พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 914 ไม่มีอะไรต้องกลัว
ตอนที่ 914
ไม่มีอะไรต้องกลัว
“หม่ามี้คงจะเหนื่อยมากใช่มั้ยฮะ?” เสี่ยวเป่ายื่นมือเล็ก ๆ ออกมาสัมผัสแก้มของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“หม่ามี้ไม่เหนื่อยหรอก ขอแค่คุณย่าอาการดีขึ้น ทุกอย่างที่พวกเราทำลงไปก็จะคุ้มค่า!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม
เสี่ยวเป่าทำหน้าเคร่งขรึมแล้วพยักหน้าอย่างจริงจัง “อืม! ผมอยากให้คุณย่าอาการดีขึ้น อยากไปเฝ้าคุณย่าด้วย!”
ในเมื่อคนตัวใหญ่กับคนตัวเล็กรับหน้าที่จัดการเรื่องนี้แล้ว มู่อวี้เฉิงก็จะเป็นคนรับผิดชอบในส่วนที่เหลือต่อ แต่เนื่องจากเสี่ยวเป่ายังต้องไปโรงเรียน เขาจึงจัดคนขับรถมาคอยรับส่งแทน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถอยู่ที่นี่ต่อได้นานและจะต้องกลับไปที่โรงพยาบาล ดูเหมือนว่าอารมณ์ของลิ่นอวี๋เหยียนจะสงบลงมาก และเสี่ยวเป่าก็เข้ามาเยี่ยมเธอหลังจากเลิกเรียน
เขาถือกระเป๋านักเรียนใบเล็กเดินตามคนขับรถมาที่หน้าห้องผู้ป่วย คนขับรถมองไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความเคารพ ก้มหัวให้เล็กน้อยและเดินจากไป
เสี่ยวเป่ายิ้มสดใสราวกับพระอาทิตย์ดวงน้อยและรีบกระโดดดึ๋ง ๆ เข้าไป
“คุณย่า~ คิดถึงจังเลย!”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
เดิมทีลิ่นอวี๋เหยียนกำลังมองดูวิวด้านนอกหน้าต่าง แต่หลังจากได้ยินเสียงของหลานชาย เธอก็หันหน้ากลับมาทันทีและพบว่าหลานชายกำลังยิ้มสดใสจนทำให้หัวใจของเธอรู้สึกอบอุ่น
เธอรีบยื่นมือออกไปหา “มา มานี่สิ มาให้ย่าดูหน้าหน่อย!”
เสี่ยวเป่าเดินเข้าไปหาอย่างเชื่อฟังและยิ้มเผยใบหน้าละอ่อนของเขา เสี่ยวเป่าดูคล้ายคลึงกับมู่อวี้เฉิงมาก แต่บุคลิกของเขาผสมผสานระหว่างมู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว ทำให้บางครั้งเด็กน้อยก็เย็นชาแต่บางครั้งก็น่ารักแสนหวานเหมือนลูกกวาด
พอเห็นหลานชายยิ้มร่ามีความสุข ความทุกข์ในใจของลิ่นอวี๋เหยียนก็ถูกขจัดออกไป เธออุ้มหลานชายขึ้นมาวางลงบนเตียงพยาบาล กอดเขาเอาไว้ อ่านหนังสือนิทานให้เขาฟังและป้อนผลไม้ให้เขา
มีหลายสิ่งหลายอย่างที่เขาสามารถทำได้มากกว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูแล้วรู้สึกมีความสุขมาก จากนั้นทุกวันก็กลายมาเป็นแบบนี้
เสี่ยวเป่ามาหาลิ่นอวี๋เหยียนหลังเลิกเรียนทุกวัน ทั้งสามคนกินข้าวด้วยกัน มีซ่งฉิงคอยแวะมาคุยกับลิ่นอวี๋เหยียนและหยอกล้อกับหลานชายตัวน้อยเป็นครั้งคราว
บางครั้งมู่อวี้เฉิงทำงานเสร็จแล้วก็จะตามมาด้วย ทำให้เขาได้เห็นฉากที่กลมเกลียวกัน
ด้วยเหตุนี้อารมณ์ของลิ่นอวี๋เหยียนจึงค่อย ๆ คงที่ขึ้น ทุกอย่างดำเนินการไปในทิศทางที่ดี
ในตอนเช้ามีอากาศค่อนข้างหนาวและใบไม้ก็ร่วงหล่นลงมามาก นกที่เกาะอยู่ตามกิ่งไม้ค่อยส่งเสียงร้องจิ๊บ ๆ เป็นครั้งคราว
มองออกไปข้างนอกหน้าต่างจะเห็นเส้นทางถนนในชั่วโมงเร่งด่วน มีรถยนต์และผู้คนมากมายกำลังสัญจรไปมา
ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูวิวข้างนอกด้วยอาการเหม่อลอย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งใจหั่นแอปเปิลเป็นชิ้นเล็ก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการกิน เธอวางมันลงบนจาน หยิบส้อมขึ้นมาและยื่นให้ลิ่นอวี๋เหยียน
เธอบอกไปที่อีกฝ่ายแล้วพูดว่า “แม่ไม่ได้ออกไปข้างนอกมาหลายวันแล้วนี่คะ?”
ลิ่นอวี๋เหยียนเม้มปากแล้วยิ้ม “ใช่… หลายวันแล้ว”
“ถ้างั้นเดี๋ยวหนูพาลงไปเดินเล่นนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดแล้วยื่นมือออกไปพยุงลิ่นอวี๋เหยียนให้ลงไปเดินเล่นด้วยกัน
ตอนนี้อาการของเธอเริ่มคงที่แล้ว ไม่ได้ร้ายแรงจนออกไปเดินเล่นไม่ได้
ตรงกันข้าม นางพยาบาลยังบอกอีกว่าการออกไปเดินเล่นจะช่วยผ่อนคลายได้ดีกว่า
นานทีลิ่นอวี๋เหยียนจะอยากออกไปเดินเล่นสักที ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงรีบคว้าโอกาสนี้เอาไว้
ลิ่นอวี๋เหยียนลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอื้อมมือออกไปจับมือถงเหมี่ยวเหมี่ยว
จากนั้นเธอก็เดินลงไปที่ชั้นล่างกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว โรงพยาบาลมีขนาดใหญ่มาก ทั้งสองคนค่อย ๆ เดินกันอยู่สักพักกว่าจะถึงถนนด้านนอก
ถนนสายนี้ตั้งอยู่บริเวณทางออกของโรงพยาบาล มีแผงขายอาหารเช้าตั้งอยู่เรียงรายที่หน้าประตู
ซาลาเปาเพิ่งออกมาจากเตาร้อน ๆ ส่งกลิ่นหอมโชยขึ้นมา
นอกจากนี้ยังมีโจ๊กแปดทรัพย์กับนมถั่วเหลืองอุ่น ๆ ที่ส่งกลิ่นโชยมาพร้อมกับธัญพืชต่าง ๆ
ลูกชิ้นหมูที่เพิ่งปั้นเสร็จถูกโยนลงใส่กระทะน้ำมัน ส่งเสียงซู่ซ่าลอยขึ้นมา ดึงดูดเด็ก ๆ ให้หยุดเดินและเดินเข้ามาซื้อ
เสียงตะโกนเรียกลูกค้าดังจ้าละหวั่นไม่ขาดสาย
ลิ่นอวี๋เหยียนยืนอยู่พักหนึ่ง ยิ้มแล้วพูดว่า “นอนพักอยู่นานจนรู้สึกเหมือนกับถูกแยกออกจากโลกภายนอกไปเลย ตอนนี้รู้แล้วว่าข้างนอกมันครึกครื้นขนาดไหน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโน้มหัวเข้าไปหาลิ่นอวี๋เหยียนอย่างรักใคร่แล้วพูดว่า “เพราะงั้นต้องรีบหายดีนะคะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่พูดอะไร และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยืน เงียบ ๆ อยู่ข้างเธอสักพักหนึ่ง จนกระทั่งพวกพ่อค้าแม่ค้าเก็บร้านจวนจะเสร็จแล้ว พวกเธอก็เดินกลับไปที่ห้อง
ภายในตึกผู้ป่วยยังคงเงียบสงบเหมือนเช่นเคย ลิ่นอวี๋เหยียนนอนลงอีกครั้ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงนำผ้าอุ่น ๆ มาเช็ดมือให้ลิ่นอวี๋เหยียน
“หนูเห็นแล้วว่าสองวันมานี้อาการแม่ดีขึ้นมาก หลังจากนี้จะต้องดีขึ้นอีกแน่นอนค่ะ”
“จริงเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนเงยหน้าขึ้นมองอยู่นานราวกับว่าอยากจะพูดอะไรสักอย่าง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยุดทำสิ่งตรงหน้าและหันมาพูดอย่างจริงจังว่า “แม่คะ ถ้าอยากได้อะไรหรือรู้สึกไม่สบายใจตรงไหน บอกหนูได้ตลอดเลยนะคะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนเม้มปาก คว้ามือถงเหมี่ยวเหมี่ยวราวกับว่าได้ทำการตัดสินใจครั้งใหญ่
“การผ่าตัดน่ะ แม่คิดแล้วว่าจะผ่าตัด”
การตัดสินใจในครั้งนี้ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีความสุขมากอย่างไม่ต้องสงสัย เธอรีบปรี่เข้าไปกอดลิ่นอวี๋เหยียนทันที
“แม่ ทุกวันนี้ทุกคนกำลังรอคอยให้แม่พูดเรื่องนี้อยู่ค่ะ”
การคาดหวังเป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่ทุกคนต่างรู้ดีว่าการตัดสินใจในครั้งนี้เป็นเรื่องที่ยากลำบากสำหรับลิ่นอวี๋เหยียนมาก
ลิ่นอวี๋เหยียนอาจจะต้องใช้ความกล้าหาญทั้งหมดมาตัดสินใจเรื่องนี้ เธอเติบโตมาในตระกูลคนรวย แต่งงานกับชายผู้อุทิศตนและให้ความสำคัญกับเธอ
หากจะบอกว่าโตมาด้วยความรักและความเอาใจใส่อย่างเต็มเปี่ยมก็ไม่เกินจริงเลย จนถึงตอนนี้เธอได้กลายเป็นแม่และคุณย่าไปแล้ว
คนส่วนใหญ่มักจะกลัวสิ่งที่ไม่รู้ที่มาที่ไป แต่ลิ่นอวี๋เหยียนเกลียดอารมณ์ที่ไม่สามารถบรรยายได้ของตัวเองและกลัวความไม่แน่นอนที่อาจจะเกิดขึ้นในการผ่าตัด
ลิ่นอวี๋เหยียนน้ำตาไหล “เธอก็รู้ว่าแม่เป็นคนแบบไหน เธออยู่เฝ้าแม่ที่นี่มานานแล้ว ซ่งฉิงก็มาเฝ้าแม่ด้วย ไหนจะลูกชายแม่ที่ต้องแวะเข้ามาหาบ่อย ๆ แม่กลัวการผ่าตัด แต่พวกเธอทุกคนลำบากกันมามากแล้ว และแม่ก็คิดว่า… แม่ที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้ควรจะแสดงความแข็งแกร่งของตัวเองออกมาสักที ขอโทษที่ปล่อยให้เธอลำบากมานานนะ”
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
“แม่คะ อย่าพูดแบบนั้นสิคะ มันเป็นหน้าที่หนูที่ต้องดูแลแม่ หนูรู้ว่าการตัดสินใจเป็นเรื่องยากสำหรับแม่ แต่พวกเราทุกคนก็จะเป็นกำลังใจให้แม่เสมอนะคะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดปลอบ “จะต้องไม่มีอะไรเกิดขึ้นค่ะ”
ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยว ยื่นมือออกไปสัมผัสใบหน้าเธอแล้วถอนหายใจ “ผอมลงไปเยอะเลยนะ มองดูผิวเผินเจ้าเด็กนั้นอาจจะเรียกแม่ว่าแม่ แต่ก็ไม่รู้ว่าลับหลังจะไม่พอใจอะไรแม่บ้าง”
“แม่พูดอะไรคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เข้าใจ
ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้ม “เธอมาลำบากดูแลแม่แบบนี้ ผอมซูบดูโทรมลงไปเยอะเลย เขาที่คอยปกป้องเธอขนาดนั้นคงจะเกลียดแม่ไม่น้อยเลยใช่มั้ยล่ะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะหลังจากได้ยินเช่นนั้น “เขาไม่กล้าหรอกค่ะ หนูเป็นคนตัดสินใจเอง”
“เอาล่ะ ๆ ๆ ถ้าหลังจากนี้เขาไม่เชื่อฟังเธอก็มาบอกแม่นะ!” ลิ่นอวี๋เหยียนพูดอย่างเด็ดเดี่ยว
“ถ้างั้นเรามาทำข้อตกลงกันนะคะ แม่จะต้องให้ความร่วมมือกับการรักษา ไม่งั้นหลังจากนี้ถ้าหนูถูกรังแกขึ้นมาก็ไม่มีใครช่วยหนูได้แล้วนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดออดอ้อน
ลิ่นอวี๋เหยียนลืมตัวจนเผลอหลุดขำ แต่หลังจากนั้นก็ทำหน้าจริงจังขึ้น เม้มปากแล้วพูดว่า “แต่ถึงแม่จะกลัว แม่ก็ยังเชื่อในตัวพวกเธอทุกคน เพราะพวกเธออยู่เคียงข้างแม่มาตลอด แม่ก็… ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้ว”