พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 939 ห้ามมีผู้หญิงคนอื่น
ตอนที่ 939
ห้ามมีผู้หญิงคนอื่น
แสงสีม่วงพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า เส้นแนวตั้งระเบิดออกมาเป็นดอกไม้ไฟนับพันนับหมื่น สวยงดงามและเบ่งบานไปทั่วท้องฟ้า ผู้คนรอบข้างเงยหน้ามองการแสดงดอกไม้ไฟ แม้จะไม่รู้ว่าใครเป็นคนจัดแต่ต่างก็คิดว่าเป็นการจัดเตรียมของห้างสรรพสินค้า
ทันใดนั้นกู้ชิงก็ทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าจะต้องทำยังไง ฉินคั่วเป็นคนจัดเตรียมดอกไม้ไฟหรือเปล่า? ใช้กลยุทธ์นี้เพื่อหวังให้พวกเขากลับมาคืนดีกันเหรอ? เขาอาจจะทำให้เธอประทับใจได้บ้างแต่นั่นก็ไม่มีความหมายอะไร
เธอสงบลง แสร้งทำเป็นไม่สนใจและเตรียมจะเดินจากไป แต่ทันใดนั้นเสียงร้องด้วยความประหลาดใจก็ดังลอดเข้ามาในหูเธอ เธอไปที่ตำแหน่งของฉินคั่วแล้วพบว่าผู้ชายคนนั้นกำลังคุกเข่าลงข้างหนึ่ง ในมือถือแหวนเอาไว้และมองดูผู้หญิงที่เขารักด้วยสายตาคาดหวัง
“คุณจะแต่งงานกับผมมั้ย?” ฉินคั่วถือกล่องแหวนด้วยมือที่สั่นเทาเล็กน้อย เขาตื่นเต้นมากและกังวลมากเช่นกัน เขากลัวว่ากู้ชิงจะปฏิเสธ
กู้ชิงเกือบจะเสียการควบคุมตัวเอง ความตกใจที่ถูกขอแต่งงานอย่างกะทันหันตีสมองเธอไม่หยุด จนทำให้เธอคิดอะไรไม่ออก เธอยืนนิ่งอยู่ที่เดินโดยไม่ได้บอกว่าจะตอบรับแหวนหรือไม่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลแทบตาย เธอยกเสื้อคลุมขึ้นมาคลุมตัวเองแล้วนั่งยอง ๆ อยู่ที่นี่ตั้งแต่เที่ยง ทั้งสองคนยังได้เข้าไปนั่งในร้านกาแฟแต่เธอต้องนั่งทนหนาวซ่อนตัวอยู่ข้างนอกเป็นชั่วโมง!
โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเธอเห็นแววตาของกู้ชิงที่ดูเหมือนอยากจะฆ่าใครสักคนให้ตาย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้สึกไม่สบายใจมากกว่าฉินคั่วเสียอีก ถ้ากู้ชิงรู้ว่าเธอจัดเตรียมให้สองคนมาพบกันและยังนัดเดทให้ด้วย เธอจะต้องแย่แน่
แต่ว่าตอนแรกเธอไม่ได้ตั้งใจจะให้ฉินคั่วขอแต่งงานหรอก เพียงแค่ตอนฉินคั่วเดินออกมาซื้อของ เธอก็รีบไปดึงเขาเดินออกมาที่มุมห้าง
ตอนแรกฉินคั่วยังไม่เข้าใจอะไร แต่หลังจากพบเธอเขาก็รู้สึกขอบคุณเธอมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงบอกเขาว่าเธอได้เตรียมดอกไม้ไฟและของขวัญสำหรับการขอโทษไว้ให้เขาแล้ว ฉินคั่วตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งแล้วหยิบกล่องใบเล็กที่มีสีแดงเข้มออกมาจากกระเป๋า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวงุนงงเล็กน้อย นี่คือการเตรียมแต่งงานเหรอ? ฉินคั่วยังคงเคอะเขิน เดิมทีเขาตั้งใจจะหาช่วงเวลาที่เหมาะสมเพื่อแสดงความจริงใจต่อกู้ชิง และตอนนี้ก็เพิ่งจะได้รับโอกาสดี ๆ
ทั้งสองคนจึงสุ่มหัวกันคิดสร้างสถานการณ์นี้
“ฉันไม่ตอบตกลงนายหรอก ลุกขึ้นมา” กู้ชิงกลับมาได้สติอีกครั้งและพูดอย่างเย็นชา
“ทำไม?”
ฉินคั่วไม่ได้ที่นี่เพื่อล้มเหลว เขาไม่ยอมลุกขึ้น ถือกล่องแหวนแล้วพูดว่า “ผมคิดเรื่องนี้มาดีแล้ว ผมรักคุณ และมองภาพที่ไม่มีคุณอยู่ด้วยในชีวิตนี้ไม่ออกเลย”
“อดีตของผมมันผ่านไปแล้ว จากนี้ไปผมหวังว่าจะมีแค่คุณอยู่ข้าง ๆ”
กู้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อระงับความรู้สึกแห้งผากในลำคอ เธอพยาพยามข่มอารมณ์ที่อยากจะรับแหวนไว้ แม้ว่าดวงตาจะแดงก่ำไปแล้วก็ตาม “ฉันจะเชื่อนายได้ยังไง? มันไม่ใช่ครั้งแรกสักหน่อย มัน…”
ผู้คนรอบข้างเข้ามามองดูอย่างเพลิดเพลิน บางคนเป็นหน้าม้าที่ถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่าจ้างมาอีกที กลุ่มคนพวกนี้เข้ามาล้อมรอบพวกเขาและร้องตะโกนว่า “แต่งเลย” หรือ “ตกลงซะ” ดอกไม้ไฟยังคงเบ่งบานอยู่บนท้องฟ้าทีละดวง เป็นเหมือนกับหัวใจของฉินคั่วในตอนนี้
เขาพูดว่า “ไม่แล้ว นับตั้งแต่วันนี้ไปจะมีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น กู้ชิง ในสายตาผมมีแค่คุณและหัวใจของผมก็มีคุณอยู่คนเดียว ผมไม่อยากทำให้คุณเสียใจ”
“จากนี้ไปผมจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิงคนอื่นอีก เพราะสำหรับผมแล้ว คุณคือคนที่สำคัญที่สุด”
ฉินคั่วถือกล่องแหวนอย่างน่าสงสาร หลังจากให้คำมั่นสัญญาที่จริงจังแล้ว เขาก็พูดว่า “แบบนี้ผมจะได้เป็นของคุณคนเดียวไง ตอบตกลงผมเถอะนะ”
กู้ชิงกัดริมฝีปากแต่กลับไม่สามารถหักห้ามมุมปากไม่ให้ยกขึ้นสูงได้ เธอรู้สึกทำอะไรไม่ถูกแต่ก็มีความสุขในเวลาเดียวกัน เธอพยักหน้าเล็กน้อย และแหวนที่ถูกคัดสรรมาอย่างดีก็ถูกสวมลงบนนิ้วมือของเธอ
ในที่สุดฉินคั่วก็สามารถจับมือคู่นี้ได้อีกครั้ง เขามองไปที่ กู้ชิงด้วยความรักและพูดว่า “ผมรักคุณ อยากแต่งงานกับคุณ คุณจะแต่งงานกับผมได้มั้ย?”
การพยักหน้าตอบรับคือขีดจำกัดของกู้ชิงแล้ว แต่ตอนนี้ฉินคั่วกำลังบีบบังคับให้เธอพูดประโยคที่น่าอายออกมา เธอหันหน้าหนีแต่ก็ไม่สามารถต้านทานเสียงเชียร์จากคนรอบข้างได้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนอยู่ในฝูงชนและขยิบตาส่งให้กู้ชิง
ยัยบ้า กู้ชิงจ้องมองเธอที่ไม่ได้รู้สึกละอายแก่ใจเลยสักนิด ดูเธอจะภูมิใจกับมันมากจนเริ่มล้อเลียนแรงขึ้นเรื่อย ๆ ฉินคั่วมองข้ามหัวเล็ก ๆ ของเธอแล้วบอกเธอว่าให้มองมาที่เขา อย่าหันไปมองคนอื่น
กู้ชิงมองเข้าไปในดวงตาของเขาแล้วรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ จนกระทั่งเปิดปากพูดว่า “ฉันตกลง”
เสียงเชียร์จากคนรอบข้างดังขึ้นอย่างพร้อมเพรียง ในขณะเดียวกันน้ำพุก็เริ่มทำงาน แสงสีและน้ำที่เปล่งประกายผสมผสานกันอย่างลงตัว ดอกไม้ไฟในอากาศส่องแสงระยิบระยับ เติมเต็มความขาดหายของดวงดาว กู้ชิงถูกเขากอดไว้ในอ้อมแขนแน่น ส่วนคนที่กอดอยู่นั้นดูเหมือนจะตื่นเต้นและกังวลยิ่งกว่าตัวเธอเสียอีก
เธอตอบรับด้วยการโอบกอดเอวเขา ราวกับว่าช่วงเวลานี้คือเวลาที่เธอสามารถมอบหัวใจให้เขาได้แล้ว เธอพูดเบา ๆ ข้างหูของฉินคั่วแต่กลับอัดอั้นไปด้วยความในใจ “จากนี้ไปห้ามมีผู้หญิงคนอื่นนะ”
“อืม”
“ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เหมือนกัน!”
“อืม”
“นายจะไม่พูดอย่างอื่นนอกจากอืมเลยเหรอ?”
ฉินคั่วจับไหล่เธอไว้และพูดอย่างหนักแน่นว่า “ผมจะไม่มีใครอีกแล้ว มีแค่คุณคนเดียวเท่านั้น”
คำพูดแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว กู้ชิงพักพิงบนหน้าอกแกร่ง ไม่เคยมีช่วงเวลาไหนทำให้เธอได้ยินเสียงหัวใจที่เต้นอย่างมั่นคงได้เท่าตอนนี้มาก่อน มันทำให้เธอรู้สึกปลอดภัยราวกับว่าค้นพบเกราะกำบังที่เป็นของเธอคนเดียวแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าช่วงเวลานี้ไม่เหมาะสมที่จะให้คนมารุมล้อม เธอจึงกวักมือไล่คนรอบตัวออกไป แต่สองคนนี้กลับยังกอดกันแน่นเหมือนไม่สามารถแยกออกจากกันได้ จนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นขัดจังหวะ “พอแล้ว ไม่หนาวเหรอ?”
ทันทีที่สังเกตเห็นคนเจ้าของเสียง กู้ชิงก็หงุดหงิดขึ้นมา ผลักฉินคั่วออกไปแล้วถามว่า “พวกคุณสองคนร่วมมือกันเหรอ?”
ตอนนี้กู้ชิงกลายมาเป็นว่าที่เจ้าสาวของเขาแล้ว ศูนย์กลางของฉินคั่วจึงเปลี่ยนไปทันทีและรีบพูดขึ้นว่า “เปล่า ผมบังเอิญเห็นว่ามีการแสดงดอกไม้ไฟพอดีน่ะ”
“ก็เลยพกแหวนมาด้วยเหรอ?” กู้ชิงถาม
ฉินคั่วยิ้มเจื่อน หยิบกล่องแหวนขึ้นมาแล้วพูดว่า “ผมซื้อไว้ตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว แค่ไม่มีโอกาสให้คุณสักที เลยเก็บมันไว้จนถึงตอนนี้ กะจะรอให้คุณพร้อมแต่งงานกับผมก่อนแล้วค่อยขอแต่งงาน”
กู้ชิงหน้าแดง นึกไม่ถึงว่าจะได้รับคำตอบแบบนี้ เดิมทีเธอคิดว่าพวกเขาสองคนช่วยกันวางแผน แต่นึกไม่ถึงว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะเป็นคนเดียวที่คิดแผนการ ทำให้เธอรู้สึกถึงความหวานที่พุ่งเข้ามาในหัวใจ แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ไม่ได้ตั้งใจจะปล่อยถงเหมี่ยวเหมี่ยวไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจ้องเขม็งแล้วแอบประณามการกระทำของฉินคั่วในใจ นึกไม่ถึงว่าเธอจะตกมาเป็นเป้าหมายเสียเอง “ก็คุณบอกจะชวนผมออกมาคุยเรื่องธุระไม่ใช่เหรอ? ธุระอะไรล่ะ? ดูดอกไม้ไฟเหรอ?”
“เอ่อ… ฉันไม่ก็ไม่รู้เหมือนกัน ฉันแค่เผลอมาสายไปหน่อยน่ะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่สามารถหาทางรับมือได้ เธอจึงยกมือขึ้นพร้อมกับยิ้มแฮะ ๆ ราวกับกำลังจะบอกว่าฉันไม่รู้เรื่อง ฉันไม่รู้อะไรเลย ฉันแค่เดินผ่านมา
ถ้าเป็นปกติ กู้ชิงคงจะต้องพูดอะไรสักอย่างกับเธอแล้ว แต่พอรู้สึกถึงแหวนที่นิ้วนางและเหลือบมองคนข้าง ๆ เธอก็รู้สึกเหนื่อยใจอีกครั้ง พร้อมทั้งบอกตัวเองว่าอย่างน้อย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ทำเรื่องดี ๆ ปล่อยไปเถอะ ไม่ต้องคิดมากแล้ว