พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 912 ทรมานทางอ้อม
ตอนที่ 912
ทรมานทางอ้อม
เธอต้องการพึ่งพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากขึ้นเรื่อย ๆ ถ้าลิ่นอวี๋เหยียนไม่เห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอก็จะสูญเสียการควบคุมอารมณ์และน้ำตาไหลออกมาอย่างควบคุมไม่ได้
การกระทำนี้ทำให้นางพยาบาลที่ยืนเปลี่ยนยาอยู่ข้าง ๆ ทำอะไรไม่ถูก แต่พอเธอคิดจะก้าวเข้าไปปลอบลิ่นอวี๋เหยียน
“อย่าเข้ามาใกล้ฉัน!” ลิ่นอวี๋เหยียนก็ตื่นตระหนกมาก รีบโบกมือไล่อย่างต่อเนื่อง ในสายตาของเธอเธอคิดว่าคนตรงหน้ากำลังพยายามจะฆ่าเธอ
ขณะที่นางพยาบาลไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เข้ามาปรากฏตัว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวใจสั่นมากเมื่อได้ยินเสียงตื่นตระหนกของลิ่นอวี๋เหยียน แต่หลังจากเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยว ลิ่นอวี๋เหยียน ก็รู้สึกราวกับค้นพบเกราะกำบัง
“เหมี่ยวเหมี่ยว”
“แม่ไม่ต้องกลัวนะคะ หนูมาแล้วหนูมาหาแล้ว คนพวกนี้เป็นคนดี ไม่มีอะไรค่ะ ไม่ต้องกลัว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบหลังปลอบโยนลิ่นอวี๋เหยียนเบา ๆ และขอให้นางพยาบาลที่อยู่รอบกายแยกย้ายออกไป หลังจากนั้นไม่นานอารมณ์ของลิ่นอวี๋เหยียนก็สงบลง
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“เธอไปไหนมา แม่ตื่นขึ้นมาแล้วไม่เจอเธอแม่กลัวแทบตาย”
ลิ่นอวี๋เหยียนกลับมาเป็นเหมือนเด็กอีกครั้ง เธอจับมือ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเอาไว้แน่นและไม่ยอมปล่อย
ตอนนี้เธอต้องการพึ่งพาถงเหมี่ยวเหมี่ยวมากจริง ๆ และถ้าไม่ได้เจอหน้ากันแค่นาทีเดียวเธอก็จะรู้สึกหวาดระแวงเป็นอย่างมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอกเบา ๆ ว่า “หนูออกไปซื้อของกินอร่อย ๆ มาให้ค่ะ เห็นว่าแม่นอนหลับสบายอยู่เลยปล่อยให้พักผ่อนต่ออีกสักหน่อย”
ลิ่นอวี๋เหยียนเขย่าแขนอย่างรุนแรงแล้วพูดว่า “ไม่ แม่ไม่เอาด้วยหรอก ทีหลังอย่าทิ้งแม่ไปแบบนี้อีกนะโอเคมั้ย?”
ลิ่นอวี๋เหยียนยังคงพูดประโยคนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า จน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากตอบตกลง ทว่าภายในใจกลับรู้สึกหมดหนทางมากขึ้นกว่าเดิม
เว้นแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วใครก็ไม่สามารถเข้าใกล้ลิ่นอวี๋เหยียนได้เลย แม้แต่พ่อของมู่อวี้เฉิงก็ยังเข้าใกล้ไม่ได้
ความตึงเครียดของลิ่นอวี๋เหยียนดูร้ายแรงขึ้นมาก ดูวิตกกังวลไปหมดจนผู้ป่วยรอบข้างที่ผ่านเข้ามาเห็นถึงกับรีบแยกตัวออกมา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถือกาต้มน้ำออกมาเติมน้ำ แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะได้ยินคนอื่นพูดถึงลิ่นอวี๋เหยียน
“เธอว่าผู้หญิงคนนั้นเป็นบ้ามั้ย?”
“ฉันก็คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นน่ะ เกิดจู่ ๆ ลุกขึ้นมาทำร้ายร่างกายพวกเรา ชีวิตพวกเราจะไม่ตกอยู่ในอันตรายเอาเหรอ?”
“แต่ถ้าเป็นบ้าทำไมไม่เอาไปไว้ที่โรงพยาบาลจิตเวชล่ะ จะเอามาไว้ที่นี่ทำไม”
น้ำเสียงที่พูดถึงลิ่นอวี๋เหยียนเต็มไปด้วยความรังเกียจ ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ยืนอยู่ด้านข้างทนไม่ไหวอีกต่อไป
เธอปล่อยกาต้มน้ำลงไปในอ่างล้างจานทันทีจนทำให้น้ำร้อนกระเซ็นไปทั่วทุกสารทิศ แผดเผาถ้อยคำนินทาของทั้งสองคนจนมอดไหม้
“นี่ คุณทำอะไรน่ะ!”
“มันกระเซ็นเปื้อนเสื้อผ้าฉันหมดเลย ไม่เห็นหรือไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินเข้าไปใกล้พวกเธอสองคนแล้วพูดเยาะเย้ย “ฉันทนมองขยะไม่ไหวน่ะ ขอโทษที่มองไม่เห็นพวกคุณนะ”
“เธอ… ทำไมถึงทำตัวหยาบคายขนาดนี้?”
เมื่อทั้งสองเห็นว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวทำตัวหยิ่งยโสมากก็อยากจะสั่งสอนบทเรียนให้เธอ
“เธอเป็นญาติใคร มาทำตัววุ่นวายแบบนี้ไม่มีเหตุผลเลยจริง ๆ ฉันจะไปร้องเรียนเธอ!”
“ขอโทษที บังเอิญว่าฉันเป็นญาติคนไข้ที่คุณเพิ่งบอกว่าเป็นบ้าน่ะ”
หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแบบนั้น ทั้งสองก็ยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง พวกเธออับอายจนหน้าแดงที่เผลอพูดเรื่องนั้นต่อหน้าคนอื่น
พอเห็นว่าทั้งสองคนรีบเดินหนีไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เหลือบมองพวกเธอและก้มหน้าทำความสะอาดเงียบ ๆ เธอไม่สามารถทำอะไรกับเรื่องนี้ได้เช่นกัน
ตอนนี้เธอเริ่มได้รับความตึงเครียดและความกดดันมาจากลิ่นอวี๋เหยียนบ้างแล้ว และเธอก็กลายเป็นคนขี้หงุดหงิดขึ้นอย่างอธิบายไม่ถูก เธอทำอะไรไม่ได้นอกจากหันความสนใจไปที่ มู่อวี้เฉิง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงดี
“คุณว่าเราควรคุยเรื่องนี้กับแม่ดีมั้ยคะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโน้มตัวเข้าไปในอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิงด้วยสีหน้าเหนื่อยล้า แต่เมื่อมองเห็นลิ่นอวี๋เหยียนที่กำลังนอนหลับอยู่ในห้อง เธอก็รู้สึกเป็นทุกข์และทำอะไรไม่ถูก
มู่อวี้เฉิงรู้ดีว่าช่วงนี้ภรรยาของเขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก เขาจึงยกมือขึ้นมาลูบผมปลอบโยน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ แล้วพูดว่า “ตอนนี้เราทำได้แค่ทีละอย่าง แม่ตื่นตระหนกง่ายมากจนผมกลัวว่า…”
มู่อวี้เฉิงก็ลำบากใจเหมือนกัน เขามักจะทำทุกอย่างตามที่ต้องการได้เสมอ แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับแม่เขากลับรู้สึกไม่มีหนทางเลยจริง ๆ
ตอนนี้ทำได้เพียงคอยเกลี้ยกล่อมลิ่นอวี๋เหยียนอย่างระมัดระวังเท่านั้น เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เธอไม่พอใจอารมณ์ของเธอจะดิ่งลงเหวทันที ซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกทุกข์ใจตามไปด้วย
เดิมทีพวกเขาคิดว่าสถานการณ์ของลิ่นอวี๋เหยียนจะดีขึ้นตามกาลเวลา ทว่าพวกเขากลับค้นพบว่าความคิดของพวกเขาเรียบง่ายเกินไป
แทนที่ลิ่นอวี๋เหยียนจะอารมณ์ดีขึ้นเธอกลับวิตกกังวลมากขึ้น และบางครั้งแม้แต่คำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่เห็นผล
เพล้ง…
“แม่…”
“ฉันไม่อยากกินเอาออกไป เอาออกไป กินแล้วฉันจะต้องตายแน่ !”
ขณะที่ลิ่นอวี๋เหยียนกำลังดีดดิ้นไปมา เธอก็เผลอปัดมือไปโดนถ้วยซุปไก่ที่อยู่ในมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวหกลงบนพื้น ทำให้ทั่วทั้งห้องเต็มไปด้วยกลิ่นหอมของซุปไก่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าเธอกำลังจะแตกสลาย และน้ำตาก็ไหลพรากลงมา
“แต่ถ้าไม่กินอะไรเลยแม่ได้ตายจริง ๆ แน่ แม่รู้บ้างมั้ยว่าพวกเราเป็นห่วงแม่กันขนาดไหน แต่ทำไมแม่ถึงเห็นแก่ตัวอยู่ได้!”
ใช่แล้ว การที่ลิ่นอวี๋เหยียนทรมานตัวเองก็เป็นเหมือนกับการทรมานคนที่ห่วงใยเธอทางอ้อมไม่ใช่เหรอ?
หลังจากได้ยินเช่นนั้น ลิ่นอวี๋เหยียนก็เริ่มร้องไห้และพูดตะกุกตะกัก “ฉัน… ฉัน… จะ…”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับทัศนคติของตนเอง จัดการทำความสะอาดพื้นเงียบ ๆ แล้วหันหลังกลับไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“แม่ก็สงบสติด้วยเถอะค่ะ”
เพียงเท่านั้นลิ่นอวี๋เหยียนก็เริ่มร้องไห้โหยหวนอยู่ในห้องคนเดียว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวออกมาหลบซ่อนตัวอยู่ข้างนอกประตูห้อง นั่งยอง ๆ อยู่บนพื้นอย่างหมดหนทาง
จู่ ๆ ใครบางคนก็ผุดขึ้นมาในหัวของเธอ บางทีคนคนนี้อาจจะจัดการลิ่นอวี๋เหยียนได้?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รีรอชักช้ารีบติดต่อหาซ่งฉิงทันที และหลังจากซ่งฉิงรู้เรื่องทั้งหมด เธอก็ตอบตกลงอย่างไม่ลังเล
เธอเดินถือผลงานสร้างสรรค์หลายอย่างเข้ามาในโรงพยาบาล พอเปิดประตูเข้าไปและเห็นว่าลิ่นอวี๋เหยียนดูแก่ลงกว่าเดิมมากหลายเท่า เธอก็รู้สึกเหลือเชื่อมาก
“ฉันมาเยี่ยมเธอแล้ว ทำไมเธอถึงกลายมาเป็นแบบนี้ได้!”
ซ่งฉิงพูดด้วยน้ำเสียงสั่นคลอน และมองดูลิ่นอวี๋เหยียนที่อยู่ตรงหน้าด้วยความทุกข์ใจ แม้ว่าเธอจะเตรียมใจเอาไว้แล้ว แต่พอเห็นภาพตรงหน้าเธอก็ยังรับความจริงไม่ได้อยู่ดี
ตอนแรกลิ่นอวี๋เหยียนปฏิเสธที่จะเข้าใกล้ซ่งฉิง จนกระทั่งซ่งฉิงหยิบผลงานออกมาวางตรงหน้า
ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูผลงานพวกนั้นอย่างใกล้ชิด เธอเคยเป็นคนร่าเริงมาก่อนและมักจะมีความเป็นผู้หญิงอยู่สูง
ทว่าตอนนี้เธอกลับไร้ชีวิตชีวาราวกับหญิงแก่ที่กำลังนอนรอความตาย จนทำให้ซ่งฉิงรู้สึกอึดอัดใจมาก
“บอกฉันหน่อยได้มั้ยว่าเกิดอะไรขึ้น เธอยังจำชุดนี้ได้อยู่มั้ย ฉันออกแบบมันให้เธอเองเลยนะ” ซ่งฉิงพูดถามขณะค่อย ๆ เขยิบเข้าหาลิ่นอวี๋เหยียน จากนั้นก็ยกมือขึ้นมาแตะไหล่ ลิ่นอวี๋เหยียนอย่างอ่อนโยน
ลิ่นอวี๋เหยียนจมดิ่งอยู่ในความคิดของตนเอง และฉากที่เธอเคยใช้เวลาร่วมกับซ่งฉิงก็ฉายวนซ้ำ ๆ อยู่ในใจ ทำให้เธอร้องไห้น้ำตาไหล
เพียงแต่สิ่งที่อยู่ในอดีตได้จางหายไปในความทรงจำของเธอตามกาลเวลาแล้ว
“ไม่เป็นไร ทุกอย่างจะผ่านไปด้วยดี เธอต้องเชื่อว่าเราทุกคนจะอยู่ข้าง ๆ เธอ เธอเชื่อแบบนั้นเหมือนกันใช่มั้ย?”
ซ่งฉิงตกอยู่ในความเงียบ ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอทำอะไรไปบ้าง เธอคนเมื่อก่อนได้ล่องลอยหายไปกับสายลมแล้ว