้ยคะ? ครูมีเรื่องจะคุยกับพวกคุณสักหน่อย” ครูประจำชั้นพูดหยุดพวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังจะเดินออกไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงมองหน้ากันแล้วลูบผมนุ่มฟูของเสี่ยวเป่า “ลูกไปก่อน เดี๋ยวหม่ามี้ตามไป”
เสี่ยวเป่าทำหน้าตาบูดบึ้งและพูดอย่างไม่พอใจว่า “ก็ได้ฮะ รีบกลับมาไว ๆ นะ”
หลังจากนั้นไม่นาน ครูประจำชั้นก็เดินมาหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งและพูดเบา ๆ ว่า “ผู้ปกครองเสี่ยวเป่าคะ ฉันเป็นครูประจำชั้นมาหลายปีแล้ว ฉันมองทุกอย่างออกหมดค่ะ เสี่ยวเป่าเข้ามาเรียนที่นี่ก็นานแล้ว แต่ฉันเพิ่งจะเคยเห็นพวกคุณแค่ไม่กี่ครั้งเองค่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นรู้สึกละอายใจมากจนหน้าแดง แต่กลับไม่รู้จะพูดอะไรออกไป
“ฉันรู้ว่าพวกคุณงานยุ่งและฉันจะไม่พูดแนะนำให้พวกคุณเลิกทำงานหรอกนะคะ เพราะมันไม่ดี แต่ฉันก็หวังว่าคุณจะแบ่งเวลาดูแลลูกและใช้เวลากับลูกบ้างค่ะ” ครูประจำชั้นพูดด้วยน้ำเสียงสุภาพ ไม่ได้มีเจตนาจะติเตียน “ตอนนี้อยู่ในโรงเรียน เขาเก็บตัวเงียบตลอด ไม่ค่อยมีเพื่อน แทบจะไม่เคยเห็นเขาหัวเราะเลยค่ะ มีวันนี้แหละที่ฉันเห็นเขายิ้มและดูมีความสุขมากที่สุด”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้สติกลับคืนมาแล้ว แต่คำพูดของครูประจำชั้นยังคงติดอยู่ในใจเธอ
แต่ละประโยคเป็นเหมือนการตบหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอไม่สามารถปฏิเสธอะไรได้เพราะมันเป็นความผิดของเธอ สุดท้ายเธอก็พยักหน้าตอบรับเงียบ ๆ “ขอบคุณค่ะ เข้าใจแล้ว ยังไงหลังจากนี้ฝากคุณครูช่วยดูแลเขาอีกแรงด้วยนะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินกลับออกมาด้วยความรู้สึกว้าวุ่นในใจ มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเธอแต่ไม่ได้พูดอะไร
“หม่ามี้! จะมานั่งข้างหลังกับผมเหรอฮะ?!” เสี่ยวเป่าดู ร่าเริงขึ้นมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปิดประตูหลัง เข้าไปนั่งข้างในและปิดประตูลง
มู่อวี้เฉิงเหลือบมองเสี่ยวเป่าผ่านกระจกมองหลัง
เสี่ยวเป่าดูมีความสุขมาก เขาคลานเข้าไปหา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวและนั่งลงข้าง ๆ เธอ ขาสั้น ๆ ห้อยอยู่กลางอากาศ
กระทั่งรถยนต์เคลื่อนตัวและมุ่งหน้ากลับไปที่บ้าน
“แด๊ดดี้! ผมมีเรื่องจะบอก!” เสี่ยวเป่าพูดบอกอย่างตื่นเต้น
มู่อวี้เฉิงมองตรงไปข้างหน้า โดยไม่หันกลับมามอง “เรื่องอะไร?”
“แฮะแฮะ! ผมอยากไปสวนสนุก!”
“ไม่ได้ เย็นแล้ว” มู่อวี้เฉิงคัดค้าน
ข้างนอกมืดแล้วและมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังมีงานที่บริษัทให้จัดการ ถึงอย่างนั้นจะปล่อยให้เสี่ยวเป่าออกไปเที่ยวเล่นกับคนรับใช้ตามลำพังคงเป็นไปไม่ได้
โชคดีที่เสี่ยวเป่าไม่ได้คิดจริงจังกับเรื่องนี้ หลังจากเงียบไปสักพักเขาก็พูดอย่างมีความสุขว่า “งั้นผมอยากไปสวนน้ำ!”
“ไม่ได้ เหตุผลเดียวกัน” มู่อวี้เฉิงตอบกลับโดยไม่แสดงอารมณ์ จับพวงมาลัยแล้วหมุนรถเลี้ยวโค้งเข้าสู่ถนนเส้นถัดไป
เสี่ยวเป่ายังคงไม่ย่อท้อ เขาเอนตัวมองออกไปข้างนอกหน้าต่าง “ถ้างั้นผมอยากกินมาร์ชเมลโลว์! อยากกินถังหูลู่! อยากกินล่าเถียว!”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ไม่ได้ กลับไปค่อยไปกินข้าวเย็น กินขนมเดี๋ยวก็ไม่ยอมกินข้าวเย็นอีก”
จากนั้นเสี่ยวเป่าก็ส่งคำขอร้องอีกหลายสิบครั้ง แต่กลับถูกมู่อวี้เฉิงปัดตกทุกอย่าง
สุดท้ายแล้วเสี่ยวเป่าไม่ได้โกรธ แต่เขาทำหน้าตาบูดบึ้ง เสียใจมากและคลานกลับเข้าไปหาถงเหมี่ยวเหมี่ยว เขาเหยียดแขนอวบออกมาแล้วพูดว่า “หม่ามี้ ขอกอดหน่อยฮะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมู่อวี้เฉิงแล้วกอดเสี่ยวเป่าเอาไว้ในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน