พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 910 วิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
ตอนที่ 910
วิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด
พอเห็นว่าใบหน้าของมู่หงจวิ้นดูเคร่งเครียดขึ้นเล็กน้อยหลังจากได้ยินเช่นนั้น สวี่เฉิงถิงก็รีบพูดเปลี่ยนหัวข้อว่า “แต่พวกคุณไม่ต้องกังวลไปครับ ที่จริงอาการที่แสดงออกมาเลยก็ถือว่าเป็นเรื่องดีในความโชคร้ายอย่างหนึ่งนะครับ ดีกว่าปล่อยให้มันเงียบ ๆ แล้วรุนแรงขึ้นทีเดียว อย่างน้อยแบบนี้ก็ยังมีโอกาสได้ตรวจสอบว่าร่างกายมีปัญหาอะไร”
สวี่เฉิงถิงพูดอย่างอบอุ่น ช่วยบรรเทาสถานการณ์ได้ทันเวลา และป้องกันไม่ให้มู่หงจวิ้นตกอยู่ในความสิ้นหวัง
ทั้งสี่คนยืนเฝ้าอยู่ด้านนอกประตู หลังจากนั้นไม่นานลิ่นอวี๋เหยียนก็ถูกพาตัวออกมา เธอยังไม่ฟื้นขึ้นมาและยังนอนหลับตาแน่นอยู่บนเตียงพยาบาล
“เป็นญาติคนไข้หรือเปล่าคะ?” พยาบาลสาวเงยหน้ามองพวกเขาที่อยู่หน้าประตูแล้วพูดถาม
มู่หงจวิ้นเป็นคนแรกที่เดินเข้าไปหา เขาจับที่กั้นข้างเตียงเอาไว้แน่นและมองดูลิ่นอวี๋เหยียนด้วยความวิตกกังวลอย่างมาก ก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบว่า “ครับ ผมเป็นสามีเธอ เธอเป็นยังไงบ้างครับ?”
หลังจากพูดจบ เขาก็เงยหน้ามองพยาบาลสาวด้วยสายตาคมกริบ
“ตอนนี้ยังไม่ชัดเจนค่ะ แต่ว่าพาไปที่ห้องพักก่อนเถอะนะคะ” พยาบาลสาวหันหน้าหนีสายตาของเขา พูดเบา ๆ และเดินกลับเข้าในห้อง
ปล่อยทิ้งให้พวกเขายืนมองหน้ากัน
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
สวี่เฉิงถิงเป็นคนปริปากพูดก่อน “เรามาพาคุณนายไปพักผ่อนในห้องกันเถอะครับ”
มู่หงจวิ้นกลับมามีสติอีกครั้งหลังจากได้ยินเช่นนั้น เขาพยักหน้าและช่วยมู่อวี้เฉิงเข็นเตียงพยาบาลเข้าไปในห้อง
กว่าลิ่นอวี๋เหยียนจะตื่นขึ้นมาเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปหลายชั่วโมงแล้ว เธอรู้สึกปวดหัวเหมือนหัวจะระเบิด เปลือกตาหนักอึ้งมาก เธออยากจะลืมตาแต่กลับไม่มีแรงเอาเสียเลย
เธอยกแขนขึ้นไม่ไหวและขยับเขยื้อนตัวไม่ได้เลย เธออยากจะร้องตะโกนแต่ดูเหมือนว่าเธอจะทำได้แค่ส่งเสียงร้องแหบแห้งและพูดไม่ได้
โชคดีที่มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวคอยเฝ้าอยู่ข้างเตียงเสมอ
พอได้ยินเสียงร้องตะโกนแผ่ว ๆ พวกเขาก็เข้ามารวมตัวกันทันที
“แม่ตื่นแล้วเหรอคะ? หนูว่าหนูได้ยินเสียงแม่เบา ๆ นะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตื่นตระหนกเล็กน้อยและยกมือขึ้นมาเขย่าเธอ
ก่อนหน้านี้หมอพูดเตือนพวกเขาว่าให้คอยเฝ้าสังเกตอาการของคนไข้ให้ดี ให้คอยดูว่ามีสัญญาณว่าจะตื่นขึ้นมาไหม ถ้ามีก็ให้เข้ามาช่วยปลุกเธอ
แน่นอนว่าหมอพูดถูก หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวช่วยเขย่า ลิ่นอวี๋เหยียนก็ค่อย ๆ ลืมตาขึ้นมา
“คุณฟื้นแล้ว!” มู่หงจวิ้นรีบวิ่งเข้ามาข้างหน้า จับมือเธอเอาไว้แน่นและส่งเสียงร้องสะอึกสะอื้น ตอนที่ลิ่นอวี๋เหยียนยังไม่ตื่นขึ้นมา เขารู้สึกวิตกกังวลและไม่สบายใจอย่างมาก
ลิ่นอวี๋เหยียนชะงักไปครู่หนึ่ง เธอจำได้ว่าเธอกำลังกินข้าวอยู่แล้วจู่ ๆ ก็รู้สึกไม่สบาย เป็นลมหมดสติไป ดูเหมือนว่า มู่หงจวิ้นจะเป็นคนพาเธอมาส่งโรงพยาบาล
“ฉัน… ฉันเป็นอะไรไป?” เธอรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผล ทำไมจู่ ๆ เธอถึงเป็นลมหมดสติกะทันหัน หรือว่าเธอจะกำลังป่วยหนัก?
มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวแอบชำเลืองมองกันทันทีเมื่อได้ยินเช่นนั้น และทั้งสองก็คิดว่าจะบอกสถานการณ์ต่าง ๆ กับลิ่นอวี๋เหยียนดีหรือไม่
บรรยากาศตกอยู่ในความสงบและไม่มีใครพูดอะไรเลย
แม้ว่าพวกเขาจะไม่พูดอะไร แต่ลิ่นอวี๋เหยียนก็เข้าใจได้ทันทีเมื่อเห็นว่าบรรยากาศดูน่าอึดอัดขึ้น มันจะต้องไม่ใช่เรื่องที่ดีอย่างแน่นอน
“ฉัน… ฉันเข้าใจแล้ว” เธอหลับตาลงและพูดพึมพำเสียงแผ่ว จู่ ๆ น้ำตาก็ไหลลงมา
เธอรู้สึกว่าสถานการณ์ที่กำลังเผชิญหน้าอยู่อันตรายอย่างมาก เธอกังวลจริง ๆ หลังจากนี้เธอจะตายไหม เธอจะอยู่ได้นานแค่ไหน?
เธออดไม่ได้ที่จะคิดอย่างบ้าคลั่งอยู่ในใจ นี่เป็นคำถามยอดฮิตที่ผู้ป่วยมักจะนึกถึง เธอเอาแต่คิดว่าเธอป่วยหนักหรือเปล่า จะรักษาโรคนี้หายขาดไหม และจะต้องทนทุกข์ทรมานกับความเจ็บป่วยระยะสุดท้ายหรือไม่?
ยิ่งเธอคิดเรื่องนี้มาเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกสิ้นหวังมากเท่านั้น
มู่หงจวิ้นเห็นว่าเธอดูหดหู่ลงจึงรีบเข้ามากอดเธอแน่น เขาไม่สนใจว่าลูกชายกับภรรยาลูกชายที่อยู่ข้าง ๆ จะคิดยังไง และพยายามพูดเกลี้ยกล่อมด้วยเสียงแผ่ว “เอาล่ะ อย่าเพิ่งคิดอะไรเลย คุณสบายดี ถ้าป่วยก็แค่รักษา สมัยนี้มันไม่มีโรคร้ายแรงอะไรแล้ว ต่อให้ยังไม่รู้ว่าเป็นโรคอะไร แต่เราก็จะฟังหมอ รักษาก่อนเดี๋ยวหาย”
มู่หงจวิ้นยกมือขึ้นมาลูบหลังปลอบโยนเธอเบา ๆ
ทันทีที่เขาพูดจบ ลิ่นอวี๋เหยียนก็กลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่อยู่และพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเทาว่า “ฉันกลัว ฉันกลัวจริง ๆ หงจวิ้น ฉันจะไม่เป็นอะไรจริง ๆ เหรอ?”
ท่าทางของเธอทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกทุกข์ใจอย่างมาก
มู่อวี้เฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้างก็รู้สึกกังวลมากเช่นกัน เขาอยากจะพูดปลอบใจ แต่เมื่อนึกถึงความสามารถในการพูดปลอบคนอื่นของตนเองแล้วเขาก็เลยหยุดพูด
สวี่เฉิงถิงยืนมองครอบครัวพวกเขาอยู่ด้านข้าง แล้วรู้สึกสะเทือนใจอย่างบอกไม่ถูก
เพียงแต่นั่นเป็นแค่อารมณ์เท่านั้น ในขณะเดียวกันเขาก็รู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องยากมาก
อาการเจ็บป่วยของลิ่นอวี๋เหยียนไม่สามารถชะลอการรักษาได้อีกต่อไป ไม่อย่างนั้นเขาก็ไม่สามารถรับประกันได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น
สวี่เฉิงถิงอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ เดินเข้าไปหามู่อวี้เฉิงเงียบ ๆ แล้วยกมือขึ้นมาตบไหล่เขาเบา ๆ
มู่อวี้เฉิงชะงักไปครู่หนึ่ง ขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วหันกลับมามองเขา ดวงตาที่จ้องมองมาแสดงความหมายชัดเจนว่าอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
สวี่เฉิงถิงไม่พูดอะไร แม้จะเห็นท่าทางเมินเฉยของ มู่อวี้เฉิงแล้วแต่ก็ไม่ได้ถอยหลังกลับ เขาแค่กำมือแล้วกระซิบข้างหูว่า “ออกมาข้างนอกหน่อยสิครับ ผมมีเรื่องจะคุยด้วย”
มู่อวี้เฉิงมองดูพ่อแม่ของเขาที่อยู่อีกด้านหนึ่งของเตียงพยาบาลแล้วพอจะคาดเดาได้ว่าสวี่เฉิงถิงต้องการจะพูดคุยอะไรกับเขา ดังนั้นเขาจึงระงับอารมณ์ตัวเองเอาไว้ พยักหน้าแล้วเดินออกไปข้างนอกกับสวี่เฉิงถิงสองคน
“มีอะไรจะคุยกับผม?” หลังจากปิดประตูห้องลงอย่างระมัดระวัง มู่อวี้เฉิงก็หันไปมองสวี่เฉิงถิงที่อยู่ด้านข้าง ขมวดคิ้วด้วยความสงสัยและพูดถาม
สวี่เฉิงถิงเม้มปากแล้วพูดขึ้นมาช้า ๆ ว่า “อาการป่วยของแม่คุณ… ไม่สามารถรอช้าได้แล้วครับ ผมเรียกคุณมาเพราะอยากจะคุยเรื่องนี้”
“อืม… งั้นคุณหมอพอจะมีวิธีการไหนบ้างมั้ยครับ?” มู่อวี้เฉิงเลิกคิ้วขึ้น น้ำเสียงของเขาดูก้าวร้าวตามที่คาดการณ์เอาไว้ เขาอดทนทำตัวไม่แยแสคนอย่างสวี่เฉิงถิงไม่ได้จริง ๆ
ทว่าสวี่เฉิงถิงคุ้นเคยกับทัศนคติของมู่อวี้เฉิงเป็นอย่างดี อีกฝ่ายวางมาดแบบนี้มานานแล้วเขาจึงไม่ได้คิดใส่ใจอะไร เพียงแค่ถอนหายใจแล้วจำใจตอบกลับว่า “ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเลยครับ…”
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว
“พยายามให้ดีที่สุด ผมหวังว่าจะไม่มีปัญหาอะไรอีก”
สวี่เฉิงถิงมองดูมู่อวี้เฉิงอย่างทำอะไรไม่ถูกแล้วพูดว่า “ขอผมคิดก่อนนะครับ”
มู่อวี้เฉิงกอดอกจ้องมองเขาเงียบ ๆ รอจนกว่าเขาจะได้ข้อสรุป
หลังจากคิดอยู่นาน เขาก็เริ่มวิตกกังวลกับการรอคอย ขณะที่เขากำลังจะพูดกระตุ้นอีกฝ่าย สวี่เฉิงถิงก็พูดขึ้นว่า “ผมคิดว่าตอนนี้ควรให้ความสำคัญกับการเป็นลมของคุณนายก่อน คำแนะนำส่วนตัวของผมคือการผ่าตัดเปิดกะโหลดคุณนายเพื่อตรวจดูว่าภายในสมองมีปัญหาผิดปกติอะไรบ้างมั้ย แล้วค่อยมาหาวิธีรักษากันครับ”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
ในความเป็นจริงความคิดของสวี่เฉิงถิงถือว่าเป็นความคิดที่กล้าหาญมาก แพทย์ในโรงพยาบาลส่วนใหญ่จะไม่ค่อยแนะนำให้ใช้วิธีการนี้ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็เป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด