พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 932 ขอความเมตตาจากเธอ
ตอนที่ 932
ขอความเมตตาจากเธอ
บรรยากาศมื้ออาหารเย็นดูแปลกประหลาดไป เห็นได้ชัดว่ามันควรจะเป็นมื้ออาหารอันแสนหวานสำหรับสองคน แต่จู่ ๆ ก็มีบุคคลที่สามเข้ามาแทรก และมันก็กลายเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้
ฉินคั่วรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก คนหนึ่งคือแฟนเก่าที่เขาไม่ได้รู้สึกอะไรมานานแล้ว ส่วนอีกคนคือแฟนตัวจริงที่เขารักอย่างสุดซึ้ง
แม้ว่าเขาจะไม่ได้สนใจไยดีแฟนเก่า แต่พอเธอมานั่งลงตรงข้ามกู้ชิง บรรยากาศระหว่างทั้งสองคนก็ดูแตกต่างออกไป!
อาหารถูกนำมาเสิร์ฟทีละจาน โจวเสี่ยวม่านหยิบตะเกียบขึ้นมาแต่กลับไม่ได้แตะต้องจานอาหารเลย เพียงแค่คอยจับจาดูกู้ชิง
ภายนอกเธออาจจะดูเมยเฉยแต่คำพูดกลับเต็มไปด้วยถ้อยคำบีบคั้น “นึกไม่ถึงเลยว่าฉินคั่วจะคบกับคุณจริง ๆ ฉันนึกว่าเขาชอบผู้หญิงเซ็กซี่อย่างฉันซะอีก”
ฉินคั่วกังวลมากรีบเปิดปากพูดว่า “อย่ามาพูดไร้สาระ! นั่นเป็นความชอบสมัยก่อน มีสิทธิ์อะไรมานั่งพูดไร้สาระที่นี่!”
โจวเสี่ยวม่านเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย เธอไม่ได้สนใจฉินคั่วแต่มุ่งความสนใจไปที่กู้ชิงแทน
เธอมองออกว่าฉินคั่วชอบกู้ชิงมากแค่ไหน และความไม่พอใจก็กำลังทำลายเธอทีละน้อย
คนอย่างกู้ชิงมีสิทธิ์อะไรถึงได้มาอยู่ในสายตาของฉินคั่ว? เธอไม่พอใจที่ต้องถูกเปรียบเทียบกับคนพรรค์นี้
ผู้หญิงย่อมมองผู้หญิงด้วยกันออก โจวเสี่ยวม่านรู้ว่าตัวตนแฟนเก่าของเธอย่อมเป็นหนามทิ่มแทงหัวใจของกู้ชิง แต่ให้แยกจากกันไปแล้วก็ยังเป็นอดีตตามหลอกหลอนอยู่
เธอจะใช้หนามคมนี้ให้เกิดประโยชน์ ปลดปล่อยความเจ็บปวดให้ลึกลงไปในใจของกู้ชิง
“สมัยฉันคบกับฉินคั่ว เขาพาฉันมาที่นี่ประจำเลยค่ะ ฉันคั่วเป็นคนมีน้ำใจกับคนอื่นมากและฉันก็ตกหลุมรักความอ่อนโยนของเขาตลอด” โจวเสี่ยวม่านไม่สนใจว่าอีกฝ่ายจะแอบฟังหรือเอาเรื่องเธอไปคุยกับฉินคั่วหรือไม่
“ก่อนหน้านี้เขาก็จัดงานวันเกิดเพื่อเอาใจฉันด้วยค่ะ เขาพยายามขนดอกไม้ที่ฉันชอบมาจากต่างประเทศเพื่อเอามาจัดงานวันเกิดให้ฉันน่ะ” มุมปากปรากฏเป็นรอยยิ้มเล็กน้อย รอยยิ้มนั้นดูสงบสุขแต่หารู้ไม่ว่ามันดูยั่วยุขนาดไหน
เธออยากจะพูดกระตุ้นอารมณ์ของกู้ชิง อยากเห็นอีกฝ่ายทะเลาะกับฉินคั่วเพราะคำพูดของเธอ
โจวเสี่ยวม่านรู้ดีว่ากู้ชิงอาจจะเป็นเหมือนคนที่ไม่สนใจเรื่องในอดีตของฉินคั่ว แต่เธอก็รู้ว่าผู้หญิงเราน่ะอยากแสดงความเป็นเจ้าเข้าเจ้าของมากที่สุด
การพูดประโยคเหล่านี้ต่อหน้าทั้งสองคนเป็นเพียงการกระตุ้นความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาเท่านั้น
ตราบใดที่คำพูดเหล่านี้แทงทะลุเข้าไปในหัวใจของกู้ชิง มันก็จะกลายเป็นหนามแหลมคมที่สร้างบาดแผลให้คงอยู่ตลอดไป
โจวเสี่ยวม่านยังคงพูดต่อว่า “ฉันคิดถึงช่วงเวลาที่อยู่กับเขามากที่สุดเลยค่ะ ถ้าได้กลับมาคบกันอีก ฉันจะทะนุถนอมไว้อย่างดี ไม่ยอมปล่อยมือเลย”
“โอ้ แต่ว่า” ดูเหมือนว่าโจวเสี่ยวม่านจะนึกอะไรบางอย่างออกจึงร้องอุทานออกมาเบา ๆ “ฉินคั่วไม่ชอบกินขึ้นฉ่ายกับ หัวหอม คุณต้องจำเอาไว้ด้วยนะคะ”
คำพูดเหล่านั้นเป็นเหมือนชนวนก่อเหตุ ราวกับว่าต้องการจุดประกายไฟในสนามรบ
“หุบปาก! ฉันไม่ได้ไม่ชอบมันสักหน่อย!” ฉินคั่วพยายามจะพูดอธิบายเรื่องทั้งหมดนี้
โจวเสี่ยวม่านเงยหน้ามองกู้ชิงที่วางตะเกียบลง สีหน้าของอีกฝ่ายดูไม่มีอะไรผิดปกติ ราวกับว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้ไม่ได้สร้างระลอกคลื่นในใจของเธอแม้แต่น้อย
โจวเสี่ยวม่านรู้สึกหงุดหงิดอยู่ในใจ คนคนนี้ถูกหยามศักดิ์ศรีต่อหน้าแท้ ๆ แต่ทำไมไม่แสดงท่าทางโกรธเลยล่ะ?
ขณะเดียวกันกู้ชิงถึงกับพูดไม่ออก ผู้หญิงคนนี้ประเมินสถานะของเธอต่ำเกินไปหรือเปล่า?
ตอนนี้หล่อนมีสถานะเป็นแค่แฟนเก่า มีสิทธิ์อะไรมาพูดพล่ามเรื่องราวต่อหน้าแฟนตัวจริง จำเป็นต้องมาพูดเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องราวในอดีตด้วยเหรอ?
มองไม่ออกหรือไงว่าอีกฝ่ายกำลังถือไพ่อะไรอยู่?
หล่อนแค่อยากจะพูดถึงเรื่องราวในอดีตต่อหน้าเธอเพื่อทำให้เธอรู้สึกไม่พอใจ
กู้ชิงไม่ได้แสดงสีหน้าไม่พอใจใด ๆ ออกมา แต่ฉินคั่วที่นั่งอยู่ด้านข้างกลับรู้สึกไม่สบายใจ
ด้านหนึ่งคืออดีตแฟนสาวของเขา ส่วนอีกด้านหนึ่งคือแฟนสาวตัวจริงที่เขารักสุดใจ ตอนนี้หัวใจของเขาเอียงเอนไปทางกู้ชิง แต่เมื่อต้องเผชิญหน้ากับความยุ่งเหยิงและความยากลำบากที่โจวเสี่ยวม่านเป็นคนก่อ เขาก็ทำอะไรไม่ถูกและรู้สึกรำคาญขึ้นมา
ไม่รู้ว่าตอนนั้นตัวเขามีความคิดแบบไหนถึงได้ไปคว้าผู้หญิงพรรค์นี้มาเป็นแฟน
บรรยากาศทั้งโต๊ะอาหารตกอยู่ในความเงียบ ฉินคั่วต้องการทำลายบรรยากาศด้วยการคีบซี่โครงหมูผัดซอสเปรี้ยวหวานใส่ลงไปในถ้วยของกู้ชิง
แต่วินาทีต่อมากู้ชิงกลับคีบซี่โครงหมูผัดซอสเปรี้ยวหวานที่ฉินคั่วนำมาให้ใส่ลงไปในจาน
ทัศนคติในตอนนี้บ่งบอกชัดเจนว่าไม่อยากสนใจเขา เธอเริ่มจะโกรธบ้างแล้วและหักหน้าเขาโดยไม่สนใจว่า โจวเสี่ยวม่านกำลังนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม
เธอจะไม่สนใจคำพูดที่เพิ่งหลุดมาได้ยังไง? เพียงแค่เธอไม่ได้แสดงสีหน้า เพราะกลัวว่าโจวเสี่ยวม่านที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามจะได้ใจ
ไม่พูดไม่ได้หมายความว่าไม่โกรธ!
ฉินคั่วรู้สึกสูญเสียอยู่ในใจ แม้ว่าเขาจะเป็นไลฟ์โค้ชทางด้านความรักแต่ตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง
แต่ก่อนเขามักจะปฏิบัติต่อผู้หญิงในลักษณะเดียวกัน แต่ตอนนี้เขากลับไม่กล้าเผชิญหน้ากับกู้ชิง
เขาเข้าใจนิสัยของกู้ชิงเป็นอย่างดี ตอนนี้เธอคงจะโกรธมาก
เขาจะพูดง้อเธอได้ยังไง เขาจะจัดการปัญหาตรงหน้ายังไงดี
ฉินคั่วตื่นตระหนกและสับสนมากจนแทบจะแสดงออกมาทางสีหน้า
วันนี้ไม่เหมาะจะออกมาข้างนอกเลย ไม่อย่างนั้นคงจะไม่มาเจอคนพรรค์นี้หรอก!
“เอาซุปมั้ย?” เขาพยายามเป็นฝ่ายเริ่มบทสนทนาแต่อีกฝ่ายกลับเมินเขาอย่างสิ้นเชิง การริเริ่มเพียงฝ่ายเดียวไม่สามารถนำไปสู่บทสนทนาได้
มื้ออาหารจบลงด้วยบรรยากาศที่แปลกประหลาด ฉินคั่วคอยสาปแช่งโจวเสี่ยวม่านอยู่ในใจหลายครั้ง
ท้ายที่สุดเขาก็เดินพากู้ชิงกลับออกไปโดยไม่หันไปมองทางโจวเสี่ยวม่านอีก ปล่อยให้เธอนั่งอยู่ที่เดิมและทำเป็นลืมเธอไปเลย
โจวเสี่ยวม่านเฝ้าดูทั้งสองคนเดินจากไปแล้วกันฟันแน่นจนฟันแทบหัก
กระทั่งรถยนต์เคลื่อนตัวมาถึงชั้นล่าง กู้ชิงก็เปิดประตูเตรียมจะเดินออกไปโดยตรง แต่ฉินคั่วรีบก้าวฉับ ๆ ออกมาจากที่นั่งคนขับและขวางเธอไว้ตรงที่นั่งผู้โดยสาร
“ที่รัก อย่าโกรธผมเลยนะ?” น้ำเสียงอ่อนโยนของฉินคั่วดังขึ้น เต็มไปด้วยการร้องขอความเมตตาจากเธอ
เขาอยากจะรีบแก้ไขปัญหานี้ ไม่อยากเลื่อนมันไปจนถึงวันพรุ่งนี้ ถ้าไม่อธิบายให้ชัดเจน ปล่อยให้ขึ้นอยู่กับอารมณ์ของ กู้ชิง เขาคงจะนั่งคิดเรื่องนี้ตลอดทั้งวันทั้งคืนแน่นอน
คืนเดียวก็พอจะหมักหมมเรื่องไม่เป็นเรื่องแล้ว เขาไม่อยากให้เรื่องต่าง ๆ อยู่เหนือการควบคุมของเขา
“เธอเป็นแค่แฟนเก่า เป็นคนแปลกหน้าที่ผมไม่ได้ชอบแล้ว ตอนนี้คุณคือคนที่ผมใส่ใจมากที่สุด อย่าไปเก็บเรื่องไร้สาระมาคิดเลยนะ”
ฉินคั่วรู้สึกกระวนกระวายใจ พยายามจะพูดอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างเขากับโจวเสี่ยวม่าน โดยบอกว่าในใจมีแค่ กู้ชิงเท่านั้น
แต่เมื่อเห็นท่าทางไม่แยแสของกู้ชิง ราวกับว่าเธอไม่ได้สนใจอะไรเลย หัวใจของเขาก็เต้นแรง ดูเหมือนว่าเรื่องราวต่าง ๆ จะยากกว่าที่เขาคิดไว้มาก
เขาเม้มปากที่แห้งผาก จนสามารถมองเห็นความตึงเครียดและความวิตกกังวลจากดวงตาของเขาได้อย่างชัดเจน
น้ำเสียงของฉินคั่วฟังดูกังวลเล็กน้อย “ผมก็ไม่นึกว่าจะได้เจอเธอเหมือนกัน และไม่อยากให้คุณได้ยินเรื่องพวกนั้นด้วย”