พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 940 ยกโทษให้คุณ
ตอนที่ 940
ยกโทษให้คุณ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูภาพตรงหน้าแล้วอดไม่ได้ที่จะยกมุมปากขึ้น จากนั้นก็ปรบมือให้ทั้งสอง
คำพูดแสดงความยินดีและถ้อยคำอิจฉายังคงดังก้องอยู่ในหู
“พวกเขาทั้งสองเหมาะสมกันดีจัง ผู้ชายหล่อผู้หญิงก็สวย”
“ใช่ ใช่ เตรียมงานมายิ่งใหญ่ขนาดนี้ ผู้ชายคนนั้นคงจะรักผู้หญิงมากแน่ ๆ เลยใช่มั้ย?”
“อิจฉาจัง… เมื่อไหร่จะได้ถูกขอแต่งงานแบบนี้บ้างนะ?”
“ก็เล่นโสดมาตั้งแต่เกิด เกรงว่าจะถูกขอแค่ในฝันปะ?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูฉินคั่วกับกู้ชิงที่ยืนอยู่ตรงกลางฉากที่งดงาม และยิ้มด้วยความพึงพอใจ
พอได้มองดูพวกเขาทั้งสองอยู่ด้วยกันแบบนี้แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มีความสุขมาก
ฉินคั่วกับกู้ชิงกอดกันภายใต้เสียงร้องเชียร์ของคนรอบข้าง น้ำเสียงของผู้คนเริ่มฟังดูตื่นเต้นมากขึ้นเรื่อย ๆ แต่ทว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ยืนดูพวกเขาอีกต่อไป เธอหันหลังกลับและเดินออกมาจากฉากขอแต่งงาน
เพราะว่าตอนนี้เธอแทบจะทนรอไม่ไหวที่จะแบ่งปันเรื่องราวกับเขาคนนั้นแล้ว!
เธอไม่ได้ไปไหนไกลเลย เพียงแค่รีบเดินทางกลับบ้าน
เธอเปิดประตู หยิบรองเท้าแตะขึ้นมาเปลี่ยนที่หน้าประตูอย่างว่องไว จากนั้นก็เดินสับเท้าสับไปที่ห้องนั่งเล่น
มู่อวี้เฉิงนั่งอยู่บนโต๊ะกาแฟในห้องนั่งเล่นอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ในมือมีโน้ตบุ๊ค คอยจัดการเอกสารของบริษัทด้วยสีหน้าจดจ่อ
“อวี้เฉิง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูใบหน้าด้านข้างของเขาแล้วส่งเสียงเรียกด้วยรอยยิ้ม
น้ำเสียงที่คุ้นเคยเต็มไปด้วยความสุขจนทำให้มู่อวี้เฉิงต้องหันกลับมามอง เขาเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวยืนยิ้มพิงกำแพงอยู่ที่มุมห้อง จ้องมองมาที่เขาด้วยดวงตาสดใส
ตอนนี้เขากำลังใส่หูฟังรุ่นตัดเสียงรบกวนอยู่ แต่เขากลับไม่ได้ยินเสียงถงเหมี่ยวเหมี่ยวปิดประตูเลย
เขารีบยกแขนขึ้นมาถอดหูฟังและวางมันลงบนโต๊ะ หันหน้ากลับมาและเปิดอ้าแขนไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว ริมฝีปากเปิดปิดขณะพ่นเสียงทุ้มไปทางถงเหมี่ยวเหมี่ยว “คุณกลับมาแล้ว มานี่สิ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้า ยิ้มและเดินเข้าไปกอดเขา
มู่อวี้เฉิงจับเอวเธอ เลิกคิ้วขึ้นแล้วถามด้วยความสงสัยว่า “มีความสุขอะไรมา เกิดอะไรขึ้นข้างนอกเหรอ?”
“คุณรู้ได้ยังไง? ฉันกำลังจะบอกคุณเลย!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแลบลิ้น หยุดพูดไปพักหนึ่ง เรียบเรียงคำพูดในใจแล้วพูดอย่างกระตือรือร้นว่า “ฉินคั่วขอกู้ชิงแต่งงานแล้ว!”
มู่อวี้เฉิงตกตะลึงไปชั่วขณะหลังจากได้ยินเช่นนั้น แต่สีหน้าการแสดงออกของเขากลับไม่ได้ดูตื่นเต้นเท่าถงเหมี่ยวเหมี่ยว ไม่รู้ว่าเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับรู้สึกว่าดวงตาของเขามืดมนลงเล็กน้อย
“มีความสุขอะไรขนาดนั้น แค่เพราะเหตุผลนี้ถึงกับทำให้คุณมีความสุขมากเลยเหรอ?” มู่อวี้เฉิงพูดอย่างไม่สบอารมณ์
เขาไม่อยากได้ยินถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดชื่อของฉินคั่วออกมา เพียงแค่ได้ยินก็ทำให้เขารู้สึกแย่จนอธิบายไม่ถูก
มู่อวี้เฉิงขมวดคิ้ว แล้วมองไปที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสีหน้าหงุดหงิด
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชะงัก รู้สึกสับสนกับปฏิกิริยาของ มู่อวี้เฉิงอย่างมาก
จนกระทั่งเธอได้ยินมู่อวี้เฉิงส่งเสียงฮึดฮัดออกมา ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยิ้มกว้าง รู้สึกชัดกระจ่างในหัวใจทันที
ถ้าให้เธอบอกว่าทำไมจู่ ๆ มู่อวี้เฉิงถึงมีสีหน้าที่เปลี่ยนไป ก็ต้องบอกว่าทุกครั้งที่เขาเป็นแบบนี้เพราะว่าเขารู้สึกอิจฉา!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหรี่ตาลง เขย่งปลายเท้าขึ้นไปจับหน้ามู่อวี้เฉิงให้หันมามองเธอ แม้ว่าเธอจะพยายามกลั้นเสียงหัวเราะอย่างเต็มที่แล้ว แต่ก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาและพูดว่า “อวี้เฉิง คุณหึงเหรอ?”
ทั้งสองอยู่ด้วยกันมานานจนพวกเขาต่างรู้จักนิสัยของกันและกันเป็นอย่างดี
มู่อวี้เฉิงที่ได้ยินเช่นนั้นชะงักไปชั่วขณะ แต่ใบหูของเขากลับแดงก่ำเพราะถ้อยคำหยอกล้อของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
“คุณพูดอะไร ผม… ผมเปล่า…” เขายังคงพูดปฏิเสธ แต่ยิ่งปฏิเสธมากเท่าไหร่ก็ยิ่งมีความมั่นใจน้อยลงเท่านั้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่ายหัวอย่างทำอะไรไม่ถูก ทำได้ยิ้มปลอบโยนเขา
“เอาน่า อย่าอิจฉาเลย ฉันกับฉินคั่วไม่ได้มีอะไรกันจริง ๆ ฉันแค่วางแผนหลอกพวกเขามาเจอกัน จากนั้นก็ขอกันแต่งงานสำเร็จ ฉันมีความสุขมากเลยที่ได้เห็นพวกเขากลับมาอยู่ด้วยกันอีก”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยายามพูดอธิบายเหตุผลอย่างอดทน
เธอรู้ว่ามู่อวี้เฉิงอิจฉาเพียงเพราะว่าเขาใส่ใจเธอ ดังนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงไม่ได้โมโหอะไรเลย เธอมีความสุขมากกว่าเพราะว่าความหึงหวงก็คือความห่วงใยอย่างหนึ่ง
มู่อวี้เฉิงยังคงไม่พูดอะไร แต่ภายในใจกลับไม่ได้รู้สึกอิจฉาอีกต่อไป มันเหือดหายไปภายใต้คำเกลี้ยกล่อมของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่สิ่งเดียวในตอนนี้คือถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะต้องช่วยให้เขาหายอับอายก่อน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจดี พอเห็นว่าเขายังไม่พูดอะไร เธอก็เขย่งปลายเท้า โน้มตัวลงไปจูบเขาที่อยู่ตรงหน้า
มู่อวี้เฉิงตกตะลึงไปครู่หนึ่ง ไฟที่โหมกระหน่ำถูกจุดขึ้นในใจทันที เขาไม่ได้รู้สึกลังเลอะไรเลย รีบพลิกตัวถงเหมี่ยวเหมี่ยวลงบนโซฟาตามสัญชาตญาณ
จากนั้นก็พูดกระซิบว่า “ผมยกโทษให้คุณ”
เขาก้มศีรษะลงและจูบเธออย่างดุเดือด
“อืม…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวส่งเสียงครางออกมาแต่กลับไม่ได้ขัดขืน เธอคล้อยตามจังหวะของมู่อวี้เฉิง ลิ้มรสรสจูบที่รุนแรงนี้อยู่นาน
ไม่รู้ว่าใช้เวลานานเท่าไหร่ แต่ในขณะที่ทั้งสองคนไม่อยากแยกจากกัน จู่ ๆ เสียงดังเอี๊ยดของบานประตูก็ดังขึ้น ทั้งสองคนตกใจมาก รีบกระโดดออกห่างจากกันแล้วเงยหน้าไปยังทิศทางของเสียงที่ดังขึ้น
“แด๊ดดี้ หม่ามี้” เสี่ยวเป่าเดินออกมาจากห้องนอน
มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวค่อย ๆ หันกลับมามองหน้ากัน สงสัยว่าเสี่ยวเป่าเห็นท่าทางของพวกเขาเมื่อสักครู่นี้หรือเปล่า…
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแสร้งทำเป็นสงบและถามเบา ๆ ว่า “มีอะไร?”
ในความเป็นจริงเธอกำลังหวาดกลัวว่าเสี่ยวเป่าจะพูดอะไรที่ผิดแปลกออกมา
โชคดีที่เสี่ยวเป่าไม่เห็นฉากนั้น เขาแค่เดินออกมาเพราะว่ากระหายน้ำ อยากจะดื่มน้ำสักแก้ว แต่กลับนึกไม่ถึงว่าจะเห็นพ่อแม่นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เขาจึงร้องเรียกหาอย่างมีความสุข
“หม่ามี้ เมื่อกี้คุยกับแด๊ดดี้อยู่เหรอฮะ?” เสี่ยวเป่าถามอย่างสงสัยและเอียงหัวเล็กน้อย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพยักหน้าและเดินเข้าไปอุ้มเขาไว้ในอ้อมแขน “ใช่ เมื่อกี้หม่ามี้กำลังคุยเรื่องป้ากู้ชิงกับแด๊ดดี้อยู่ ป้ากู้ชิงจะแต่งงานแล้วนะ”
เสี่ยวเป่าเบิกตากว้างเมื่อได้ยินเช่นนั้น
“จริงเหรอฮะ! หม่ามี้ ไว้ป้ากู้ชิงแต่งงานแล้ว ผมขอไปเจอป้ากู้ชิงด้วยได้มั้ยฮะ?” เขาถามด้วยความตื่นเต้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้คิดมาก พยักหน้าอย่างมีความสุขและตอบตกลง “ได้สิจ๊ะ”
แต่หลังจากไปถึงบริษัท ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ต้องประหลาดใจเล็กน้อย
นึกไม่ถึงว่าพวกฉินคั่วกับกู้ชิงจะตัดสินใจจัดงานหมั้นกันเร็วขนาดนี้
ยิ่งไปกว่านั้นพวกเขาทั้งสองป่าวประกาศเรื่องงานหมั้นให้คนทั้งโลกรู้แบบโต้ง ๆ จนภายในบริษัทของถงเหมี่ยวเหมี่ยวมีแต่ช่อดอกไม้กับขนมหวานท่วมท้นไปหมด
คนในบริษัทพูดคุยถึงเรื่องการขอแต่งงานที่ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้เห็นกับตาตัวเองเมื่อวานนี้ ดูเหมือนว่าฉินคั่วกับกู้ชิงจะป่าวประกาศเรื่องนี้ให้กับคนทั้งโลกรู้แล้ว
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็สามารถเข้าใจได้ว่านี่คือลักษณะนิสัยของทั้งสองคน ชอบทำอะไรยิ่งใหญ่และเต็มไปด้วย ความเร่าร้อน