พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 938 ทำอะไรไม่ถูก
ตอนที่ 938
ทำอะไรไม่ถูก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่คนมาสาย กู้ชิงจึงเกิดความสงสัย เธอขมวดคิ้วแล้วกวาดสายตามองไปรอบ ๆ แต่ก็ยังไม่เห็นวี่แววของถงเหมี่ยวเหมี่ยวสักที
วันนี้อากาศค่อนข้างดี มีคนออกมาเดินเล่นมากมาย รวมถึงคู่รักที่เดินจับมือกันหวานชื่นผ่านเธอไป เดิมทีกู้ชิงไม่ได้สนใจอะไรเกี่ยวกับพวกนี้เลย แต่ตอนนี้มันกลับทำให้เธอเศร้าใจ
ทว่านี่ไม่ใช่เวลามาคิดอะไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เธอส่ายหัวพยายามขจัดอารมณ์ที่มัวหมองออกไป แต่พอเงยหน้าขึ้น ต้นเหตุของอารมณ์ทั้งหมดก็มายืนอยู่ตรงหน้าเธอ เขาดูตกตะลึงมากและมองดูเธออยู่อย่างนั้น
ปฏิกิริยาแรกของกู้ชิงคือต้องการรีบหนีไป แต่ทันทีที่เธอยกเท้าขึ้นมา เธอกลับหยุดนิ่งและคิดว่าทำไมจะต้องวิ่งหนีด้วย? เธอกัดริมฝีปาก มันไม่จำเป็นสักหน่อย ใช่ว่าเธอทำอะไรผิดไป เธอแค่กำลังรอถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่และการเจอหน้ากันก็เป็นแค่เรื่องบังเอิญเท่านั้น ไม่ส่งผลกระทบต่อความผันผวนทางอารมณ์ได้หรอก
ฉินคั่วเพิ่งจะได้รับคำชวนมาจากถงเหมี่ยวเหมี่ยว ช่วงนี้เขาอารมณ์ไม่ดีมากและไม่อยากออกมาพบปะเพื่อนฝูงเลย ตอนที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโทรศัพท์มาหา เขาอยากจะตอบปฏิเสธไป แต่จู่ ๆ เขากลับนึกถึงกู้ชิง
แม้ว่าจะต้องรู้ข่าวคราวผ่านคนอื่น แต่เขาก็อยากรู้ว่าเธอเป็นยังไงบ้าง? ยังอารมณ์เสียอยู่หรือเปล่า? เศร้าไหม? และเคยคิดถึงเขาบ้างไหม
แต่ฉินคั่วเข้ามายืนอยู่ที่นี่นานแล้วและไม่เห็น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสักที เขาเชื่อว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ใช่คนผิดสัญญาและมีความรับผิดชอบ แต่ภายในชั่วพริบตา เขาก็เห็นที่เฝ้านึกถึงตลอดทั้งวันทั้งคืนยืนอยู่ตรงหน้า
เลือดของฉินคั่วเดือดพล่านขึ้นมา นั่นเธอเหรอ? เธอมาทำอะไร? เดิมทีฉินคั่วคิดจะเดินเข้าไปหา แต่ว่าจะใช้เหตุผลอะไรดีล่ะ? ถ้าเดินเข้าไปหาแล้วกู้ชิงโกรธกว่าเดิมจะทำยังไง? พอคิดแบบนั้น ฉินคั่วก็หยุดเท้าลงชั่วขณะ แต่ในที่สุดเขาอดไม่ได้ไหวที่จะทำตามความรู้สึกของตัวเอง
“กู้ชิง”
คนที่ถูกเรียกเบิกตากว้างเล็กน้อย ดูเหมือนว่าจะยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการกับเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างไรดี จะทำเป็นเมินเฉยหรือจำได้ดีล่ะ กู้ชิงมองดูเขาแล้วเห็นน้ำตาคลอเบ้า ใต้ตาคล้ำเป็นสีเขียว ปกติเขาจะจัดแต่งทรงผมอย่างดี แต่ตอนนี้กลับดูยุ่งเหยิงเล็กน้อย แม้ว่าจะจัดแจงตัวเองก่อนออกมาพบปะเพื่อนฝูงแล้ว แต่ก็ยังมีร่องรอยของความเสื่อมโทรมอยู่
กู้ชิงรู้สึกเจ็บแปลบในใจ แต่สุดท้ายเธอก็เลือกก้มหน้าลงและถามว่า “นายมาทำอะไรที่นี่?”
ฉินคั่วพูดไม่ออกอยู่ครู่หนึ่งจนกระทั่งเห็นความกระวนกระวายใจบนใบหน้าของกู้ชิงจึงตอบว่า “ผมมารอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวน่ะ”
หากเป็นเมื่อสักครู่นี้กู้ชิงยังคิดไม่ออกแต่ตอนนี้เธอคิดออกแล้ว ไม่แปลกใจเลยที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยังไม่โผล่มาสักที แท้จริงแล้วเธอเตรียมการนี้ไว้ให้พวกเขาโดยเฉพาะ กู้ชิงหันหลังกลับเตรียมจะไปขอบคุณความปรารถนาดีกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงที่บ้าน แต่พอฉินคั่วเห็นว่าเธอกำลังจะเดินจากไป เขาก็ไม่รีรอชักช้ารีบจับแขนของเธอเอาไว้
“เดี๋ยวก่อน”
กู้ชิงอยากจะสะบัดมือเขาออกแต่มันกลับถูกจับเอาไว้แน่น เธอไม่สามารถสะบัดมันออกได้ในทันที ทำให้ถูกเขากอดแน่นจนขยับตัวไปไหนไม่ได้
“คุณชายฉิน นี่มันที่สาธารณะนะคะ คุณจะทำอะไร?” กู้ชิงตอบสนองด้วยการพูดถามอย่างเย็นชา
แต่ให้ถูกตำรวจจับตัวไป ฉินคั่วก็จะไม่ยอมปล่อยมือเธอแน่ ๆ แต่แท้จริงแล้วไม่มีตำรวจที่นี่หรอกและการกอดกันสำหรับคู่รักก็ไม่ใช่เรื่องเกินเลย มากที่สุดก็แค่ได้รับความสนใจจากผู้คนรอบข้างเท่านั้นเอง
“ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ผิดสัญญาหรอก เธอจะมา เธอแค่ชวนเรามาด้วยกัน รอแป๊บนะ”
ฉินคั่วรู้สึกผิดหลังจากพูดไปอย่างนั้น ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจะไม่มาปรากฏตัวอย่างแน่นอน เขาไม่ใช่คนโง่เขลา สิ่งที่กู้ชิงเพิ่งคิดออกเขาก็คิดได้เหมือนกัน แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือเขาอยากจะขอบคุณถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากใจจริง ที่ให้โอกาสพวกเขาได้ใช้เวลาร่วมกันแบบนี้
หลังจากนี้อีกสองสามวันเขาจะเตรียมตัวเข้าไปขอบคุณความมีน้ำใจของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
กู้ชิงไม่เชื่อคำพูดเหล่านั้นเลย แต่ทว่าอ้อมกอดนั้นมันช่างอบอุ่นและน่าจดจำจนเธอไม่อาจตัดใจได้ เธอไม่กล้าปล่อยไป แต่เธอยังมีสติและมีเหตุผลอยู่ เธอจึงถอนหายใจแล้วพูดว่า “เข้าใจแล้ว จะปล่อยได้ยัง?”
ฉินคั่วไม่อยากปล่อยแต่ในเมื่อกู้ชิงยอมแล้ว เขาจึงจำใจดึงมือกลับมา ดวงตาของเขายังคงจับจ้องไปที่เธอ หวาดกลัวว่า กู้ชิงจะหลอกเขา
การยืนอยู่ท่ามกลางลมหนาวมันช่างโง่เขลาจริง ๆ กู้ชิงใส่เสื้อผ้าบางกว่าเขามาก ฉินคั่วจึงถอดเสื้อคลุมออกและอยากจะคลุมให้เธอ แต่ใครจะรู้ว่าท่าทางใส่ใจแบบนี้ยังไม่ได้รับแม้แต่สายตาขอบคุณ กู้ชิงหันไปทำหน้าบึ้งใส่และชี้นิ้วไปที่ร้านกาแฟข้าง ๆ “ทำไมเราไม่เข้าไปนั่งในนั้นกัน?”
“ไป ๆ ๆ! เข้าไปช้างในกันเถอะ” ฉินคั่วประหม่ามากจนเหงื่อผุดออกมาจากหน้าผาก กู้ชิงถอนหายใจ สุดท้ายแล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคงจะไม่มาหรอก แต่ทำตัวดี ๆ กับคนโง่พรรค์นี้สักหน่อยก็ไม่เสียหายอะไร
หลังจากเดินเข้ามายังสถานที่อบอุ่น กู้ชิงก็ถอดเสื้อคลุมของเขาออก เธอสวมกระโปรงยาวสีเบจ ดูอ่อนโยนและน่ารักมาก สามารถดึงดูดความสนใจของฉินคั่วได้ในทันที
กู้ชิงรู้สึกอายเล็กน้อยแต่ก็ยังพยายามทำตัวเย็นชาและถามออกไปว่า “คุณถงชวนนายออกมาทำไม?”
หัวสมองของฉินคั่วเต็มไปด้วยผู้หญิงที่น่ารักตรงหน้า จนแทบไม่ได้ฟังว่ากู้ชิงพูดอะไร ถงเหมี่ยวเหมี่ยวชวนเขาออกมากินข้าวด้วยกันเท่านั้น ส่วนเหตุผลที่เขามากับกู้ชิงนั้นแตกต่างออกไป เขาจึงไม่กล้าพูดอะไร
“ฟังอยู่มั้ย?”
“วันนี้คุณดูดีมากเลย”
คำตอบนี้แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงแต่มันกลับทำให้ กู้ชิงหน้าแดงอย่างไม่คาดคิด เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนใจกับคำพูดหวานเลี่ยนของฉินคั่ว ดังนั้นเธอจึงปล่อยคำถามนี้ไป
“มีน้ำพุอยู่ที่ลานกว้างด้วย อยากไปดูมั้ย?”
กู้ชิงมองออกไปข้างนอกหน้าต่างราวกับกำลังรอคนที่ไม่มีวันมาถึง “เราไม่ได้มาเดทกันนะ ถ้านายจะไปก็ไปคนเดียวเถอะ”
“หรือไม่ก็ไปชวนผู้หญิงคนอื่นเถอะ” กู้ชิงยังคงไม่ลืมเหตุการณ์นั้น
ฉินคั่วไม่ได้สนใจประโยคสุดท้ายและพูดบอกว่า “เดี๋ยวอีกสักพักถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คงจะมา เราไปดูกันเถอะ ผมจำได้ว่าคุณชอบ”
เดิมทีกู้ชิงไม่อยากจะตอบตกลง ทว่าผู้ชายคนนี้ตามตื้อเก่งจริง ๆ พอเธออนุญาตให้พาออกไปดูข้างนอกก็เป็นเหมือนกับการยอมอ่อนข้อให้ ฉินคั่วจับสายเสื้อโค้ทของเธอซึ่งมันมีติดไว้เพื่อประดับความสวยงาม เขาคิดว่ากู้ชิงไม่รู้แต่จริง ๆ กู้ชิงรู้ทุกอย่าง เพียงแต่ไม่ได้พูดอะไรออกไป
การเงียบตลอดทางไม่ใช่สัญญาณที่ดี ฉินคั่วพยายามพูดหยิบยกหัวข้อต่าง ๆ ขึ้นมาแต่กู้ชิงกลับแสดงท่าทางไม่แยแสเลย ราวกับว่าแยกจากสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนั้นไม่ได้ ทั้งสองคนเดินตรงไปที่ลานน้ำพุ ปลายนิ้วของกู้ชิงกลายเป็นสีแดงเล็กน้อย พอฉินคั่วเห็นแบบนั้นก็รีบไปซื้อน้ำอุ่นมาประคบให้ความอบอุ่นกับเธอ
แน่นอนว่าเขามอบความอบอุ่นให้มือเธอแต่น่าเสียดายที่เธอไม่ยอมเขาเลย
“ฉันจะไปแล้วนะ” กู้ชิงมองเห็นทุกอย่าง เธอจึงกังวลว่าถ้าเธอไม่รีบปลีกตัวออกมาในตอนนี้เธอจะไม่สามารถหลุดพ้นได้
“เดี๋ยวก่อน”
นี่เป็นครั้งที่สองที่ฉินคั่วจับมือเธอเอาไว้ เธอหยุดเดิน หันหลังกลับมาและมองเข้าไปในดวงตาสดใส
“ดูนั่นสิ”
ดูอะไร? เธอมองตามทิศทางนิ้วของฉินคั่ว ในสายตาของเธอมีเพียงท้องฟ้าที่เงียบสงัด และดวงดาวเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่กระจัดกระจายอยู่
ผุ้บ! จู่ ๆ แสงสีม่วงก็พุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า ระเบิดออกมาเป็นดอกไม้แสนสวยท่ามกลางความมืดมิด มันเหมือนกับการเหนี่ยวนำ สีสันโดยรอบมาจากที่ไหนไม่รู้ระเบิดเป็นประกายอยู่บนฟากฟ้า กู้ชิงแหงนหน้ามองท้องฟ้าด้วยสายตาว่างเปล่าราวกับทำอะไรไม่ถูก