พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 935 ไม่อยากเจอหน้านายอีกตลอดชีวิต
ตอนที่ 935
ไม่อยากเจอหน้านายอีกตลอดชีวิต
หลังจากฟังคำอธิบายจากถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้ว มือทั้งสองที่ห้อยอยู่ข้างลำตัวของฉินคั่วก็กระชับแน่นขึ้น เขาโกรธมากจนเส้นเลือดปูดโปนออกมาจากกำมือ
นึกไม่ถึงว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่ แฟนเก่าของเขาจะสร้างเรื่องราวใหญ่โตขนาดนี้
แน่นอนว่าเธอยังมีใจให้เขาอยู่บ้าง และเมื่อวานนี้เป็นเพราะความเกรงใจจึงไม่อยากตีแสกหน้าเธอตรง ๆ นึกไม่ถึงว่าวันนี้เธอจะมาจัดของขวัญชุดใหญ่ให้เขา
เธอก็เป็นแค่ตัวตลกที่อยากจะกระโดดโลดเต้น โอ้อวดสถานะของตัวเอง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอกอีกครั้งว่า “เรื่องนี้ทำให้กู้ชิงเสียใจมาก ฉันหวังว่ายัยนั่นจะไม่เข้ามาหาเธออีก”
ฉินคั่วระงับความโกรธเคืองไว้ในใจแล้วพูดกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “ผมจะจัดการเรื่องนี้แน่นอน ไม่ต้องห่วง”
เขากำลังคิดเตรียมจะจากไปแต่จู่ ๆ ก็หยุดอยู่ที่เดิมแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจนัก “ฝากดูแลกู้ชิงแทนผมด้วยนะ ผมจะทวงความยุติธรรมที่เธอต้องทุกข์ทรมานกลับมาให้”
ต่อมาฉินคั่วเข้าไปหาโจวเสี่ยวม่านโดยตรง เขามองดูท่าทางยั่วยวนของอดีตแฟนสาวด้วยความรู้สึกขยะแขยงจากก้นบึ้งของหัวใจ ก่อนหน้านี้เขาไปหลงรักผู้หญิงพรรค์นี้ได้ยังไง? ตอนนั้นสมองเขาจะต้องมีปัญหาแน่ ๆ
“ทำไมจู่ ๆ ถึงมาหาฉันล่ะ?” โจวเสี่ยวม่านยังไม่รู้ว่า ฉินคั่วรู้เรื่องที่หล่อนบุกเข้าไปสร้างปัญหาให้กับกู้ชิงถึงที่ทำงานแล้ว พอเห็นฉินคั่วมาตามหาหล่อน ภายในใจก็รู้สึกสุขีขึ้นมา
“ฉันมาหาเธอทำไม? ก็รู้อยู่แก่ใจไม่ใช่เหรอ?”
ฉินคั่วยิ้มเหน็บแนมแล้วจ้องมองโจวเสี่ยวม่านด้วยสายตาดูถูก “สิ่งที่เธอทำลงไปเมื่อวานทำให้ฉันตะลึงจริง ๆ เธอกลายมาเป็นคู่หมั้นฉันตั้งแต่เมื่อไหร่?”
ร่องรอยของความตื่นตระหนกแวบเข้ามาในดวงตาของโจวเสี่ยวม่าน จากนั้นหล่อนก็แกล้งทำเป็นพูดอธิบายอย่างสงบว่า “ฉันก็แค่พูดไปเรื่อยเปื่อยน่ะ…”
ทันใดนั้นหล่อนก็คิดอะไรบางอย่างออกและพูดใส่สีตีไข่ให้กู้ชิง “ยัยนั่นไปพูดเหลวไหลอะไรอีกล่ะ? ฉันไม่ได้ทำอะไรเลยนะ!”
“เฮอะ ๆ!” ฉินคั่วพ่นเสียงออกมา โน้มตัวลงไปข้างหน้าเล็กน้อย แฝงไปด้วยความกดดัน จากนั้นก็กำหมัดแน่นและเหวี่ยงหมัดใส่กำแพงทางด้านหลังของโจวเสี่ยวม่านอย่างแรง
ลมหายใจที่แรงกล้าพุ่งเข้ามาหาหล่อนทันที โจวเสี่ยวม่านไม่ได้สนใจว่าตอนนี้ท่าทางของพวกเขาดูคลุมเครือมากแค่ไหน หล่อนตื่นตระหนกจนใจหายและมองดูสถานการณ์ตรงหน้าอย่างประหม่า
ฉินคั่วไม่ใช่คนโมโหอารมณ์ร้อนง่าย ๆ แต่เมื่อไหร่ที่เขาโกรธ ผลลัพธ์ที่ตามมาก็ไม่อาจคาดเดาได้เลย
หล่อนนึกไม่ถึงว่าข่าวลือเกี่ยวกับการบุกเข้าไปหากู้ชิงถึงบริษัทจะแพร่กระจายรวดเร็วขนาดนี้ และข่าวนี้ใช้เวลาไปถึงหูของฉินคั่วเพียงแค่ครึ่งวันเท่านั้น
“ฉัน…” น้ำเสียงของโจวเสี่ยวม่านสั่นเทาไปด้วยความตื่นตระหนก
“ในสายตาฉันเธอเป็นคนที่ไม่คู่ควรกันเลย เป็นแค่แฟนเก่าที่หายหน้าหายตาจากกันไปนานแล้ว ยังมีหน้ามาอ้างว่าเป็นคู่หมั้นฉันอีกเหรอ?” เขาทำหน้าตาบึ้งตึง ดูฉุนเฉียวอย่างเห็นได้ชัด ถ้าไม่ถือว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิง เขาคงจะชกหน้าหล่อนไปแล้ว
ฉินคั่วถอยหลังกลับไปสองสามก้าวและตบไล่ไรฝุ่นบนร่างกายด้วยความรังเกียจ สีหน้าเบื่อหน่ายปรากฏออกมาอย่างชัดเจน “ไสหัวออกไปจากที่นี่ซะ อยู่ให้ห่างเข้าไว้ อย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก”
“เรื่องอะไรล่ะ! ไม่เอาด้วยหรอก ฉันไม่ยอม” น้ำเสียงกรีดร้องของโจวเสี่ยวม่านดังขึ้น หล่อนไม่ยอมให้ฉินคั่วทอดทิ้งหล่อนเพราะในหัวใจของหล่อนยังมีเขาอยู่!
หล่อนมองดูชายที่ยืนอยู่ตรงหน้า เขาคือคนที่หล่อนเฝ้าคิดถึงมานานแล้ว และตอนนี้ก็ทำได้แค่จ้องมองสีหน้าเย็นชา
โจวเสี่ยวม่านยื่นมือออกมาอย่างประหม่าราวกับว่าต้องการจะจับแขนเสื้อของฉินคั่ว น้ำเสียงของหล่อนแฝงไปด้วยความอ่อนแอ “ฉันยังชอบนายอยู่ เรากลับมาเริ่มต้นใหม่กลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย? ตอนนี้ไม่ใช่อย่างที่ฉันต้องการเลย ฉันอยากจะอยู่เคียงข้างนาย”
“เธอคู่ควรแล้วเหรอ” ฉินคั่วจ้องมองหล่อนด้วยสายตาเย็นชา รู้สึกตลกกับคำพูดของโจวเสี่ยวม่าน
ดวงตาจับจ้องไปที่ใบหน้าน่าสมเพชของโจวเสี่ยวม่าน ความรังเกียจพลุ่งพล่านขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
ให้อยู่ที่นี่ต่อก็คงจะเสียเวลาเปล่า และเขาไม่อยาก จะโต้เถียงกับผู้หญิงที่คอยสร้างปัญหาอีกต่อไป
“ไปให้พ้น อย่ามาเจอหน้าฉันอีกจะดีที่สุด ไม่งั้นเธอได้ชดใช้แน่” ฉินคั่วพูดข่มขู่และหันหลังกลับ เดินจากไปอย่างไร้ความเมตตา
โจวเสี่ยวม่านมองดูชายที่เดินจากไปแล้วกัดริมฝีปากอย่างแรง ฟันอันแหลมคมทิ่มแทงจนผิวหนังเปิดออก เลือดทีละหยดตกสู่พื้นดิน
โจวเสี่ยวม่านเกลียดชังกู้ชิงมาก หล่อนต้องตกอยู่ในสภาพนี้ก็เพราะเธอ!
ฉินคั่วเป็นคนที่มีอำนาจล้นเหลือ ควรคู่กับคนที่ดีกว่านี้! ไม่ใช่กับกู้ชิง!
ความโกรธเคืองและความไม่พอใจสะสมอยู่ในใจของหล่อนทีละน้อย หล่อนเป็นคนที่ไม่เคยพอใจอะไรง่าย ๆ และหล่อนก็ต้องการมากกว่านี้
ตอนนี้ความคิดที่อยากจะครอบครองฉินคั่วแข็งแกร่งมากขึ้นเรื่อย ๆ
จากความเข้าใจของหล่อน กู้ชิงเป็นผู้หญิงที่ไม่คู่ควรกับฉินคั่วเลย ช่องว่างระหว่างทั้งสองใหญ่เกินไป มีความขัดแย้งกันมากมาย ตราบใดที่หล่อนยืนกรานจะสู้ต่อไป หล่อนจะต้องชนะอย่างแน่นอน!
หลังจากแยกตัวออกมาจากโจวเสี่ยวม่าน ฉินคั่วก็พุ่งตรงไปที่บ้านของกู้ชิงและยืนอยู่หน้าประตูบ้านที่คุ้นเคย เขายกมือขึ้นมาเตรียมจะกดกริ่งหน้าประตู แต่นิ้วมือกลับหยุดชะงักห่างจากกริ่งหนึ่งเซนติเมตร
เขากำลังลังเล…
เขาไม่รู้ว่าควรจะกดกริ่งดีหรือไม่ ความลังเลในใจทำให้เขายืนนิ่งอยู่หน้าประตูเป็นเวลานาน
หากมีใครผ่านไปมาเวลานี้ พวกเขาคงจะคิดว่าฉินคั่วเป็นหัวขโมยที่พยายามบุกเข้าไปในบ้าน
ฉินคั่วรู้สึกสับสนมาก ลังเลว่าควรจะกดกริ่งหรือไม่และยืนอยู่หน้าประตูด้วยสภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก
ที่กู้ชิงต้องทนทุกข์ทรมานอย่างนี้ก็ล้วนมาจากการกระทำของเขา เขาอยากจะขอโทษแต่ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะให้โอกาสเขาหรือไม่
หลังจากลังเลอยู่นาน เขาก็ยกมือขึ้นมากดกริ่ง
กู้ชิงที่อยู่ภายในห้องไม่ต้องคิดมากก็พอจะเดาออกว่าคนที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูบ้านคือฉินคั่ว
แต่ตอนนี้เธอไม่อยากเห็นหน้าเขาเลย เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นยังคงปรากฏชัดเจนอยู่ในใจของเธอ ทำให้ความคิดของเธอยุ่งเหยิง
เธอขดตัวอยู่บนเตียงนอนพยายามปิดหูไม่ให้ได้ยินเสียงกริ่งจากหน้าประตู แต่คนข้างนอกยังคงกดกริ่งอย่างไม่ลดละ ทำให้เสียงกริ่งดังก้องอยู่ในหู
กู้ชิงทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว เธอลุกขึ้นจากเตียงด้วยความโมโห เดินตรงไปที่หน้าประตูแต่กลับไม่ยอมเปิดประตู ร้องตะโกนเสียงดังลั่นว่า “ไปซะ อย่ามาที่นี่อีก ฉันไม่อยากเจอนาย”
ฉินคั่วกังวลว่ากู้ชิงจะรู้สึกแย่ จึงเอ่ยปากบอกเบา ๆ ว่า “เปิดประตูหน่อยได้มั้ย? อย่างน้อยให้ผมเห็นหน้าคุณสักหน่อยนะ ผมจัดการโจวเสี่ยวม่านให้แล้ว คุณอย่า…”
แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ กู้ชิงก็ร้องคำรามอย่างเกรี้ยวกราด “ฉันไม่ฟัง! ฉันไม่อยากได้ยินคำอธิบายอะไรทั้งนั้น กลับไปซะ! ฉันไม่อยากเจอหน้านายอีกตลอดชีวิต”
เขายืนอยู่หน้าประตูและได้ยินคำพูดระบายอารมณ์ของกู้ชิงอย่างชัดเจน จากนั้นก็ได้ยินเธอเดินกลับเข้าไปในห้องด้วยความโกรธ
เสียงประตูกระแทกผนังดังก้องออกมาแม้ว่าจะยืนอยู่นอกบ้านก็ตาม
ฉินคั่วรู้สึกหมดหนทาง ดูเหมือนว่าเหตุการณ์นี้จะส่งผลกระทบกับเธออย่างมาก ไม่ว่าจะพูดเกลี้ยกล่อมยังไงเธอก็ไม่ยอมใจอ่อนเลย