พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 931 ไม่ได้หึงหวงมั่วซั่ว
ตอนที่ 931
ไม่ได้หึงหวงมั่วซั่ว
กู้ชิงเดินกลับมาที่ห้องทำงานด้วยความอับอายและโกรธจัด เธอเริ่มทำงานแล้วแต่ในขณะนั้นผู้กระทำผิดกลับแอบย่องเข้ามาในบริษัทเงียบ ๆ แต่คราวนี้ผู้คนที่พบเห็นเขากลับมองเขาด้วยสายตาเห็นอกเห็นใจ ข่าวลือเกี่ยวกับพวกเขาแพร่สะพัดออกไปอย่างรวดเร็ว ทว่าพนักงานเหล่านั้นไม่รู้ว่าความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสองเป็นยังไงจึงไม่มีใครหยุดชายผู้น่าสงสารคนนี้
“กู้ชิง” ฉินคั่วเรียกเธอเสียงอ่อนเสียงหวาน
กู้ชิงเบือนหน้าหนี แสดงออกชัดเจนว่าต้องการเมินเฉย ละเลยโดยเจตนา
ร่างกายของฉินคั่วแทบจะระเบิดออก เขาทำอะไรผิด ทำไมจู่ ๆ ถึงกลายมาเป็นแบบนี้ ตอนแรกทัศนคติของกู้ชิงอ่อนลงมาก แต่ตอนนี้กลับกลายมาแข็งข้อภายในชั่วข้ามคืน
เขาไม่รู้เลยว่านี่คือความโกรธที่แท้จริง ตอนที่กู้ชิงได้ยินเรื่องนินทา เธอก็คิดได้ว่าคนในบริษัทคงจะนำเรื่องระหว่างพวกเขามาพูดคุยกันแบบนี้ จู่ ๆ เธอก็อับอายและหงุดหงิดมากจนไม่อยากใส่ใจผู้กระทำผิด
“เกิดอะไรขึ้น?”
กู้ชิงคิดกับตัวเองว่ายังจะกล้าถามอีก ถ้าไม่ป่าวประกาศอย่างยิ่งใหญ่ก็คงจะไม่มีข่าวลือแบบนี้หรอก
แต่สุดท้ายคิดไปก็เปล่าประโยชน์ เธอจึงหันกลับไปมองฉินคั่วแล้วบอกว่า “หลังจากนี้อย่ามาหาฉันที่นี่อีก”
เขานั่งพิงโต๊ะทำงานของกู้ชิงแล้วพูดอย่างน่าสงสารว่า “ถ้าไม่ให้ผมมาหา ผมก็อดเจอหน้าคุณน่ะสิ?”
“ผมอยากเจอคุณ”
กู้ชิงหน้าแดงระเรื่อ เธอรับมือไม่ไหวกับคำพูดตรง ๆ แบบนี้ เธอยังคงยืนกุมมือทำท่าทางยืนกรานว่าไม่ยอมแต่สีหน้าการแสดงออกกลับทรยศ ขณะเดียวกันจิตใจของฉินคั่วก็เริ่มฟุ้งซ่าน เอาแต่คิดว่ามีคนพูดอะไรที่ไม่ควรหรือไม่
“คนอื่นสำคัญกว่าผมอีกเหรอ? พวกเขาอยากจะพูดอะไรก็ปล่อยให้พวกเขาพูดไป ผมไม่สนใจหรอก”
อาจกล่าวได้ว่าฉินคั่วพูดถูก แต่กู้ชิงไม่คิดแบบเดียวกัน หากมีคนในบริษัทพูดติฉินนินทาเกี่ยวกับพวกเขาทั้งสองคน เธอจะผลักไสฉินคั่วออกไป นี่มันตรรกะอะไร ทำไมเธอจะต้องตอบสนองจากการกระทำของเธออื่นด้วย?
เธอคิดออกแต่ไม่สามารถบอกฉินคั่วโดยตรงได้ ทำได้แค่ตอบรับส่งเดช “โอเค ฉันรู้แล้ว ลุกขึ้น”
ฉินคั่วครุ่นคิดอยู่พักหนึ่งโดยสงสัยว่ากู้ชิงจะยอมแพ้หรือไม่ ดังนั้นเขาจึงนั่งกระสับกระส่ายอยู่ในห้องทำงานของเธอต่อและกู้ชิงก็ไม่ได้ขับไล่เขาออกมา เขารู้สึกผ่อนคลายขึ้นมากและเล่าเรื่องที่น่าสนใจให้กู้ชิงฟังเพื่อทำให้เธอผ่อนคลายลง
ในที่สุดธารน้ำแข็งแห่งความเย็นชาก็ส่งสัญญาณว่ากำลังจะละลายลง อย่างน้อยเธอก็ยินดีออกไปข้างนอกกับฉินคั่ว!
นี่ถือว่าเป็นข่าวดีมาก ฉินคั่วพยายามระงับความตื่นเต้นและชวนเธอออกไปดูภาพยนตร์ด้วยกัน
“หนังเรื่องนี้สนุกเหรอ?”
โดยธรรมชาติแล้วภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้ดีไปกว่าคนที่เขาชอบเลย แต่ฉินคั่วมุ่งเน้นไปที่บรรยากาศของภาพยนตร์และพยายามลากเธอออกไปให้ได้
ก่อนจะเดินเข้าโรงภาพยนตร์ ทุกอย่างดำเนินการไปอย่างราบรื่น ฉินคั่วเลือกดูภาพยนตร์โรแมนติกซึ่งได้ยินมาว่ามันค่อนข้างดี แน่นอนว่าขั้นตอนสุดท้ายย่อมขึ้นอยู่กับปฏิกิริยาของ กู้ชิง ถ้าเธอร้องไห้เขาก็จะคอยเช็ดน้ำตาให้เธอ ถ้าเขาพูดแขวะตัวละครเขาก็จะก่นด่าไปกับเธอ จุดประสงค์ในการทำแบบนี้ก็เพื่อพัฒนาความสัมพันธ์ ไม่ใช่เพื่อชมภาพยนตร์จริง ๆ
พวกเขาเพิ่งจะซื้อตั๋วหนังและฉินคั่วก็คอยพูดแนะนำเกี่ยวกับภาพยนตร์เรื่องนี้ ก่อนหน้ากู้ชิงไม่ได้สนใจอะไรมันมากนัก แต่พอเห็นว่าฉินคั่วดูจะชื่นชอบภาพยนตร์เรื่องนี้ เธอก็คอยทำความเข้าใจและฟังคำอธิบาย
“ฉินคั่วเหรอ? ใช่ฉินคั่วมั้ย?”
หญิงสาวผมลอนในเสื้อคลุมกันลมถอดหมวกออก ชี้นิ้วไปที่ฉินคั่วด้วยความประหลาดใจแล้วพูดถาม ผู้หญิงคนนี้มีรูปร่างร้อนแรงมาก แม้แต่ใบหน้ายังดูมีเสน่ห์เหลือล้นราวกับพระเจ้าเสกสรรให้ ผู้หญิงที่สวยเด่นสง่าเช่นนี้คงจะทำให้พวกผู้ชายหลงใหลกันน่าดู แต่ฉินคั่วกลับขมวดคิ้ว
นี่คือโจวเสี่ยวม่าน อดีตแฟนสาวของเขา พวกเขาเลิกรากันมานานแล้วและนึกไม่ถึงว่าจะพบกันที่นี่
โจวเสี่ยวม่านรู้สึกประหลาดใจมากเช่นกัน นับตั้งแต่เลิกรากันมา คนที่ลังเลจะปล่อยมือคือตัวเธอเอง เธอชอบฉินคั่วมาโดยตลอด เพียงแต่อีกฝ่ายไม่เคยแสดงออกเลย เธอจึงต้องสงวนท่าทีและไม่พูดอะไรออกมา
แต่ถึงจะไม่ได้พูดอะไรออกไป โจวเสี่ยวม่านก็เชื่อว่า ฉินคั่วมีตัวเองในใจมาโดยตลอดเช่นกัน เพียงแต่พวกเขารักศักดิ์ศรีกันมากเกินไปและกลัวว่าจะต้องเสียหน้า พอวันนี้พวกเขาบังเอิญมาเจอกัน โจวเสี่ยวม่านก็รู้สึกปีติยินดีมากและวางแผนจะก้าวไปอีกขั้น ทว่าเธอกลับเห็นเขาขมวดคิ้วแทน
เธอตกตะลึง เกิดอะไรขึ้น? จากนั้นเธอก็ละสายตาจากฉินคั่วไปมองคนข้าง ๆ เขาแทน หญิงสาวที่ดูสับสนและอยากรู้อยากเห็นยืนอยู่เคียงข้างเขาจนทำให้เธอถึงกับพูดไม่ออก
ฉินคั่วรู้สึกไม่ค่อยดีนัก ความรู้สึกในอดีตควรค่าแก่การจดจำก็จริงแต่ตอนนี้เขามีคนที่ต้องการปกป้องแล้ว และเขาไม่อยากทำให้เธอรู้สึกไม่สบายใจอีกต่อไป
“นี่เพื่อนนายเหรอ?” กู้ชิงไม่ได้คิดอะไรมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ หรือบางทีเธออาจจะมีความมั่นใจในคำมั่นสัญญาของฉินคั่วจึงไม่ได้แสดงออกว่าหึงหวงมั่วซั่ว
“ค่ะ” โจวเสี่ยวม่านรีบเออออตามน้ำ เธอสะบัดผม ยิ้มแล้วพูดขึ้นว่า “บังเอิญจัง มาเจอนายที่นี่”
ฉินคั่วไม่อยากปิดบังจึงพูดออกมาอย่างเปิดเผยว่า “ไม่ เธอเป็นแฟนเก่าผม”
คำพูดดังกล่าวทำให้โจวเสี่ยวม่านถึงกับรู้สึกอึดอัด แต่ กู้ชิงไม่เป็นอะไรเลยและทักทายเธอด้วยท่าทางเป็นมิตร
“นายมาดูหนังเหรอ?” โจวเสี่ยวม่านจงใจเมินเฉยต่อการปรากฏตัวของกู้ชิง แล้วหันไปกะพริบตาถามฉินคั่ว
ฉินคั่วพยักหน้า มองดูโจวเสี่ยวม่านแล้วสูดลมหายใจเข้าลึก เธอไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเขามีความรักครั้งใหม่แล้ว เธอจึงฝืนยิ้มแล้วพูดว่า “ดูไม่ออกเลยว่านายจะชอบสไตล์แบบนี้ ไม่ได้เจอกันตั้งหลายปี เปลี่ยนไปเยอะเลยนะ”
ฉินคั่วขมวดคิ้ว เขาไม่ชอบให้ใครมาวิจารณ์กู้ชิงแบบนี้
“เดิมทีสเปคเขามีแต่พวกดาราอะไรทำนองนั้นน่ะค่ะ ชอบแต่พวกคนสวย ๆ แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าจะเปลี่ยนไปแล้ว”
โจวเสี่ยวม่านส่งยิ้มให้กู้ชิง เธอยืนหลังตรงมากนับตั้งแต่เห็นกู้ชิง แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างที่น่าภาคภูมิใจ ผมยาวของเธอถูกม้วนลอนและปล่อยพาดผ่านบ่าอย่างทรงเสน่ห์ ซึ่งทำให้กู้ชิงที่แต่งหน้าเบา ๆ ถูกบดบังไปเล็กน้อย
ทว่าท่าทางและสีหน้าของกู้ชิงแสดงให้เห็นถึงความสง่างามและใจกว้าง บดบังโจวเสี่ยวม่านให้หม่นหมองเช่นกัน
ฉินคั่วเข้าใจสงครามระหว่างผู้หญิงดีกว่ากู้ชิงมาก เขารู้ว่าคนที่เดินเข้ามาทักทายไม่ได้มาอย่างเป็นมิตรเท่าไหร่ ดังนั้นเขาจึงรีบพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เราต้องไปแล้ว ลาก่อนนะ”
โจวเสี่ยวม่านรู้สึกอิจฉาสุดขีด พอได้ยินเช่นนั้นเธอก็ดึง กู้ชิงเอาไว้แล้วพูดว่า “ก็ในเมื่อบังเอิญเจอกันแล้ว ไม่ไปกินข้าวด้วยกันสักหน่อยล่ะคะ”
ฉินคั่วกำลังจะปฏิเสธ แต่กู้ชิงที่มองดูโจวเสี่ยวม่านแค่สองครั้ง ไม่รู้ว่าเธอเข้าใจความหมายที่อีกฝ่ายพูดหรือเปล่า เธอพยักหน้าอย่างจริงจังแล้วตอบรับว่า “ก็ได้ค่ะ”
ใบหน้าของฉินคั่วหมองคล้ำลงเล็กน้อย เขาไม่คิดว่ามันจะเป็นความคิดที่ดีเลยจริง ๆ