พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 919 ความขัดแย้งระหว่างทั้งสอง
ตอนที่ 919
ความขัดแย้งระหว่างทั้งสอง
ลิ่นอวี๋เหยียนแข็งแรงขึ้นและกลับมาพักผ่อนที่บ้านแล้ว คราวนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลับมาผ่อนคลายและอุทิศตนให้กับการทำงานอีกครั้ง อย่างแรกคือโครงการที่ดินทางตะวันออกยังคงต้องดำเนินการอยู่ เรื่องนี้ยังอยู่ในการประมวลผล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดครั้งแล้วครั้งเล่าและตัดสินใจให้กู้ชิงเข้ามารับหน้าที่นี้แทน
เดิมทีกู้ชิงเห็นด้วยสุดแรงเกิดและออกคำสั่งการเพื่อให้แน่ใจว่าการจัดการจะสมบูรณ์แบบ แต่เมื่อเธอพบว่าบริษัทคู่ค้าคือฉินคั่ว ใบหน้าเธอก็ดูเคร่งเครียดขึ้นมาทันที
“คุณถงคะ ฉันไม่อยากรับเรื่องนี้ต่อเลยค่ะ” กู้ชิงเดินเข้ามาพูดตามตรง และคำพูดของเธอก็ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวประหลาดใจมาก กู้ชิงไม่ใช่คนถอนตัวจากงานโดยไม่มีเหตุผล
“ฉันคิดอยู่นานเลยนะกว่าจะส่งต่องานนี้ให้เธอ นอกจากเธอแล้ว ฉันก็ไม่คิดว่าจะมีใครทำได้อีก”
คำพูดดังกล่าวจริงใจและหลักแหลม ชมเชยเธอมากจนเธอไม่สามารถปฏิเสธได้ กู้ชิงเปิดปากแต่กลับพบว่าไม่สามารถพูดปฏิเสธได้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงเดินเข้าไปนั่งลงข้าง ๆ เธอ “เกิดอะไรขึ้น?”
กู้ชิงนั่งเงียบ แต่หลังจากนั้นไม่นานเธอก็พูดขึ้นว่า “ฉันขัดแย้งกับคู่ค้าน่ะค่ะ”
กู้ชิงไม่ใช่คนถอนตัวจากงานเพราะเรื่องส่วนตัว ดังนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงสงสัยว่าบริษัทคู่ค้าคนนี้คือใคร
“ใคร?”
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
“…ฉินคั่ว”
แบบนี้สิถึงจะอธิบายได้แล้ว สำหรับกู้ชิงนั้น ความสัมพันธ์ระหว่างฉินคั่วกับเธอค่อนข้างพิเศษมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงกัดฟันถามว่า “ทำไมล่ะ? พวกเธอคบกันอยู่ไม่ใช่เหรอ?”
กู้ชิงก้มหน้าจิบกาแฟและไม่ได้ตอบกลับ ความจริงพวกเขาทั้งสองเพิ่งจะทะเลาะกันไปและไม่ได้คุยกันมาสักพักแล้ว พอตอนนี้จู่ ๆ พวกเขาก็ต้องกลับมาติดต่อกันเรื่องงาน เธอจึงไม่รู้จะพูดอะไรอยู่ครู่หนึ่ง
“ขัดแย้งอะไรกันล่ะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเคยมีประสบการณ์มาก่อน มองหน้า กู้ชิงแป๊บเดียวก็พอจะคาดเดาได้แล้ว หลังจากเธอพูดจบ สีหน้าของอีกฝ่ายก็เปลี่ยนไปทันที ซึ่งยืนยันได้ว่าคำพูดของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถูกต้อง
เมื่อเป็นเช่นนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ถอนหายใจแล้วพูดเกลี้ยกล่อมว่า “งานคืองาน เรื่องส่วนตัวคือเรื่องส่วนตัว อีกอย่างเธอสองคนเป็นคู่รักกัน มาทะเลาะกันแบบนี้มันไม่ปกติ ในเมื่อขัดแย้งกันเธอก็ควรจะคุยกับอีกฝ่ายให้ชัดเจน มีอะไรขัดแย้งกันก็พูดออกมาให้หมด”
กู้ชิงยังคงเม้มปากแน่นไม่พูดอะไร ทว่าแววตากลับดูมีความลังเลอยู่มาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพอจะเข้าใจนิสัยใจคอของเธออยู่บ้าง รู้ว่าเธอไม่สามารถลดทิฐิลงได้และค่อนข้างเย่อหยิ่งในตัวเอง ให้เธอติดต่อไปก่อนคงจะยากกว่าปีนขึ้นไปบนท้องฟ้าเสียอีก
“นี่คืองาน และฉันก็หวังว่าเธอจะไม่ปฏิเสธงานด้วยเหตุผลส่วนตัว!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางมือลงบนไหล่ของอีกฝ่าย เมินเฉยต่อความลังเลของกู้ชิงและพูดว่า “ในเมื่อทะเลาะกันอยู่ก็ใช้โอกาสนี้แหละพูดคุยกันดี ๆ งั้นฉันมอบงานที่ดินฝั่งตะวันออกให้เธอดูแลต่อนะ”
แต่ก่อนที่กู้ชิงจะทันได้พูดอะไร เธอก็ถูกดึงตัวไปนั่งลงบนเก้าอี้พร้อมกับโทรศัพท์มือถือในมือ กว่าจะหันหน้ากลับมามอง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หายไปแล้ว
เธอกัดปากและกลั้นใจกดหมายเลขโทรศัพท์ คนที่อยู่ปลายสายรู้สึกปลื้มใจอย่างมาก เขากดตอบรับสายแทนจะในทันที “ฮัลโหล กู้ชิงเหรอ?”
“ใช่” เธอยืดหลังตรงให้ความมั่นใจแก่ตัวเอง “ฉันอยากเจรจาพูดคุยกับคุณเรื่องการซื้อขายที่ดินทางฝั่งตะวันออก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งจามอยู่ในห้องทำงานหลายครั้งติดต่อกัน แน่นอนว่าจะต้องมีใครบางคนนึกถึงเธออยู่ เธอนั่งคิดผู้ต้องสงสัยและนึกไปถึงกู้ชิง เมื่อครู่นี้เธอเพิ่งจะสั่งการให้อีกฝ่ายทำงานร่วมกับฉินคั่ว ไม่รู้ว่าตอนนี้จะหงุดหงิดใจขนาดไหน
เธอไม่ได้จัดการงานที่บริษัทมาสักพักหนึ่งแล้ว เอาแต่ใช้เวลาอยู่กับลิ่นอวี๋เหยียนในโรงพยาบาลเป็นส่วนใหญ่ ทำให้ความคืบหน้าของงานล่าช้าเป็นอย่างมาก แม้ว่าจะนั่งอยู่หน้ากองเอกสาร แต่ในหัวกลับคอยนึกถึงลิ่นอวี๋เหยียน มู่อวี้เฉิงและ เสี่ยวเป่า เธอโบกไม้โบกมือไล่ภาพในหัวสมองออกไปและเตรียมใจกลับมาทำงานอีกครั้ง
ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ โทรศัพท์มือถือก็ส่งเสียงดังขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังคิดว่าคู่ค้าคนไหนโทรศัพท์มาหาเธอ แต่หลังจากยกโทรศัพท์ขึ้นมาแนบหู ปลายสายก็พึมพำขึ้นมาว่า “พี่สะใภ้เหมี่ยวเหมี่ยว!”
เสียงนี้คุ้นเคยมากและมันเป็นเสียงของฉินคั่ว ดูเหมือนว่าการโทรมาครั้งนี้จะเต็มไปด้วยความขอบคุณ
“คุณมอบหมายงานที่ดินฝั่งตะวันออกให้กู้ชิงเหรอ?”
ดูเหมือนว่าฉินคั่วจะอารมณ์ดีจนถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะและพูดว่า “ใช่ มีปัญหาอะไรมั้ย?”
“ปัญหาเหรอ? ไม่มีหรอก! ต้องขอบคุณต่างหาก!”
พระเจ้ารู้ดีว่ากู้ชิงเมินเฉยเขามานานแค่ไหนแล้ว แม้ว่าเขาจะเว้าวอนร้องขอความสันติสุข แต่เขาก็ไม่เคยได้รับคำตอบจากอีกฝ่ายเลย ฉินคั่วใช้ทุกวิถีการแล้วแต่ใครจะรู้ว่าจู่ ๆ วันนี้กู้ชิงจะโทรศัพท์มาหา
แม้ว่าน้ำเสียงของเธอจะฟังดูเย็นชาแต่อย่างน้อยเธอก็ยอมติดต่อมาหาเขาก่อน ถึงอีกฝ่ายจะพูดเตือนเขาเกี่ยวกับงานที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมอบหมายให้ แต่อย่างน้อยมันก็ดีที่เธอยอมพูดอะไรกับเขาบ้างสักสองสามประโยค
“ไม่ต้องหรอก ฉันส่งมอบงานนี้ให้กู้ชิงเพราะเห็นว่าเธอมีความสามารถ ไม่เกี่ยวอะไรกับเรื่องส่วนตัว”
แม้ว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะมีความสุขกับทั้งสองคน แต่ต้องบอกกันตามตรงว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่รู้เกี่ยวกับความขัดแย้งระหว่างทั้งสองคนก่อนหน้านี้
“วันนี้ว่างมั้ย? ผมอยากเลี้ยงข้าวเย็นสักหน่อย”
เขาไม่รีรอให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอะไรและพูดเสริมว่า “ถือว่าเป็นการพบปะเพื่อนฝูง ไม่ใช่การขอบคุณอะไร”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวครุ่นคิด หากมันเป็นการขอบคุณเธอ จริง ๆ เธอคงจะปฏิเสธ แต่ฉินคั่วพูดอธิบายออกมาแล้วและ เธอก็มีเรื่องงานบางอย่างอยากจะคุยกับเขาด้วย เธอจึงตอบตกลง “ได้ กี่โมงล่ะ?”
“หลังเลิกงาน เดี๋ยวผมจองโต๊ะไว้!”
แม้ว่าจะเป็นผลพลอยได้จากกู้ชิงแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยินดีจะรับไว้ เพราะนอกเหนือจากความสัมพันธ์ส่วนตัวแล้ว ทั้งสองยังต้องติดต่อกันเรื่องงาน การใช้โอกาสนี้ขอคำแนะนำบางอย่างก็ไม่เลวเหมือนกัน
งานเอกสารในมือเธอไม่ได้มีจำนวนน้อยลงเลย และต้องการใครสักคนมาช่วยเหลือ
“ได้ เจอกันหลังเลิกงาน”
ฉินคั่วเพียงขอบคุณอย่างเดียว แต่ก็เป็นความจริงที่ว่าพวกเขาไม่ได้เจอกันนานแล้ว ช่วงนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยุ่งอยู่กับเรื่องในโรงพยาบาล ไม่ค่อยได้เข้ามาดูแลงานที่บริษัท
เขาวางสายลงและเริ่มจัดการเรื่องที่ดินในเขตตะวันออก เพราะท้ายที่สุดเขาต้องทำงานร่วมกับกู้ชิง เขารู้จักนิสัยแฟนสาวของเขาดี ถ้าเขาไม่เตรียมตัวให้พร้อม เธอคงจะโกรธเขาอีกครั้งและผลลัพธ์จะไม่คุ้มค่า
เขาไม่ได้มีโอกาสขอโทษและขอปรับปรุงตัวเสมอไป เขารู้ว่าเขามักจะทำให้กู้ชิงอารมณ์เสีย ดังนั้นเขาจึงเตรียมการอย่างจริงจังและตั้งใจจะขอคืนดีให้ได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ทำตัวเกียจคร้าน เธอจัดการงานของเธอเช่นกันและคอยนึกถึงคู่รักคู่นั้นเป็นครั้งคราว มันไม่ง่ายเลยที่คนสองคนซึ่งมีบุคลิกแตกต่างกันมากจะมาถึงจุกที่พวกเขาเป็นอยู่ในปัจจุบัน
พิจารณาจากสีหน้าของกู้ชิงแล้วก็ไม่ใช่ว่าอีกฝ่ายจะไม่มีอารมณ์ใด ๆ เลย เดิมทีเธอถึงกลับคิดลังเลว่าเธอทำถูกต้องแล้วหรือไม่ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าเธอจะทำมันได้ดี
เธอโทรศัพท์หามู่อวี้เฉิงโดยบอกว่าเธอจะออกไปกินข้าวเย็นก่อนแล้วค่อยกลับบ้าน มู่อวี้เฉิงไม่พอใจกับทุกสิ่งอย่างที่มาแย่งชิงเวลาของถงเหมี่ยวเหมี่ยวไป ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงต้องพูดเกลี้ยกล่อมเขาอยู่นานกว่าเขาจะยอมแพ้