พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 918 นี่คือการรังแก
ตอนที่ 918
นี่คือการรังแก
ถ้าจะมีสิ่งใดที่ทำให้อารมณ์ของถงเหมี่ยวเหมี่ยวดีขึ้นเรื่อย ๆ ก็คงจะเป็นอาการของลิ่นอวี๋เหยียนที่เริ่มหายดี หลังจากขจัดความเปราะบางและอารมณ์หงุดหงิดที่เกิดขึ้นเป็นระยะ ๆ ออกไปได้แล้ว อารมณ์ของลิ่นอวี๋เหยียนก็คงที่มากขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแวะมาเยี่ยมลิ่นอวี๋เหยียนทุกวัน เธอมองเห็นการเปลี่ยนแปลงได้ชัดเจน มันเป็นสัญญาณที่ดีมากและทุกอย่างกำลังพัฒนาไปในทิศทางที่ดีขึ้น
“เหมี่ยวเหมี่ยว กินผลไม้สิ” ลิ่นอวี๋เหยียนนั่งปอกแอปเปิลอยู่บนเตียง เมื่อกี้นี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดหยอกล้อเธอจนมือเธอสั่นเทาไปด้วย หลังจากหยุดหัวเราะแล้วเธอก็จำได้ว่ายังมีแอปเปิ้ล อยู่ในมือ เธอจึงบอกให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลองชิมดู
“ขอบคุณค่ะแม่” ทุกวันนี้ความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองดีขึ้นมาก และถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่ปฏิเสธแอปเปิ้ล
ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่ยิ่งมองดูมากเท่าไหร่ก็ยิ่งรู้สึกเอ็นดูมากเท่านั้น ลูกสะใภ้คนนี้ตรงกับรสนิยมของเธอมากและยังดูแลเสี่ยวเป่าได้ดี ในช่วงหลายวันที่ผ่านมาลิ่นอวี๋เหยียนเห็นเธอทำทุกอย่างจนยุ่งตัวเป็นเกลียว พอเห็นแบบนั้นก็ยิ่งรู้สึกรักใคร่มากขึ้น
“เธอมาหาแม่ทุกวันเลย ที่จริงร่างกายแม่ก็ดีขึ้นมากแล้วล่ะ คนสาวอย่างเธอยังทำงานอยู่ ทุกวันนี้คงจะเหนื่อยแย่ เธอเองก็พักผ่อนให้มันเยอะ ๆ หน่อยนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอบอุ่นในใจและตอบรับว่า “แม่พูดอะไรคะ มันเป็นหน้าที่หนูที่ต้องดูแลแม่”
ลิ่นอวี๋เหยียนมีความสุขที่ได้ยินเช่นนั้นแต่ก็ยังคงตอบกลับอย่างไม่สบอารมณ์ “ยัยเด็กนี่นะ”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
ทั้งสองคนมีช่วงเวลาที่ดีกันมากแต่คนที่มีความสุขมากที่สุดคงหนีไม่พ้นมู่อวี้เฉิง เขานั่งมองดอกไม้บนเก้าอี้มานานแล้วแต่ก็ยังไม่สามารถดึงดูดความสนใจจากแม่ย่ากับลูกสะใภ้ที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนานได้สักที
“อะแฮ่ม” มู่อวี้เฉิงกะแอมเบา ๆ และทั้งสองก็หันมาให้ความสนใจทันที
“เป็นอะไร? อวี้เฉิง ไม่สบายเหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนถามด้วยความเป็นห่วง แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้ดีว่าจอมเจ้าเล่ห์ของเธอกำลังไม่พอใจที่ถูกเมิน ดังนั้นเธอจึงรีบพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มว่า “หนูว่าอวี้เฉิงน่าจะอยากกินผลไม้ที่แม่ปอกน่ะค่ะ”
“ก็ไม่ใช่ของหายากอะไรสักหน่อย” ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้ม “เหลือไว้ให้เหมี่ยวเหมี่ยวบ้างเถอะ ช่วงนี้เธอยุ่งมาก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลั้นหัวเราะแล้วยื่นแอปเปิ้ลชิ้นเล็ก ๆ จ่อปากมู่อวี้เฉิง เธอมองลึกเข้าไปในดวงตาสีนิลแล้วพูดว่า “อะ”
มู่อวี้เฉิงมีสีหน้าหมองคล้ำแต่ไม่ได้พูดอะไร เขาเปิดปากกัดมันแต่สิ่งที่เขากัดกลับไม่ใช่แอปเปิ้ลเพียงอย่างเดียว ยังมีนิ้วเรียวขาวนวลอีกสองนิ้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกรีดร้อง พยายามดึงนิ้วออกแต่กลับล้มเหลว
เศษน้ำแอปเปิ้ลที่ติดอยู่กับปลายนิ้วถูกลิ้นกวาดออกไป และในที่สุดมู่อวี้เฉิงก็ปล่อยนิ้วถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“อวี้เฉิง แกล้งเหมี่ยวเหมี่ยวอีกแล้วนะ!” ลิ่นอวี๋เหยียนได้ยินเสียงกรีดร้องและสามารถสรุปได้ว่าลูกชายเธอกำลังก่อปัญหา เพียงแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันหลังให้เธอเธอจึงไม่สามารถมองเห็นได้ชัด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่กล้าเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อกี้นี้ เธอจ้องมู่อวี้เฉิงแล้วพูดว่า “ใช่ เขาแกล้งหนูค่ะ”
มู่อวี้เฉิงยิ้มแล้วพูดว่า “แม่ ผมจะกินแอปเปิ้ลบ้างไม่ได้เหรอ?”
โชคดีว่าที่นี่คือห้องผู้ป่วยวีไอพี ไม่มีคนอื่นปะปนอยู่ด้วย ไม่อย่างนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่กำลังหน้าแดงจะต้องถูกเข้าใจผิดอย่างแน่นอน เธอรีบเดินกลับไปหาลิ่นอวี๋เหยียนและแสดงท่าทางว่าจะไม่กลับไปที่นั่นอีก
อันที่จริงลิ่นอวี๋เหยียนเห็นใบหน้าถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พอจะคาดเดาได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคู่รักหนุ่มสาวคู่นี้ เธอจึงยืดหลังตรงแล้วพูดกับมู่อวี้เฉิงว่า “เหมี่ยวเหมี่ยวเป็นเด็กดี ลูกไม่มีสิทธิ์มารังแกเธอ!”
มู่อวี้เฉิงโบกมือปฏิเสธแล้วยิ้ม “แม่ ผมเปล่า”
“แม่ไม่สน ถ้าแม่รู้ว่าลูกรังแกเหมี่ยวเหมี่ยวอีก แม่จะไม่ยกโทษให้ลูก”
ในขณะเดียวกันถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสดงท่าทางภูมิใจต่อหน้ามู่อวี้เฉิง หนำซ้ำสีหน้าเธอยังปกป้องว่าฉันมีเกราะป้องกันแล้ว จนมู่อวี้เฉิงถึงกับทำอะไรไม่ถูก ทำได้แค่คล้อยตาม ลิ่นอวี๋เหยียน “ครับแม่ ผมจะไม่แกล้งเหมี่ยวเหมี่ยว”
“ดีมาก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแอบซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม หัวเราะจนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้ ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง เธอที่อยู่ในวัยนี้แค่ต้องการให้หลานชายเสี่ยวเป่า ลูกสะใภ้และครอบครัวของเธอมีความสุข สำหรับตัวเธอเองขอแค่ได้โอบกอดหลานชายและใช้ชีวิตในวัยชราอย่างสงบสุขก็พอ
“แม่คะ เดี๋ยวอีกไม่กี่วันก็ได้ออกจากโรงพยาบาลแล้ว”
“อยู่แต่ในโรงพยาบาลจนไม่มีเรี่ยวแรงแล้วเนี่ย รีบ ๆ ออกซะก็ดีเหมือนกัน” ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้มตาหยี ดูมีความสุขจากก้นบึ้งหัวใจ
“รอแม่ออกจากโรงพยาบาลก่อนแล้วเราไปเดินเล่นด้วยกันนะคะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับมือลิ่นอวี๋เหยียน เธอรู้สึกได้ถึงความรักและความปกป้องที่ลิ่นอวี๋เหยียนมีให้เธอจริง ๆ ตอนนี้ในเมื่ออาการดีขึ้นแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หวังว่าลิ่นอวี๋เหยียนหวนคืนสู่สภาพเดิมก่อนหน้านี้ได้
“ได้สิ” ลิ่นอวี๋เหยียนมองดูถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรัก
กว่าจะกลับออกมาจากโรงพยาบาลก็มืดแล้ว สายลมเย็น ๆ พัดผ่านปอยผมด้านหน้าของถงเหมี่ยวเหมี่ยว มุมปากถูกยกขึ้นอย่างอ่อนโยน บ่งบอกว่าเจ้าของริมฝีปากคู่นี้กำลังอารมณ์ดี
“มีความสุขเหรอ?”
มู่อวี้เฉิงจับเอวถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากทางด้านหลังแล้วกระซิบถามเบา ๆ ที่ใบหู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ตอบคำตามโดยตรงและพูดอย่างเย่อหยิ่งว่า “คุณห้ามรังแกฉันอีก ไม่งั้นแม่ไม่ปล่อยคุณไว้แน่!”
พอได้ยินอย่างนั้น มู่อวี้เฉิงก็จู่โจมหอมแก้มภรรยาอย่างแรง “ไม่ให้รังแกแล้วจะมีเสี่ยวเป่าได้ยังไงล่ะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลอกตามองเขา เปิดประตูรถยนต์และจงใจแกล้งทำเป็นไม่สนใจเขา
มู่อวี้เฉิงไม่เคยปล่อยถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปอย่างง่ายดาย เขาเข้าไปนั่งข้างถงเหมี่ยวเหมี่ยวและยังคงพูดถึงผลลัพธ์ของการกลั่นแกล้งต่อไป “ถ้าผมไม่รังแกคุณ ผมจะมีภรรยาเหรอ? แม่ผมจะมีหลานหรือไง? ไม่รังแกคุณ…”
“ได้รังแกฉันแล้วรู้สึกชนะขึ้นมาเหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป ได้แต่ทำหน้าแดงพูดต่อว่าเจ้าคนโกงที่อยู่ด้านข้าง
มู่อวี้เฉิงจับนิ้วนวลขาวที่เขาเพิ่งกัดไปขึ้นมาวางแนบกับริมฝีปากและจูบเบา ๆ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามขัดขืนแต่กลับไม่มีทางเอาชนะได้เลย เธอจึงปล่อยให้อีกฝ่ายทำตามทำอำเภอใจ
“ปล่อยนะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องเกราะป้องกันของฉัน!”
การพูดหยิบยกลิ่นอวี๋เหยียนออกมายังคงไม่ได้ผล มู่อวี้เฉิงโน้มตัวลงมาจูบซอกคอเธอต่อจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องเขยิบถอยหลัง แต่เมื่อแผ่นหลังแนบชิดกับประตูรถยนต์ บ่งบอกว่าเธอไม่สามารถถอยหลังได้อีก เธอก็ยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาผลักเขา เอียงตัวไปทางซ้ายทีขวาทีและพูดว่า “ไอคนอันธพาล ปล่อยฉันนะ ถ้าแกล้งฉันอีกล่ะก็ฉันจะ… อืมม!”
ในเมื่อตอนนี้ไม่มีอุปสรรคแล้ว มู่อวี้เฉิงก็ออกแรงกดริมฝีปากแดงที่กำลังพูดพล่าม ปลายลิ้นรุกล้ำเข้ามาขณะที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบ่น ไล่ตามลิ้นอันหอมหวนของอีกฝ่ายแล้วเต้นรำด้วยกัน
“นี่คือการรังแก”
ในขณะที่ริมฝีปากของเขากำลังพัวพันกัน จู่ ๆ มู่อวี้เฉิง ก็กระซิบบอกถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่เขาไม่ได้ปล่อยให้เธอตอบโต้ ลิ้นอันว่องไวของเขานำทางถงเหมี่ยวเหมี่ยวให้ไปสู่จุดสูงสุดของห้วงความรัก ไม่ต้องพูดถึงการพูดตอบโต้ เธอไม่มีโอกาสแม้แต่จะได้คิดด้วยซ้ำ
หลังจากการจูบสิ้นสุดลง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็โน้มตัวลงไปนอนแนบอยู่บนหน้าอกของมู่อวี้เฉิง เปิดปากหายใจหอบด้วยดวงตาแดงก่ำ ริมฝีปากบวมเล็กน้อยและจ้องเขม็งไปทางมู่อวี้เฉิง แต่คนที่โดนจ้องกลับไม่รู้สึกรู้สาอะไร ยิ้มและโน้มตัวเข้าไปใกล้ใบหูของถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ไปฟ้องสิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโกรธ
หลังจากยืนยันว่าไม่มีอาการข้างเคียงใด ๆ ลิ่นอวี๋เหยียนก็กลับออกมาจากโรงพยาบาล แน่นอนว่ามู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่พลาดวันนี้ และเสี่ยวเป่าที่ได้รับคำเตือนจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวเรียบร้อยแล้วก็เข้ามาหาลิ่นอวี๋เหยียนด้วยเช่นกัน ครอบครัวอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น ทำให้ลิ่นอวี๋เหยียนรู้สึกอิ่มเอมใจและจิตใจเบิกบานมากขึ้น