พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 909 อันตรายพอสมควร
ตอนที่ 909
อันตรายพอสมควร
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และการทำงานของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง ทุกอย่างเป็นไปอย่างราบรื่น ไม่มีอุบัติเหตุหรือเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้นระหว่างทาง
จนกระทั่งวันนี้ชีวิตอันแสนสงบสุขที่มีมาหลายวันก็พังทลายลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังนั่งทำงานตามปกติ แต่จู่ ๆ เธอก็ได้รับโทรศัพท์จากมู่อวี้เฉิง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้นก็จริง แต่ยังคงเขียนเอกสารที่อยู่ตรงหน้าช้า ๆ แล้วค่อยหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู
เดิมทีเธอคิดว่ามีคนโทรศัพท์หามาเธอเรื่องงาน เธอจึงไม่ได้รีบร้อนอะไรมากนัก แต่พออ่านชื่อกลับพบว่าเป็น “มู่อวี้เฉิง”
เกิดเรื่องอะไรขึ้นกับอวี้เฉิง? ทำไมเขาถึงโทรศัพท์มาหาเธอเวลานี้?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นมองเวลาแล้วอดไม่ได้ที่ จะรู้สึกตงิดใจ มู่อวี้เฉิงไม่เคยโทรศัพท์หาเธอในเวลานี้เลย หรือว่าจะมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกดรับสายด้วยความสงสัย
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“ฮัลโหล อวี้เฉิง ทำไม มีอะไรหรือเปล่า ทำไมโทรมาหาฉันตอนนี้ล่ะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้ว ไม่ใช่ว่าเธอรู้สึกรำคาญ แต่เธอคิดหาเหตุผลไม่ออกและรู้สึกสงสัยมาก อยากจะให้ มู่อวี้เฉิงรีบพูดอธิบายเร็ว ๆ
“เหมี่ยวเหมี่ยว เกิดเรื่องแล้ว!” น้ำเสียงของมู่อวี้เฉิงยังคงแฝงไปด้วยความสงบ มีความยับยั้งชั่งใจ แต่ในขณะเดียวกันก็มีเสียงร้องไห้และเสียงร้องตะโกนแทรกเข้ามาเป็นครั้งคราว ฟังดูเสียงดังมาก
“เกิดอะไรขึ้น คุณอยู่ไหน ทำไมเสียงดังจัง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวงุนงงอยู่พักหนึ่งแล้วถามด้วยความสับสน
ทว่าคำพูดต่อไปของมู่อวี้เฉิงกลับทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงักไปทันที เธอกำโทรศัพท์มือถือเอาไว้แน่นและลืมพูดไปด้วยซ้ำ
“แม่เข้าโรงพยาบาล!”
แต่ก่อนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะพูดอะไร มู่อวี้เฉิงก็พูดขึ้นอีกครั้งว่า “จู่ ๆ แม่ก็เป็นลมหมดสติไป ตอนนี้ยังไม่รู้สาเหตุเลย รีบมาโรงพยาบาลก่อนเถอะ”
“เกิดอะไรขึ้น?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตกตะลึง ภายในใจรู้สึกตึงเครียดอย่างมาก เธอถามด้วยความประหลาดใจและรีบลุกขึ้นทันทีโดยไม่ลังเล
เธอไม่ได้เก็บข้าวของด้วยซ้ำ คว้ากุญแจรถยนต์ ลุกขึ้นยืนแล้วรีบวิ่งออกไปทันที หลงลืมแม้กระทั่งเสื้อคลุม วิ่งออกไปโดยไม่หันมามอง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหยียบคันเร่งสุดแรงเพื่อให้มาถึงโรงพยาบาลโดยเร็วที่สุด
พอได้ยินว่าจู่ ๆ ลิ่นอวี๋เหยียนก็เป็นลมหมดสติและถูกหามมาโรงพยาบาล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกตื่นตระหนกและหวาดกลัวอย่างบอกไม่ถูก
เธอกังวลมากว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับลิ่นอวี๋เหยียน
ระหว่างทางเธอคอยคิดว่าโรคชนิดใดบ้างที่สามารถทำให้เป็นลมหมดสติกะทันหันได้ เธอพยายามคิดบวก บางที ลิ่นอวี๋เหยียนอาจจะมีน้ำตาลในเลือดต่ำเกินไปก็ได้จริงไหม? เธอพยายามปลอบใจตัวเองแบบนี้
บริษัทของถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้อยู่ใกล้หรือไกลจากโรงพยาบาล แต่ถ้าหากประเมินคร่าว ๆ เธอจะต้องใช้เวลาขับรถถึงครึ่งชั่วโมง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาถึงแล้วและพบว่ามู่อวี้เฉิงกำลังรอเธออยู่หน้าประตูโรงพยาบาล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบหาที่จอดรถ ลงจากรถยนต์มาทันทีและวิ่งเข้าไปหามู่อวี้เฉิงที่ยืนอยู่ไม่ไกล
เธอหายใจหอบ ทรุดตัวลงและเอามือพยุงเข่า “เป็นยังไงบ้าง แล้วตอนนี้แม่อยู่ไหน?”
“ยังอยู่ในห้องฉุกเฉินอยู่ ไปเถอะ เดี๋ยวผมพาไป” สีหน้าของมู่อวี้เฉิงยังคงนิ่งเฉย ไม่เปลี่ยนแปลง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและเดินตามมู่อวี้เฉิงเข้าไปในโรงพยาบาล หลังจากเดินผ่านโค้งมาสักพัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มองเห็นมู่หงจวิ้นจากระยะไกล
มู่หงจวิ้นยืนรออยู่หน้าประตู คอยแหงนหน้ามองดูป้ายปรากฏเป็นคำว่า “อยู่ระหว่างการตรวจสอบ” อยู่เหนือศีรษะด้วยสีหน้ากังวล
“พ่อคะ!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปข้างหน้าและพูดทักทาย จากนั้นก็รีบเดินเข้าไปช่วยพยุงเขาให้นั่งลงข้าง ๆ
“ทำไมไม่นั่งรอล่ะคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจอย่างเป็นกังวลและทำอะไรไม่ถูก
จากนั้นมู่หงจวิ้นก็ละสายตาออกมาและมองดูทั้งสองคน “มาแล้วเหรอ เหมี่ยวเหมี่ยว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า มองดูสีหน้ากังวลของ มู่หงจวิ้น พลางคิดในใจว่าจะปลอบโยนเขาอย่างไรดี
หลังจากนั้นไม่นาน เธอก็พูดบางอย่างเพื่อปลอบใจ มู่หงจวิ้น “อย่ากังวลไปเลยค่ะ พวกหนูมาอยู่ด้วยแล้ว แม่จะต้องไม่เป็นอะไรแน่นอนค่ะ บางทีอาจจะเป็นปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ หรือเรื่องแค่อุบัติเหตุก็ได้ค่ะ”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า ตบไหล่ปลอบมู่หงจวิ้นโดยบอกเขาว่าไม่ต้องกังวล “พ่อ หรือมันเป็นผลข้างเคียงจากอาการแม่หรือเปล่าครับ มันถึงได้เกิดขึ้นอีกครั้ง”
มู่หงจวิ้นเม้มปากเมื่อได้ยินเช่นนั้น แต่กลับไม่ได้ตอบกลับในทันที
ตั้งแต่ลิ่นอวี๋เหยียนเป็นลมจนถึงตอนนี้ เขาก็ยังไม่สามารถสงบสติอารมณ์ได้เลย คิ้วหนาขมวดแน่นจนไม่สามารถกลับมาเรียบเหมือนเดิมได้
“เมื่อเช้าพ่อกำลังนั่งกินข้าวกับแม่แกอยู่ จู่ ๆ แม่แกเขาก็บอกว่ารู้สึกไม่ค่อยสบาย เลยคุยกันว่าจะให้แม่เขากลับขึ้นไปพักผ่อนก่อน แต่พอลุกขึ้นยืนเท่านั้นแหละก็เป็นลมหมดสติไป…”
มู่หงจวิ้นไม่อยากนึกถึงฉากนั้นด้วยซ้ำ ถ้าในตอนนั้นเขาไม่รีบตอบสนองด้วยการเข้าไปประคองลิ่นอวี๋เหยียนก็เกรงว่าเธอจะล้มไปกระแทกบางอย่างจนเกิดอุบัติเหตุขึ้นได้
มู่หงจวิ้นพูดเล่าเรื่องแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก ใบหน้าของเขาดูโศกเศร้ามากจนทำให้มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกกังวลกับเขา
“พ่อ อย่าห่วงไปเลยค่ะ แล้วก็อย่าหักโหมด้วย ถ้าพ่อทำร้ายร่างกายตัวเองแบบนี้ แม่จะไม่เป็นห่วงยิ่งกว่าเดิมเอาเหรอคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบเดินเข้ามานั่งลงข้าง ๆ เขาและพูดปลอบโยน
“พ่อผิดเอง ถ้าไม่ใช่เพราะพ่อ แม่แกคงจะไม่เป็นลมแบบนี้…” มู่หงจวิ้นก้มหน้าลง พูดด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง แสดงท่าทางว่ารู้สึกผิดมาก
มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วเมื่อได้ยินเช่นนั้น ถึงอย่างนั้นพวกเขารีบพูดขัดจังหวะมู่หงจวิ้นทันที
“พ่อ พ่อพูดอะไรครับ ผมจะไปโทษพ่อได้ยังไง? มันเป็นอุบัติเหตุ” มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว รู้สึกเจ็บใจที่ไม่สามารถพูดปลอบโยนอะไรได้จึงพูดออกมาอย่างทำอะไรไม่ถูก
เขาไม่เคยพูดปลอบคนอื่นได้เลย แม้ว่าเขาจะมีความเข้าใจ แต่คำพูดของเขากลับไม่ได้นุ่มนวลหรือเป็นที่น่าพอใจนัก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหลือบมองเขา แน่นอนว่ามู่อวี้เฉิงไม่รู้วิธีการปลอบโยนคนอื่น และทุกครั้งที่เขาพูดอะไรออกมามันก็มักจะฟังดูเหมือนเขากำลังตำหนิใครบางคนอยู่
พอเห็นมู่หงจวิ้นมีท่าทางหดหู่มากขึ้นเรื่อย ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ ตามที่คาดการณ์เอาไว้เขายังต้องพึ่งพาให้เธอคอยปลอบโยนคนอื่นเสมอ
“พ่อคะ อย่าเพิ่งคิดมากเลยค่ะ อย่างที่อวี้เฉิงบอก ก่อนหน้านี้พ่อก็ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่จะป่วย เพราะงั้นอย่าโทษตัวเองเลยนะคะ อีกอย่างถ้าแม่ไม่มีพ่ออยู่ด้วย เกิดเป็นลมคนเดียวขึ้นมามันจะไม่แย่ไปกว่านี้เหรอคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบไหล่ปลอบโยนมู่หงจวิ้น
ขณะเดียวกันสวี่เฉิงถิงก็เดินออกมา หลังจากได้ยินทั้งสามคนเล่าอาการของลิ่นอวี๋เหยียนให้ฟังแล้ว เขาก็เม้มปาก รู้สึกกังวลเล็กน้อยและลังเลว่าจะบอกความคิดเห็นของเขากับพวกเขาดีหรือไม่
ท้ายที่สุดเขาก็ปริปากบอกว่า “ถือว่านี่เป็นความคิดเห็นส่วนตัวของผมนะครับ พวกคุณใช้มันเป็นข้อมูลอ้างอิงก็พอ แต่ผมคิดว่าการที่คุณนายเป็นลมฟุบไปแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องง่าย ๆ เลย อาจพูดได้ว่าอันตรายพอสมควร”
สวี่เฉิงถิงพูดช้า ๆ ด้วยท่าทางเคร่งขรึม “แต่เมื่อสถานการณ์กลายมาเป็นแบบนี้แล้ว ผมขอแนะนำให้ผ่าเปิดกะโหลกศีรษะเพื่อตรวจสอบใหม่จะดีกว่าครับ เนื่องจากมันไม่ใช่ปัญหาทางจิต ทางเลือกเดียวคือการตรวจสอบใหม่อีกครั้ง”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“ผมจะเป็นคนผ่าตัดในครั้งนี้เอง และมันน่าจะยังพอมีโอกาสครับ” สวี่เฉิงถิงทำหน้าจริงจัง ทำให้ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นวิตกกังวล
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึก “ไม่มีทางอื่นแล้วเหรอคะ?”
“ไม่มีครับ”