พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 936 วิ่งหนี
ตอนที่ 936
วิ่งหนี
ฉินคั่วเริ่มรู้สึกรังเกียจการกระทำของโจวเสี่ยวม่านมากขึ้นเรื่อย ๆ และหวังว่าจะบีบคอเธอให้ตายคามือ
หล่อนเพิ่งจะสร้างเรื่องไปเมื่อวานนี้และวันนี้ก็กลับมาสร้างปัญหาอีก แฟนเก่าคนนี้ไม่ควรอยู่บนโลกนี้จริง ๆ
กู้ชิงไม่ได้เปิดประตูให้ฉินคั่วและเขาก็ไม่เต็มใจจะจากไป เขายืนอยู่ตรงนั้นอย่างโง่เขลาราวกับวางแผนจะรอเวลาจนกว่ามันจะสิ้นสุดลง
ฉินคั่วเอาหูแนบบานประตูเพื่อฟังว่าเกิดอะไรขึ้นข้างในนั้น แต่น่าเสียดายที่เขาไม่ได้ยินอะไรเลย
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย ท้องฟ้ามืดครึ้มมาก ราวกับว่าฝนกำลังจะเปียกปอนลงมาในไม่ช้า
ฉินคั่วยืนอยู่ที่ประตูได้ไม่นาน ฝนก็โหมกระหน่ำลงมาจนได้ยินเสียงเปาะแปะ
ที่หน้าประตูไม่มีชายคาหรือที่กำบัง เขาที่ยืนอยู่ข้างนอกนั่นปล่อยให้เม็ดฝนเย็นยะเยือกเปียกชโลมไปทั่วทั้งตัว
ทว่าฉินคั่วกลับยังอาลัยอาวรณ์ไม่ยอมจากไป ยืนกรานจะรออยู่ที่หน้าประตูราวกับว่าอยากจะให้กู้ชิงเปิดประตูออกมา
กู้ชิงได้ยินเสียงฝนที่ตกด้านนอกอย่างชัดเจน และเธอเดาได้ว่าฉินคั่วยังยืนอยู่ที่หน้าประตู ไม่ยอมจากไป แต่เธอไม่อยากลงไปเปิดประตูจริง ๆ
ใจของเธอไม่สามารถให้อภัยเรื่องทั้งหมดนี้ได้ เธอได้รับความเสียหายอย่างมากและคำอธิบายเพียงอย่างเดียวจะสามารถเปลี่ยนแปลงทุกอย่างได้เหรอ?
ถ้าขอโทษแล้วได้ผลจะมีตำรวจไว้ทำไม?
เม็ดฝนค่อย ๆ แทรกซึมเข้ามาในเสื้อผ้า ความเย็นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ไม่รู้ว่าฉินคั่วยืนอยู่ท่ามกลางสายฝนนานแค่ไหน เขายังคงรอคอยอย่างดื้อรั้น หวังว่าคนที่ต้องการเจอหน้าจะเปิดประตูออกมา
กระทั่งเวลาผ่านไปเช่นนี้
กู้ชิงขลุกตัวอยู่ในห้องเป็นเวลานาน จนกระทั่งเธอลุกขึ้นมาเปิดม่านอีกครั้งและฉินคั่วที่ยืนอยู่ชั้นล่างก็หายไปแล้ว
ดวงตาจ้องมองที่ชั้นล่างอยู่นาน ความคิดฟุ้งซ่าน เหม่อลอยไปไกลและไม่รู้ว่ากำลังคิดอะไรอยู่ หลังจากนั้นก็ค่อย ๆ เดินลงมาที่ชั้นล่าง
หลังจากผ่านค่ำคืนที่ฝนตกหนัก แสงอาทิตย์อันเจิดจ้าก็มาเยือน ท้องฟ้าถูกสายฝนพัดพาไปจนไม่มีเมฆเหลืออยู่และแสงแดดก็ส่องประกายอย่างอบอุ่น
แม้ว่าอากาศจะดีมากแต่กลับไม่ได้ทำให้อารมณ์ของเธอเปลี่ยนแปลงไปเลย กู้ชิงมาถึงบริษัทด้วยสภาพจิตใจที่ดูแย่มากราวกับว่าไม่ได้นอนพักผ่อนมาตลอดทั้งคืน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาถึงบริษัทและเห็นสีหน้าเหนื่อยล้าของเพื่อนก็รู้สึกทุกข์ใจเล็กน้อย
มองดูอีกฝ่ายถือแก้วมาเติมน้ำ แม้ว่าน้ำร้อนจะหกรดมือแต่กลับดูไม่ได้สนใจอะไรเลย
ใบหน้าของกู้ชิงอยู่ในความงุนงง เห็นได้ชัดว่ากำลังเหม่อลอย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบแก้วน้ำอีกฝ่ายออกมาและนำผ้าชุบน้ำเย็นไปเช็ดถูผิวหนังบริเวณที่ถูกน้ำร้อนลวก
“เธอเป็นอะไรไป? เหม่อลอยทั้งวันเลย แบบนี้จะทำงานต่อได้เหรอ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความห่วงใย
แม้ว่าเธอจะไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นอีก แต่พอมองดูสีหน้าเหนื่อยล้าของเพื่อนตัวเอง การรู้บางอย่างคงจะไม่ใช่เรื่องดีแน่
กู้ชิงส่ายหัวเงียบ ๆ เลือกที่จะหลีกเลี่ยงหัวข้อ “ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอกค่ะ แค่เมื่อคืนฝนตกหนักมากจนฉันไม่ได้พักผ่อน”
เมื่อคำพูดเหล่านั้นดังขึ้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่รู้ได้ยังไงว่าเธอแค่ตอบกลับลวก ๆ?
ในฐานะเพื่อนสนิท เธอกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้มาก เธอตั้งใจจะจับมือขึ้นมาปลอบโยนแต่เมื่อมืออบอุ่นสัมผัสเข้ากับฝ่ามือของกู้ชิง เธอถึงกับต้องร้องอุทานว่า “ทำไมมือเธอเย็นเฉียบเลย?”
“เมื่อคืนนี้น่าจะเป็นหวัดมั้งคะ? กินยาสักหน่อยคงจะดีขึ้น” เธอพยายามยิ้มรับอย่างเต็มที่เพื่อทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกกังวลน้อยลง
“เธอ…” เธอจะไม่รู้ได้ยังไงว่าอีกฝ่ายสีหน้าเหนื่อยล้าเพราะเรื่องพวกนั้น…
แต่ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมพูด ถามคำถามไปจะมีประโยชน์อะไร? เธอถอนหายใจอย่างสิ้นหวัง สีหน้าดูหมดหนทางกับความสัมพันธ์ระหว่างกู้ชิงและฉินคั่ว
ระหว่างสองคนนี้จะต้องมีปัญหาด้านความสัมพันธ์แน่ ๆ ไม่อย่างนั้นจะเป็นแบบนี้เหรอ?
แต่สุดท้ายความสัมพันธ์ก็เป็นเรื่องระหว่างคนสองคน และต่อให้เธอจะเป็นเพื่อนสนิทมากแค่ไหน เธอก็ไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพูดอ้อม ๆ ว่า “เรื่องบางเรื่องขุดลึกไปมันก็ไม่คุ้มหรอก การมองไปข้างหน้าคือสิ่งสำคัญที่สุด ถ้าเธอยังติดอยู่กับที่เดิม สุดท้ายเธอทั้งสองคนก็เดินไปด้วยกันไม่ได้หรอก”
กู้ชิงเงยหน้ามองถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่มีสีหน้ากังวล ก่อนที่ใบหน้าซีดเซียวจะส่งยิ้มบาง ๆ
“ไม่ต้องห่วง ฉันไม่เป็นไรค่ะ” หลังจากพูดจบเธอก็เดินกลับเข้าไปในห้องทำงาน ปล่อยให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนถอนหายใจอยู่ตรงนั้น
เธอเดินเข้าไปใกล้หน้าต่าง มองดูแสงแดดเจิดจ้าข้างนอก หลับตาลงช้า ๆ เพลิดเพลินกับความอบอุ่น แต่ไม่ว่าอากาศจะอบอุ่นแค่ไหน มันก็ไม่สามารถทำให้หัวใจของเธออบอุ่นได้เลย
เหมือนกับว่าหัวใจของเธอถูกกักขังอยู่ในห้องใต้ดินอันเหน็บหนาว ว่างเปล่าและเต็มไปด้วยความเคว้งคว้าง ความเหนื่อยล้าและความเหงาจากส่วนลึกหลั่งไหลออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ ค่อย ๆ ออกมาล้อมรอบตัวเธอ “ฉันเหนื่อยจริง ๆ…”
คำพูดแผ่วเบาหลุดออกมาจากริมฝีปาก ล่องลอยหายไปในอากาศ
วันเวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า นับตั้งแต่วันที่ยืนรอกู้ชิงอยู่ท่ามกลางสายฝน ฉินคั่วก็ไม่ได้มาปรากฏตัวเป็นเวลาหนึ่งสัปดาห์แล้ว
เธอค่อย ๆ กลับมาทำงานตามปกติ ทำงานให้เสร็จตามขั้นตอนทุกวันและกลับบ้านหลังเลิกงาน
ฉินคั่วไม่ได้มาวนเวียนอยู่ในชีวิตของเธออีกต่อไป และกิจวัตรประจำวันของเธอก็คือการออกไปทำงานคนเดียวและกลับมาที่ห้องว่างเปล่าเพียงลำพัง
บรรยากาศที่เต็มไปด้วยความโดดเดี่ยวและความเหงาหงอยล้อมรอบตัวเธอ ดูเหมือนว่าสิ่งนี้มันจะไม่สามารถทำให้เธอมีความสุขได้
ในช่วงวันแรกเธอดูอารมณ์ไม่ดี มีแต่ความสิ้นหวัง แต่ดูเหมือนว่าเธอจะกลับมาเป็นปกติในวันที่สอง ทำราวกับไม่เคยประสบพบเจอเหตุการณ์อะไรมาก่อน และคนอื่นก็ไม่สามารถบอกความผิดปกติจากพฤติกรรมของเธอได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าสภาวะนี้น่ากลัวมาก คนคนหนึ่งจะกลับสู่สภาะปกติภายในชั่วข้ามคืนได้ยังไง?
เธอรู้สึกวิตกกังวลในใจจึงถามออกไป “กู้ชิง…”
แต่ก่อนที่จะพูดจบ อีกฝ่ายก็ดูเหมือนจะรู้อยู่แล้วว่าเธอจะถามอะไร “ฉันไม่เป็นไร”
เห็นกันอยู่ชัด ๆ ว่ากำลังมีปัญหาใหญ่!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะถามต่อ แต่ดูเหมือนว่าอีกฝ่ายจะมองออกและรีบเดินจากไป ทำให้เห็นชัดเจนว่าไม่ต้องการนึกถึงเรื่องนี้อีกต่อไป
หลังเลิกงาน กู้ชิงเดินทางกลับบ้านตามเวลาปกติ แต่ทันใดนั้นเธอก็พบเข้ากับฉินคั่วที่ไม่ได้เห็นหน้าเห็นตามาหลายวัน
ใบหน้าที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นตรงหน้าอีกครั้ง แค่ไม่ได้เห็นหน้าอาทิตย์เดียวยังรู้สึกเหมือนไม่ได้เจอมานานนับปี
ฝีเท้าของเธอหยุดชะงักลง จ้องมองคนตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า จากนั้นจู่ ๆ เธอก็หันหลังกลับ เร่งฝีเท้าวิ่งหนีออกไป พยายามหลบหลีกจากสถานการณ์ที่น่าลำบากใจ
“กู้ชิง!” ฉินคั่วนึกไม่ถึงว่าปฏิกิริยาแรกที่กู้ชิงเห็นเขาจะเป็นการวิ่งหนี
เขาแทบจะไม่ได้คิดอะไรมากและรีบวิ่งตามไปทันที
พอได้ยินเสียงตะโกนที่คุ้นเคยจากทางด้านหลัง กู้ชิงก็รีบสาวเท้าวิ่งให้เร็วขึ้น ราวกับว่ามีสัตว์ร้ายกำลังไล่ตามเธออยู่
แต่ท้ายที่สุดฝีเท้าของผู้หญิงก็ไม่เร็วเท่ากับของผู้ชาย ไม่ว่าเธอจะรีบวิ่งแค่ไหน ฉินคั่วก็ตามเธอมาทันอยู่ดี
คนข้างหลังจับเธอไว้ในอ้อมกอดแน่นและจับมือเธอทั้งสองข้าง กู้ชิงพยายามดิ้นรนหนีออกมาแต่สุดท้ายก็ไม่สามารถต้านแรงได้
เธอต่อต้านไม่ยอมให้ฉินคั่วเข้ามาใกล้ แม้จะอยู่ในอ้อมกอดของเขาก็ยังพยายามดิ้นหลุดออก