พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 933 จงใจใส่ร้ายกันชัด ๆ
ตอนที่ 933
จงใจใส่ร้ายกันชัด ๆ
“อดีตก็คืออดีต! อย่าเก็บมันเอาไปคิดเลยนะ…”
ผมกังวลมากจริง ๆ…
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ น้ำเสียงของเขาก็แผ่วเบาลงมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนกับหมูแฮมสเตอร์ที่กำลังยอมรับความพ่ายแพ้ มองดูกู้ชิงที่อยู่ตรงหน้าด้วยความเสียใจ
เดิมทีกู้ชิงไม่อยากพูดอะไร แต่เมื่อหวนนึกถึงคำพูดเมื่อสักครู่นี้ เธอก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขมขื่นในใจ
เธอแค่อิจฉา เธออิจฉาความสัมพันธ์ระหว่าง โจวเสี่ยวม่านกับฉินคั่ว
ฉินคั่วเคยเป็นเพลย์บอยที่ทุกคนรู้จักกันดี เจ้าชู้ไปทั่วและมีแฟนหลายคนเป็นเรื่องปกติ แต่บทสนทนาเมื่อสักครู่นี้ทำให้เธอรู้สึกอึดอัดจริง ๆ
โจวเสี่ยวม่านยังคงไม่ยอมแพ้กับฉินคั่ว ยังคิดจะตามตื้อเขาอยู่ ส่วนคำพูดบนโต๊ะอาหารนั้นก็ชัดเจนว่ากำลังข่มเธอ
แม้ว่าฉินคั่วจะสามารถควบคุมตัวเองได้ดีเวลาอยู่กับเธอ แต่พอได้ยินเหตุการณ์ในอดีตทีไรก็รู้สึกไม่สบายใจอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
มันเหมือนกับปมในใจที่ไม่สามารถขจัดออกไปได้
คำประกาศก้าวของโจวเสี่ยวม่านที่พูดต่อหน้าเธอเป็นเหมือนกับมีดแหลมคมที่แทงลึกเข้าในใจของเธอ
เธอไม่ใช่ผู้หญิงอ่อนโยน ใจกว้างและชอบแสดงความเห็นอกเห็นใจ เธอเป็นคนคิดมากและขี้หวงสุด ๆ
กู้ชิงไม่อยากพูดเพราะไม่อยากเปิดเผยความคิดที่แท้จริงออกไป
ทั้งสองคนจมอยู่ในทางตัน ท้องฟ้ายามค่ำคืนค่อย ๆ มืดลงและอากาศก็เริ่มหนาวเย็น
ไม่มีใครพูดอะไรต่อ บรรยากาศระหว่างพวกเขาค่อนข้างน่าอึดอัด
คนที่เดินกวักไกวไปมามองดูทั้งสองคนท่ามกลางลมหนาวด้วยสายตาอยากรู้อยากเห็น
ที่สุดฉินคั่วก็ทนไม่ไหวอีกต่อไปและเดินเข้าไปกอดกู้ชิงที่ยังโกรธอยู่เงียบ ๆ ใช้มือหนึ่งตบหลังเธอเบา ๆ แล้วพูดกระซิบข้างหูว่า “เรื่องนี้ผมผิดเอง แต่ตั้งแต่เจอคุณผมก็ไม่เคยใกล้ชิดกับผู้หญิงคนไหนอีกเลย เชื่อใจผมหน่อยได้มั้ย? หัวใจของฉินคั่วคนนี้อยู่กับคุณทั้งหมด”
“ถ้าผมทำอะไรผิดสัญญากับคุณ ขอให้ผมถูกฟ้าผ่าตาย!” ฉินคั่วเตรียมจะยกมือขึ้นสาบานแต่กลับถูกกู้ชิงขัดจังหวะ
คำสาบานและอ้อมกอดที่อ่อนโยนทำให้หัวใจของกู้ชิงเต้นแรง
กระทั่งกู้ชิงกลับเข้าไปในบ้าน เธอก็ยังรู้สึกหดหู่อยู่มาก
แม้ว่าสถานการณ์ก่อนหน้านี้จะได้รับคำอธิบายชัดเจนแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกไม่มีความสุขอยู่ดี
การปรากฏตัวของแฟนกลับเป็นเหมือนกับหนามในใจเธอ
กู้ชิงยืนมองออกไปข้างนอกหน้าต่างแล้วพบว่าฉินคั่วที่ควรจะกลับออกไปนานแล้วยังคงยืนอยู่ที่ชั้นล่าง
สายตาของอีกฝ่ายจับจ้องมายังตำแหน่งของห้องเธอ และถึงแม้จะยืนอยู่ห่างไกลเธอก็ยังรู้สึกได้ถึงความกังวล
ทันใดนั้นกู้ชิงก็รีบย่อตัวลงจากหน้าต่างแล้วไปหลบซ่อนตัวอยู่หลังม่าน
เรื่องมันผ่านมาแล้ว อย่าไปกังวลจะดีกว่า…
เมื่อนึกถึงตอนที่อีกฝ่ายพยายามจะอธิบายเรื่องราว ต่าง ๆ ให้เธอเข้าใจ เธอก็พบว่าตอนนั้นเธอสามารถสังเกตเห็นความวิตกกังวลและความตื่นตระหนกบนใบหน้าของเขาได้อย่างชัดเจน
ตอนนี้เธอได้รับความรักทั้งหมดจากฉินคั่วแล้ว ทำไมจะต้องไปคิดเรื่องคนอื่นด้วยล่ะ?
หลังจากนอนคิดมาตลอดทั้งคืน ในที่สุดกู้ชิงก็สงบสติและหยุดโกรธเคือง แต่ถึงอย่างนั้นก็นึกไม่ถึงว่ามีใครบางคนไม่ยอมทนต่อความเหงาและอยากจะทำลายความสงบสุข
ช่วงนี้กู้ชิงยุ่งอยู่กับกิจการในบริษัททุกวัน กระทั่งได้ยินผู้ช่วยเคาะประตูห้องและบอกว่ามีใครบางคนอยากพบเธอ
นึกไม่ถึงว่าใครบางคนที่ไม่อยากเห็นจะปรากฏตัวตรงหน้า
โจวเสี่ยวม่านยืนอยู่หน้าประตูห้องทำงานของกู้ชิงด้วยสีหน้าเย่อหยิ่ง มองดูเธอด้วยสายตาเย็นชา “กู้ชิง!”
“มีอะไร?” เธอแสร้งทำเป็นไม่อยากต้อนรับหล่อน ถ้าคนอื่นมาเห็นสีหน้าของเธอคงจะคิดว่าเธอโกรธและรีบเดินจากไปแล้ว
แต่โจวเสี่ยวม่านยังคงวางตัวเย่อหยิ่ง ทำเสียงเย็นชาและจงใจพูดตอบโต้เสียงดัง “กู้ชิง นึกไม่ถึงเลยว่าเธอจะเป็นเมียน้อยชาวบ้าน!”
คำพูดเหล่านั้นเหมือนกับฟ้าผ่าที่ดังก้องเข้ามาในรูหูของกู้ชิง เธอเหลือบมองโจวเสี่ยวม่านด้วยดวงตาเบิกกว้าง ดูประหลาดใจและสับสนอย่างมาก
“คุณพูดจาเหลวไหลอะไร หรือถ้าป่วยก็ไปโรงพยาบาลซะสิ อย่ามาสร้างปัญหาที่นี่!” กู้ชิงพูดขับไล่แขกด้วยถ้อยคำเสียดสีอย่างไร้ความปรานี
“เธอเป็นมือที่สามที่เข้ามาแทรกกลางระหว่างฉันกับ ฉินคั่ว ฉันกับฉินคั่วจะหมั้นกันแล้วแท้ ๆ!” โจวเสี่ยวม่านพูดขึ้นเสียง สายตายียวนจ้องมองไปทางกู้ชิง
กู้ชิงหยุดสิ่งที่กระทำอยู่ในมือ เงยหน้ามองหล่อนด้วยสายตาว่างเปล่า
เมื่อกี้หล่อนพูดว่าอะไรนะ? โจวเสี่ยวม่านกับฉินคั่วจะหมั้นกัน
อดีตแฟนสาวที่ปรากฏตัวต่อหน้าเขาเมื่อวานนี้กลายมาเป็นคู่หมั้นของฉินคั่วในวันนี้ แม้ว่าหล่อนจะเขียนบทมาพูด แต่เธอก็ไม่สามารถจินตนาการถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ได้จริง ๆ
กู้ชิงหัวเราะเยาะเบา ๆ แล้วจ้องมองโจวเสี่ยวม่านด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะพูดขับไล่หล่อนออกอย่างไร้ความปรานี “ที่นี่เราอยู่กันอย่างสงบ ไม่อยากต้อนรับคุณหรอกค่ะ หรือถ้าคุณจะมาที่นี่เพื่อแค่ปั่นประสาทฉันก็ไม่จำเป็นหรอก จะแต่งเรื่องก็ไปแต่งที่อื่นไป”
เมื่อมองดูรูปลักษณ์ของอีกฝ่าย หล่อนรู้ดีว่ากู้ชิงจะต้องไม่เชื่อหล่อนอย่างแน่นอน
“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ ฉันกับฉินคั่วกำลังจะหมั้นกัน และเธอก็คือมือที่สามที่เข้ามาแทรกระหว่างพวกเรา” โจวเสี่ยวม่านยืนกรานจะโกหกเธอราวกับว่าทุกอย่างเป็นเรื่องจริง
แต่ไม่ว่าหล่อนจะพูดอะไร กู้ชิงก็ไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด มือของเธอยังคงจัดแจงงาน ไม่หยุดเคลื่อนไหวและสีหน้าก็ยังคงสงบ
ในความคิดของเธอ คนตรงหน้าจะต้องมีสภาพจิตใจไม่ปกติแน่ ๆ แฟนเก่าที่เลิกลากันไปแล้วมีสิทธิ์อะไรมาทำตัวหยิ่งยโสต่อหน้าเธอ
เมื่อวานเพิ่งพูดถึงความสัมพันธ์กับฉินคั่วในฐานะแฟนเก่า แต่วันนี้กลับมาบอกว่าตัวเองเป็นคู่หมั้น
เกรงว่าจะมีแต่เธอเท่านั้นแหละที่มาทำอะไรน่าทึ่งพรรค์นี้
พอเห็นว่าอีกฝ่ายมีสีหน้าเฉยเมย โจวเสี่ยวม่านก็ตระหนักได้ว่าคำพูดเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกู้ชิงเลย
หล่อนยืนอยู่หน้าประตูแล้วตะโกนเสียงดังลั่น “กู้ชิง เธอมันเมียน้อย! ฉินคั่วกำลังจะหมั้นกับฉันแล้ว ยังจะเสนอหน้าเข้ามาแทรกกลางระหว่างเราอีก”
ประตูห้องทำงานถูกเปิดกว้างและทุกคนในบริษัทก็ได้ยินประโยคดังกล่าว พวกเขาจ้องมองไปที่โจวเสี่ยวม่านด้วยความรู้สึกเหลือเชื่อ หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เสียงกระซิบกระซาบก็ดังขึ้น
“กู้ชิงเป็นมือที่สามจริงเหรอ? ดูเผิน ๆ ไม่เหมือนเลยปะ? ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย” เพื่อนร่วมงานคนหนึ่งพูดขึ้น
จากนั้นก็มีเสียงสะท้อนตอบรับว่า “หรือว่าสิ่งที่พวกเราเห็นจะเป็นแค่ภาพลวงตา? ถ้าเป็นคนดีจริงจะไปเป็นเมียน้อยชาวบ้านทำไม?”
“อย่างว่าเราไม่ควรดูคนที่รูปลักษณ์ภายนอก เข้าไปยุ่งกับแฟนชาวบ้าน ตอนนี้ตัวจริงเข้ามาหาถึงที่แล้ว” คนที่ไม่ชอบ กู้ชิงฉวยประโยชน์จากโอกาสนี้พูดซ้ำเติม
ในขณะนั้นทุกคนในบริษัทจ้องมองไปที่กู้ชิงด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม สายตาอยากรู้อยากเห็นและสายตาที่เต็มไปด้วยความติฉินนินทา
กู้ชิงรู้สึกอับอายขายขี้หน้ามาก…
เธอทนแบกรับสายตาจากเพื่อนร่วมงานไม่ไหว
อยากจะร้องตะโกนออกไปว่าเธอไม่ใช่เมียน้อย และทั้งหมดนี้เป็นแค่เรื่องไร้สาระของโจวเสี่ยวม่าน
น่าเสียดายที่เธอแค่กำหมัดแน่น และพยายามกรีดร้องระบายความอับอายในใจว่าหล่อนจงใจใส่ร้ายฉันชัด ๆ! มันไม่ใช่แบบนั้นสักหน่อย!