พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 924 ไม่อยากเห็นหน้านาย
ตอนที่ 924
ไม่อยากเห็นหน้านาย
หลังจากหายนะเกิดขึ้นและไม่ได้ยินเสียงอะไรอีก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รีบวิ่งออกจากห้องครัวมาดู
ความสับสนและไม่แน่ใจของกู้ชิงกลายเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้เธอพ่ายแพ้ บานประตูถูกขวางเอาไว้ทำให้เธอไม่สามารถหลบหนีได้ ถึงอย่างนั้นก็ยังตอบโต้ด้วยความโกรธจัด “นายมาทำอะไร?”
เห็นได้ชัดว่านี่เป็นคำถามที่ไม่จำเป็น เพราะฉินคั่วตาม กู้ชิงมาถึงที่นี่แล้ว “แล้วคุณจะย้ายบ้านทำไม?”
ฝ่ายตรงข้ามไม่ได้ตอบกลับแต่กลับโยนคำถามกลับมา ซึ่งคำตอบนั้นก็ชัดเจนมากอยู่แล้ว กู้ชิงจึงตอบกลับว่า “ไม่เกี่ยวอะไรกับนาย”
คำพูดดังกล่าวกระตุ้นความโกรธของฉินคั่วได้เป็นอย่างมาก แม้จะไม่รู้ว่าเขาตามหาที่นี่เจอได้ยังไง แต่ที่แน่ ๆ เขาไม่พอใจที่กู้ชิงพยายามหลบหน้าเขา และความไม่พอใจก็ถูกกระตุ้นขึ้นอีกครั้งหลังจากได้ยินคำพูดของกู้ชิง
“ช่วยออกไปจากที่นี่ด้วย ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย”
ตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ถือเอกสารสัญญาขึ้นมาพร้อมกับชานมสองแก้ว เขาตั้งใจซื้อมันมาไถ่โทษแต่กลับกลายมาเป็นพยานในที่เกิดเหตุกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว เมื่อฉินคั่วต้องเผชิญหน้ากับกู้ชิงที่ไม่ยอมพูดจากับเขาเลย เขาจึงต้องดำรงแนวทางของตัวเองด้วยการอุ้มคนตรงหน้าขึ้นบ่า เดินออกประตูไปขึ้นลิฟต์ การเคลื่อนไหวราบรื่นและรวบเร็วมากเหมือนกับการทำงานที่ไม่มีข้อผิดพลาด
นายหน้าอสังหาริมทรัพย์วางแก้วชานมลงและหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาจะโทรแจ้งตำรวจด้วยมือที่สั่นเทา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนตกตะลึงเพราะว่าเหตุการณ์เกิดขึ้นเร็วมาก แต่เมื่อเห็นว่านายหน้ากำลังจะกดโทรออกเธอก็รีบหยุดเขาทันที
ผู้เรียบเรียง : Novel PDF
เห็นได้ชัดว่าคนนอกไม่เคยเห็นปรากฏการณ์ที่ยิ่งใหญ่แบบนี้มาก่อน ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไงกับเหตุการณ์ฉุกเฉิน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องใช้เวลาอยู่พักหนึ่งในการอธิบายว่านี่ไม่ใช่การลักพาตัว แต่เป็นขั้นตอนของการตามง้อ นายหน้าจึงจำใจเชื่อเธอ
“คุณถง แล้วเรื่องบ้านจะเอายังไงต่อครับ?”
มันยากที่จะพูดเพราะขึ้นอยู่กับว่าทั้งสองคนจะคืนดีกันไหม แต่หลังจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดพิจารณาเรื่องนี้ เธอก็พบว่าเดิมทีกู้ชิงต้องการเช่าบ้านหลังนี้เพื่อหลีกหนีจากฉินคั่ว ในเมื่อบ้านหลังนี้ถูกเปิดเผยแล้ว กู้ชิงก็คงจะไม่อยากอยู่ที่นี่ต่อไป
“จุ๊ ๆ คุณก็รู้ว่าหนุ่มสาวพวกนั้นขัดแย้งกันอยู่ บ้านหลังนี้…”
พวกเขาทั้งสองจากไปอย่างไร้ร่องรอย เป็นผลให้การตัดสินใจตกมาเป็นของถงเหมี่ยวเหมี่ยว นายหน้าตกใจมากแต่สุดท้ายเขาก็เข้าใจได้และยื่นชานมให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
เมื่อหวนนึกตอนที่กินข้าวเย็นกับฉินคั่ว ตอนนั้นมันก็จบลงแบบนี้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจเงียบ ๆ ทำไมเธอถึงกลายเป็นคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด?
พูดกันตามตรงถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้กังวลว่าฉินคั่วจะทำอะไรไม่ดีกับกู้ชิงเลย แต่ถ้าทั้งสองไม่สามารถแก้ไขปัญหาในความสัมพันธ์ได้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คงจะรู้สึกกังวลเล็กน้อย
ถึงอย่างนั้นเธอไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงได้ เรื่องระหว่างสองคน ไม่เคยมีคนนอกเข้าไปยุติการทะเลาะกันได้ เธอจึงได้แต่หวังว่าทั้งสองคนจะคืนดีกันและหยุดทรมานเธอสักที
กู้ชิงไม่ได้ยินคำพูดของถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว แต่อันที่จริงพวกเขาสองคนไม่ได้ไปไหนไกลเลย ยังคงวนเวียนอยู่ในหมู่บ้าน ถ้าเขาพาตัวกู้ชิงออกไปจริง ๆ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยคงจะไม่รับฟังปัญหาเรื่องการทะเลาะเบาะแว้งกันอย่างแน่นอนและคงจะไม่ดีแน่ถ้าเขาโทรศัพท์แจ้งตำรวจ
อีกหนึ่งเหตุผลคือคนบนไหล่เขากำลังดิ้นรนอย่างเอาเป็นเอาตาย ตอนนี้ฉินคั่วสงบลงเล็กน้อยแล้วและเริ่มกังวลเกี่ยวกับภาพลักษณ์ของเธอจึงแบกเธอไปที่มุมตึก
ทันทีที่เท้าของกู้ชิงแตะพื้น เธอก็รีบหันหลังและเตรียมจะวิ่งออกไป ฉินคั่วยังไม่ทันได้ตอบสนองอะไรเลย ทว่าโชคดีที่โครงสร้างทางร่างกายของเขาเป็นต่อ ทำให้เขาดึงเธอกลับมาได้ทันเวลา
“คุณจะทำอะไร?!” คำพูดนี้หลุดออกมาจากปากของ ฉินคั่ว และกู้ชิงก็ตกตะลึงมากราวกับบทบาทของพวกเขาสลับกัน
“ปล่อยฉัน!”
“คุณจะเมินผมผมก็ไม่ว่าอะไรหรอกนะ แต่นี่ถึงขั้นจะย้ายหนีกันเลยเหรอ?” ฉินคั่วไม่เข้าใจและคว้าข้อมือของกู้ชิงเอาไว้ “ทำไม?”
กู้ชิงรังเกียจความรู้สึกที่ถูกครอบงำ ดังนั้นเธอจึงเผลอพลั้งปากพูดไปอย่างรุนแรง “ฉันไม่อยากเห็นหน้านาย นายก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ? หรือถ้าไม่รู้ตอนนี้ก็รู้ซะ!”
ฉินคั่วสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วปล่อยมือกู้ชิง แต่กู้ชิงกลับไม่ได้รีบวิ่งหนีเหมือนตอนแรก ฉินคั่วจึงถอยหลังไปพิงกำแพงแล้วถามว่า “ใจเย็น ๆ กันหน่อยเถอะ ทำไมคุณถึงไม่อยากเจอหน้าผม?”
กู้ชิงลูกข้อมือตัวเอง โชคดีที่ฉินคั่วยังรู้ตัวมีสติ ข้อมือของเธอแค่แดงเท่านั้นแต่ไม่ปวดแสบปวดร้อนอะไร เธอเงยหน้าจ้องมองดวงตาที่เคร่งขรึมของฉินคั่วและสูญเสียความแข็งแกร่งไปในทันที “ไม่มีอะไร”
“บอกเหตุผลผมมา” ฉินคั่วมองดูเธอ “ต่อให้ผมทำผิด แต่คุณก็ต้องบอกว่าผมทำอะไรผิดไป ไม่งั้นผมจะเปลี่ยนแปลงตัวเองได้ยังไง?”
พอเห็นกู้ชิงเงียบ ฉินคั่วก็เขยิบเข้ามาใกล้ “คุณไม่พูดอะไรเลย เอาแต่หนีหน้าผม คุณคิดจะหนีหน้าผมไปอีกนานแค่ไหน?”
สายตาที่หลบเลี่ยงของอีกฝ่ายทำให้เขารู้สึกว้าวุ่นใจ ฉินคั่วมองมันออกและตอนนี้เขาต้องการคำตอบจากอีกฝ่าย จริง ๆ
“เอ่อ ขอโทษนะครับคุณกู้”
ทันใดนั้นบรรยากาศก็เงียบสงบลง ทั้งสองหันไปมองตัวแทนอสังหาริมทรัพย์ด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความอับอาย เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ยังเลือกเข้ามาทักทาย
“มีอะไร?”
“คุณผู้หญิงคนนั้นเพิ่งบอกว่าคุณไม่มีแผนจะเช่าบ้านเราแล้ว ผมก็แค่… อยากจะมายืนยันครับ”
น้ำเสียงแผ่วเบาขึ้นเรื่อย ๆ ภายใต้การจ้องมองของฉินคั่ว
กู้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก พยายามรักษาน้ำเสียงให้คงเดิมมากที่สุด “ค่ะ ฉันอยากจะขอคิดดูก่อน”
“ครับ ๆ”
หลังจากการขัดขวางนี้ บรรยากาศระหว่างพวกเขาทั้งสองก็ไม่ได้ตึงเครียดอีกต่อไป กู้ชิงยืนพิงกำแพงและฉินคั่วก็ไม่ได้สีหน้าบูดบึ้งอีกต่อไป เขารีบเดินออกไปด้วยท่าทางเสียใจและพูดพร่ำบ่นว่า “คุณไม่ได้คุยกับผมดี ๆ มานานแล้วนะ”
ต่อมาเขาก็พูดกับตัวเองว่า “ทำไมเราจะต้องทะเลาะทุกทีที่เจอหน้ากันเลย”
กู้ชิงอยากจะบอกว่าเธอก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่หลังจากคิดเรื่องนี้เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกไป
“ผมแค่อยากจะรู้ว่าคุณกำลังคิดอะไรอยู่?” ฉินคั่ววางมือไว้บนไหล่ของกู้ชิง “ตอนนี้คุณเริ่มทำให้ผมกลัวแล้วนะ”
คิดอะไร? ทันใดนั้นกู้ชิงก็ตระหนักได้ว่าเธอไม่เคยคิดถึงคำถามนี้เลย เธอคิดยังไงเกี่ยวกับความสัมพันธ์ของเธอกับฉินคั่ว และตอนนี้ชายคนที่ยืนอยู่ตรงหน้ากำลังคาดหวังคำตอบจากเธอ
แต่เมื่อเผชิญหน้ากับสายตาคาดหวังของเขา กู้ชิงก็ไม่รู้จะพูดอะไร เธอค่อย ๆ ถอนหายใจ “ฉันไม่รู้”
“ห้ามบอกว่าไม่รู้”
“งั้นนายอยากให้ฉันพูดอะไรล่ะ” กู้ชิงหันหลังกลับ เธอไม่ได้ขัดขืนเมื่อต้องเข้าใกล้ฉินคั่ว แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่เต็มใจที่จะยอมรับ
ฉินคั่วมองเห็นท่าทางปฏิเสธและความอึดอัดใจของกู้ชิงจึงถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวแล้วถามว่า “คุณต้องบอกมาว่าตอนนี้คุณกำลังคิดอะไรอยู่”
ตอนนี้? ดูเหมือนว่ากู้ชิงจะผ่อนคลายลงแล้ว เธอยืนพิงกำแพงอย่างไร้เรี่ยวแรงและพูดตอบว่า “เรื่องระหว่างเราน่ะ… ขอเวลาฉันหน่อยนะ” เธอเหลือบมองฉินคั่ว “ฉันอยากใช้เวลาสักพักหนึ่ง แล้วจะให้คำตอบนายอีกที”
ฉินคั่วมองดูเธอ เปิดปากแล้วพูดว่า “ก็ได้”