พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 915 เขตแดน
ตอนที่ 915
เขตแดน
ในที่สุดลิ่นอวี๋เหยียนก็ต้องเข้าสู่กระบวนการรักษา
ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกประหม่าเล็กน้อยเมื่อรับรู้ว่าเธอกำลังถูกเข็นเข้าไปในห้องผ่าตัด เธอนอนอยู่บนเตียงพยาบาลด้วยความรู้สึกไม่สบายใจอย่างยิ่ง
ทันใดนั้นเธอก็ส่งเสียงเบา ๆ “มู่หงจวิ้น”
มู่หงจวิ้นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะรีบตอบรับ “ผมอยู่นี่”
จากนั้นเขาก็รีบเดินไปที่ข้างเตียงของลิ่นอวี๋เหยียน โน้มตัวลงไปจับมือเธอแล้วถามด้วยเสียงอ่อนโยน “เป็นอะไรไป? กังวลเหรอ?”
ลิ่นอวี๋เหยียนพยักหน้า แน่นอนว่าเขาอ่านความรู้สึกของเธอออกตลอด เขาใส่ใจและเชื่อใจได้มากจนลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกอบอุ่น
ทว่าสิ่งนี้กลับยังไม่สามารถทำให้ความกังวลใจของลิ่นอวี๋เหยียนจางหายไปได้
เธออดไม่ได้ที่จะบีบมือมู่หงจวิ้น น้ำเสียงของเธอเต็มด้วยความลังเลแต่เธอก็ยังคงพูดขึ้นว่า “หงจวิ้น ถ้าระหว่างผ่าตัดมีอะไรเกิดขึ้นกับฉัน คุณต้องสัญญากับฉันนะว่าต่อจากนี้ไปคุณจะใช้ชีวิตให้ดี ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข และหาผู้หญิงที่ดีกว่าฉันมาเป็นภรรยาให้ได้…”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ลิ่นอวี๋เหยียนพูดประโยคช่วงท้ายด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก จนกระทั่งผ่านไปครึ่งทางเธอก็ไม่สามารถพูดต่อได้
พูดกันตามตรงเธอนึกภาพไม่ออกว่าถ้ามู่หงจวิ้นแต่งงานกับคนอื่นแล้วจะเป็นยังไง
หลังจากได้ยินคำพูดของลิ่นอวี๋เหยียน ใบหน้าของมู่หงจวิ้นก็มืดมนลงเล็กน้อย เขาทำอะไรไม่ถูกและเริ่มที่จะพูดปลอบเธอด้วยน้ำเสียงชี้แนะ “ไม่ต้องกังวลหรอก ทุกอย่างจะเรียบร้อยดี พอคุณออกมาแล้ว การผ่าตัดก็จะเสร็จสิ้นลงและคุณก็จะหายเจ็บปวดด้วย”
เขาแตะฝ่ามือของลิ่นอวี๋เหยียนเพื่อให้ความรู้สึกปลอดภัยแก่เธอ
ทว่าลิ่นอวี๋เหยียนยังคงรู้สึกไม่มั่นใจในใจ เธอเพียงรู้สึกแต่ว่าคราวนี้เธอจะต้องตายจริง ๆ อย่างแน่นอน
โรคนี้จะรักษาให้หายขาดอย่างง่ายดายได้ยังไง? เกรงว่าชีวิตของเธอคงจะเดินทางมาถึงจุดจบแล้ว
ลิ่นอวี๋เหยียนอดที่จะคิดฟุ้งซ่านไม่ได้
“ฉันเข้าใจที่พวกคุณพูดนะ แต่ฉันคิดว่าครั้งนี้ฉันคง จะเสี่ยงมากแล้วล่ะ…” ลิ่นอวี๋เหยียนถอนหายใจเฮือกใหญ่ พอมาถึงจุดนี้แล้ว เธอก็ไม่สามารถมองโลกในแง่ดีได้เลย
ถึงกระนั้นไม่อยากมีใครเห็นลิ่นอวี๋เหยียนตกอยู่ในสภาพหดหู่เช่นนี้ ดังนั้นพวกเขาจึงพยายามพูดเกลี้ยกล่อมเธอ
“แม่ ไม่ต้องกังวลอะไรมากนักหรอกค่ะ แม่ยังสาวอยู่ยังมีเรื่องสนุก ๆ ที่ยังไม่ได้ทำอีกเยอะเลย พระเจ้าจะยอมปล่อยให้แม่จากไปง่าย ๆ แบบนี้ได้ยังไงล่ะคะ?”
“มันยากแค่ตอนนี้เท่านั้นแหละค่ะ เดี๋ยวพอเวลาผ่านไป ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นแน่นอน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถทนเห็นลิ่นอวี๋เหยียนตกอยู่ในสภาพหมดกำลังใจแบบนี้ได้ แต่ว่าเธอก็ทำอะไรไม่ถูกและไม่มั่นใจว่าจะทำให้ลิ่นอวี๋เหยียนหยุดคิดมากได้
แม้แต่เสี่ยวเป่าที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เห็นด้วยจึงพูดอย่างมีเหตุผลว่า “ใช่ฮะ ๆ คุณย่า ไม่ต้องกังวล เดี๋ยวผมขอพรให้คุณย่าข้างนอกนี้เอง คุณย่าจะต้องไม่เป็นอะไร ห้ามทิ้งผม และทุกอย่างจะดีขึ้นฮะ”
ถึงทุกคนจะพูดปลอบใจลิ่นอวี๋เหยียนโดยบอกว่าเธอจะสบายดี แต่สุดท้ายกลับไม่มีใครมั่นใจกับผลการผ่าตัดและอาการของลิ่นอวี๋เหยียน
อันที่จริงทุกคนก็วิตกกังวลมากเหมือนกัน
เพียงถ้อยคำสั้น ๆ ไม่กี่ประโยคไม่สามารถทำให้ ลิ่นอวี๋เหยียนคลายความกังวลใจได้จริง ๆ ทว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วราวกับน้ำที่ไม่เคยหยุดไหล ภายในชั่วพริบตาก็ถึงเวลาผ่าตัด และลิ่นอวี๋เหยียนก็ถูกเข็นพาเข้าไปในห้องผ่าตัด
เธอนอนอยู่บนเตียงขาวบริสุทธิ์ วางมือทั้งสองอยู่บนอก จิตใจเต็มไปด้วยความวิตกกังวล รอบตัวมีเสียงพูดคุยและล้อกลิ้งไปมา แต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่ได้ยินอะไรเลย ได้ยินแค่เสียงหัวใจของตัวเองที่เต้นตึกตักอยู่ในหู
ดูเหมือนว่ามันจะคอยเตือนเธอถึงความล้ำค่าของการมีชีวิตอยู่
“พระเจ้าคะ ช่วยอวยพรให้ลูกปลอดภัยด้วยเถิด ต่อจากนี้ไปลูกจะไม่ทำอะไรให้ใครเดือดร้อนอีกแล้ว ลูกตระหนักถึงความผิดพลาดของตัวเองแล้ว…” เธอภาวนาในใจเงียบ ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงยืนอยู่ข้างนอก ฝืนใจมองดูนางพยาบาลผลักลิ่นอวี๋เหยียนเข้าไปในห้องผ่าตัด
จากนั้นก็กระแทกบานประตูห้องผ่าตัดให้ปิดลงอย่างแน่นหนา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสะดุ้งกับเสียงดังปัง เธอรู้สึกถูกบีบบังคับให้แยกจากกับลิ่นอวี๋เหยียนอย่างบอกไม่ถูก
ประตูบานนั้นเป็นเหมือนเขตแดนที่แบ่งแยกพวกเขาออกจากกัน
“จะได้ผลจริงเหรอ มั่นใจในตัวหมอสวี่ได้จริง ๆ ใช่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก มือที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวเผลอจับชายเสื้อตัวเองเอาไว้แน่น รู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก
เธอพูดถามด้วยความลังเล แต่อันที่จริงก็ไม่รู้ว่าเธอพูดถามใครเหมือนกัน
เพียงแค่รู้สึกใจสั่นอย่างบอกไม่ถูก และสัญชาตญาณก็สั่งการให้เธอพูดถามหาคำตอบที่จะทำให้ตัวเองรู้สึกใจสั่นขึ้น
ซ่งฉิงที่ยืนอยู่ด้านข้างมองเห็นความวิตกกังวลของเธอจึงยกมือขึ้นมาวางบนไหล่เธอ แรงกดเพียงเล็กน้อยทำให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้าง
เธอหันกลับไปมองซ่งฉิงด้วยสีหน้าเหนื่อยล้าเต็มที และถามเสียงแผ่วว่า “แม่ทูนหัว… แม่จะไม่เป็นไรใช่มั้ยคะ?”
ซ่งฉิงยกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทางสิ้นหวังของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
อันที่จริงมันดูแปลกนิดหน่อย เพราะปกติแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมักจะดูสงบอยู่เสมอ
ไม่ใช่ว่าซ่งฉิงไม่กังวลเกี่ยวกับการผ่าตัดของลิ่นอวี๋เหยียน เพียงแต่ว่าศัลยแพทย์ที่ทำการผ่าตัดคือสวี่เฉิงถิง
เธอเชื่อในทักษะทางการแพทย์ของเขา ดังนั้นเธอจึงดูไม่วิตกกังวลเท่าถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เธอก้มหน้าครุ่นคิดอยู่สักพัก พิจารณาคำพูดอย่างระมัดระวังก่อนจะปริปากพูดว่า “หมอสวี่เป็นคนทำการผ่าตัดเอง หนูก็รู้ฝีมือเขาดี หนูต้องเชื่อใจเขาสิ หนูก็เคยเห็นการทำงานของเขามาแล้วนี่น่า ควรจะเชื่อใจเขามากกว่าแม่ทูนหัวอีกนะ”
ซ่งฉิงเดินเข้าไปตรงหน้าเธอและปลอบโยนเธอ
ในความเป็นจริงเธอสามารถเข้าใจอารมณ์ของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวในตอนนี้ได้ดี แต่คนที่รออยู่ข้างนอก กังวลไปก็ไร้ประโยชน์
เนื่องจากไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการผ่าตัดและไม่ใช่ผู้ป่วยเอง ไหน ๆ ก็ทำอะไรไม่ได้แล้วก็ควรจะมองโลกในแง่ดีและรอเงียบ ๆ จนกว่าจะเห็นลิ่นอวี๋เหยียนออกมาจากห้องผ่าตัด จากนั้นค่อยดูผลลัพธ์อีกที
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินเช่นนั้นเม้มปากด้วยความรู้สึกผิด
เธอรู้ว่าพฤติกรรมสงสัยในความสามารถของสวี่เฉิงถิงมีแต่จะทำให้เขารู้สึกแย่
แต่เธอไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่สามารถเชื่อใจสวี่เฉิงถิงได้ร้อยเปอร์เซ็นต์เลย
อาจเป็นเพราะสวี่เฉิงถิงกับเธออายุไม่แตกต่างกันมากนัก ในสายตาของเธอ สวี่เฉิงถิงจึงเป็นแค่คนหนุ่มสาวเหมือนเธอ แต่กลับต้องไปขึ้นโต๊ะผ่าตัด ทำเรื่องที่ยากลำบากและเสี่ยงต่อชีวิตขนาดนั้น
ติดตามตอนล่าสุดได้ที่ novelpdf.xyz
แล้วถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะรู้สึกโล่งใจได้ยังไง?
“หนูกลัวเพราะว่าเขายังเด็กมาก จะมีประสบการณ์ จริง ๆ เหรอคะ? เขาจะผ่าตัดได้จริงเหรอ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกัดริมฝีปากล่าง อารมณ์บางอย่างแวบเข้ามาในดวงตาของเธอ ท่าทางพูดถามเต็มไปด้วยความซับซ้อน
จากนั้นซ่งฉิงก็เข้าใจความกังวลของถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอหัวเราะสองครั้งและยกมือขึ้นมาลูบหัวปลอบโยน ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ไม่ต้องห่วง อวี๋เหยียนจะต้องไม่เป็นไรแน่นอน หนูไม่ต้องคิดมากหรอก เหมือนที่พูดกับแม่นั่นแหละ หนูก็ต้องเปิดใจเหมือนกันนะ”