พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 949 ยังมีผมอยู่
ตอนที่ 949
ยังมีผมอยู่
ตลอดหลายวันที่ผ่านมาเธอต้องขลุกตัวอยู่กับพ่อแม่ของมู่อวี้เฉิง และบรรยากาศก็เป็นแบบนี้เสมอจนเธอทนไม่ไหวแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถอนหายใจเบา ๆ เธอทุกข์ทรมานจากเหตุการณ์นี้เหลือเกินจนรู้สึกว่าหัวของเธอกำลังจะระเบิด
ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยากจะพูดระบายกับใครสักคน และจู่ ๆ เธอก็นึกถึงกู้ชิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหันกลับไปมองและเห็นว่ากู้ชิงกำลังมีสีหน้างุนงง เธอจึงเขยิบตัวเข้าไปหาเงียบ ๆ
“กู้ชิง ยุ่งอยู่มั้ย?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสะกิดไหล่เธอเบา ๆ
หลังจากเสียงของหญิงสาวดังขึ้น กู้ชิงก็ได้สติกลับคืนมา “อ๊ะ? ไม่ยุ่งค่ะ” กู้ชิงพูดด้วยน้ำเสียงงงงวย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นกู้ชิงเป็นแบบนั้นก็ยกนิ้วขึ้นมาจิ้มหน้าผาก “เธอนี่หน้ามึนจริง ๆ!”
กู้ชิงไม่พอใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินเช่นนั้นและกลอกตามองบน
“ไป ๆ ๆ เราไปห้องน้ำชากัน” จากนั้นกู้ชิงก็ลาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไปที่ห้องน้ำชา
“เมื่อกี้เธอยืนเหม่ออะไรอยู่?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถามขณะยืนชงกาแฟ
“ฉินคั่วบอกว่าวันนี้จะพาฉันกลับไปเจอพ่อแม่ที่บ้าน ฉันก็เลยคิดว่าต้องระมัดระวังอะไรบ้าง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้ม “ไอหยา กู้ชิงยังกังวลอยู่อีกเหรอ?”
“ใช่ ก็ครั้งแรกนี่คะ จะไม่กังวลได้ยังไง”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบไหล่กู้ชิงแล้วพูดให้ความมั่นใจกับเธอ “ไม่ต้องห่วง แค่ไปเจอหน้าพ่อแม่ ไม่ได้ไปดูเสือที่สวนสัตว์สักหน่อย ไม่ต้องกังวลอะไรหรอก”
แต่ทว่ากู้ชิงยังคงแสดงสีหน้ากังวลมาก “ถ้าได้ไปดูเสือที่สวนสัตว์ฉันอาจจะดีใจมากกว่านี้ก็ได้มั้ย?”
“แล้วไปเจอหน้าพ่อแม่ไม่ดีใจเหรอ?”
“เปล่า ก็ดีใจ แต่เจอกันครั้งแรก ฉันก็กลัวว่าจะมีอะไรผิดพลาด” ใบหน้าของกู้ชิงเต็มไปด้วยความกังวล
“ไอหยา ไม่เป็นไรหรอก”
“แล้วคุณเข้าหาพ่อแม่คุณมู่ยังไงบ้างคะ?” กู้ชิงอยากรู้ประสบการณ์ของคนอื่น
แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่ได้บอกเธอ “ทุกคนมีวิธีการเข้าหาไม่เหมือนกัน ต่อให้ฉันบอกวิธีเข้าหาของฉันให้เธอ แต่กับเธอมันอาจจะใช้ไม่ได้ผลก็ได้ คนสมัยก่อนไม่ได้เหมือนกันไปซะหมดหรอกนะ”
“ที่คุณพูดก็ถูกค่ะ”
ทันใดนั้นเธอก็นึกอะไรบางอย่างออกและหันไปถามว่า “ว่าแต่คุณมาหาฉันมีอะไรคะ?”
“ฉันอยากจะมาระบายอะไรกับเธอสักหน่อยน่ะ ฉันอึดอัดจะตายแล้วอยากจะระบายกับใครสักคน”
กู้ชิงแสร้งทำเป็นคิดหนักอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เบือนหน้าหนีไปด้านข้าง “น่าไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน ฉันไม่ฟังหรอกค่ะ ฉันไม่ฟัง”
“ไอหยา ฟังฉันหน่อยเถอะนะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับกู้ชิงให้หันมาเผชิญหน้ากันอย่างขยันขันแข็ง
“ก็ได้ ว่ามาเลย ทำอย่างกับฉันเป็นถังขยะงั้นแหละ” กู้ชิงกลอกตา
“เธอว่าตัวเองแบบนั้นได้ยังไง? เธอไม่ใช่ถังขยะสักหน่อย” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะเฮอะ ๆ
“เธอรู้อะไรมั้ย? ผู้กำกับกู้คนนั้นน่ะอุตส่าห์ติดต่อกลับมาแล้วแท้ ๆ แต่พ่ออวี้เฉิงกลับไม่ยอมให้ถ่ายหนัง รู้มั้ยว่าทำไมเขาถึงไม่ยอม?”
กู้ชิงส่ายหัว
“เขาบอกว่าจะถ่ายหนังก็ได้นะแต่ต้องไม่ถ่ายกับผู้กำกับคนนี้ เพราะสมัยหนุ่ม ๆ เขาเคยทะเลาะกันมาก่อน ถึงเรื่องจะผ่านไปหลายปีแล้วแต่ก็ยังมีปมนี้อยู่ในใจ แถมยังโมโหมากด้วยจนแม่อวี้เฉิงต้องดึงตัวฉันออกไป”
“แล้วไงต่อ?” กู้ชิงถามอย่างสงสัย
“พอฉันรู้เรื่องแล้วฉันก็รู้สึกว่ามันตลกมาก ฉันพูดแนะนำบอกให้พวกเขาลองคิดดูอีกที แต่พ่ออวี้เฉิงโกรธมากและไม่ยอมพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย”
กู้ชิงหัวเราะเบา ๆ “ต่อเลย”
“แต่ผู้กำกับกู้ก็ยังไม่ยอมแพ้นะ แวะมาหาถึงบ้านบอกว่ามาระลึกวันเก่า ๆ แม่บอกว่าเขากับพ่ออวี้เฉิงเคยขัดแย้งกันสมัยหนุ่ม ๆ เขาควรจะยอมแพ้ไปซะ แต่เขากลับไม่ยอม แวะมาหาถึงบ้านทุกวันจนทำให้โมโห เธอว่ามันใช่เรื่องปะล่ะ”
“แล้วพ่อคุณมู่โมโหเหรอ?”
“ก็ใช่น่ะสิ! ตอนนี้โมโหมากด้วย ฉันทำได้แค่ยืนดูอยู่ ข้าง ๆ ช่วงนี้แม่ก็ยิ่งตัวติดฉันอยู่ ไหนจะพ่ออวี้เฉิงอีก ฉันทนไม่ไหวแล้ว” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตบหน้าผากตัวเอง
กู้ชิงยืนฟังเรื่องราวทั้งหมดและหัวเราะออกมา
“เธอหัวเราะอะไร?”
“ฉันก็แค่อยากหัวเราะน่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า!” กู้ชิงยังคงหัวเราะ
“นี่ฉันมาระบายกับเธอนะ”
กู้ชิงยื่นมือออกไปตบไหล่ถงเหมี่ยวเหมี่ยว “เรื่องนี้น่ะ ฉันคงพูดอะไรไม่ได้มากหรอก อีกอย่างมันเป็นเรื่องของพวกผู้ใหญ่”
“คนหนุ่มสาวอย่างพวกเรา ต่อให้เข้าไปยุ่งเรื่องของพวกผู้ใหญ่ ยังไงก็ไม่ทางแก้ปัญหาได้หรอกจริงมั้ย?”
พอถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินเช่นนั้น ใบหน้าอันประณีตของเธอก็ดูจริงจังขึ้นมาก “เธอพูดถูก ฉันก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน”
ทั้งสองคุยกันจนกระทั่งถึงเวลาเลิกงาน
กู้ชิงมองดูเวลาแล้วพูดว่า “ใกล้ถึงเวลาเลิกงานแล้ว”
จากนั้นเธอก็หยิบกระจกบานเล็ก อุปกรณ์แต่งหน้าออกมาจากกระเป๋าทันทีและเริ่มแต่งหน้า
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางของกู้ชิงแล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น “คนที่บ้านจะมารับเหรอ?”
กู้ชิงพยักหน้า
กริ๊งงง ๆ ๆ
โทรศัพท์ของกู้ชิงดังขึ้น หลังจากกู้ชิงรับสาย เธอก็ลุกขึ้นยืนทันที
“คุณถง ฉันขอตัวก่อนนะคะ ฉินคั่วมารอที่ชั้นล่างแล้ว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเงยหน้าขึ้นและโบกมือไล่ “ไป รีบไปเถอะ เดินทางปลอดภัยนะ!”
“ค่ะ คุณก็เหมือนกัน” กู้ชิงบอกลาและเดินออกไป
ฉินคั่วกำลังยืนพิงรถยนต์รอคอยอยู่ที่ชั้นล่าง
“ไปกัน” กู้ชิงเปิดประตูรถยนต์และลงไปนั่งข้างคนขับ
ฉินคั่วยิ้มและจูบแก้มด้านข้างของกู้ชิง “กลับบ้านกัน วันนี้ผมบอกพ่อแม่แล้วว่าจะพาคุณกลับบ้านไปหารือเรื่องงานหมั้น”
กู้ชิงยังคงกังวลมาก “นายว่าพ่อแม่นายจะไม่ชอบฉันมั้ย?”
ฉินคั่วยิ้มเบา ๆ “ไม่หรอก จะไม่ชอบคุณได้ยังไงล่ะ?”
กู้ชิงก้มหน้าลง บิดนิ้วตัวเองเล่นก่อนจะพูดเบา ๆ ว่า “แต่ฉันกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี กลัวว่าพวกเขาจะไม่ชอบฉัน”
ฉินคั่วลูบผมกู้ชิง “ไม่หรอก ก็แค่กินข้าวกับพวกเขาและคุยเรื่องงานหมั้น ถึงทำไม่ดียังไงก็ยังมีผมอยู่ จริงมั้ย?”
กู้ชิงจึงส่งเสียงอืมเบา ๆ และบอกว่า “ไปกันเถอะ!”
“คุณทำอย่างกับจะไปดูเสือที่สวนสนุกยังไงยังงั้น” ฉินคั่วอดไม่ได้ที่จะหัวเราะ
กู้ชิงหันหน้าไปมองด้วยความประหลาดใจ “ทำไมนายพูดแบบเดียวกับคุณถงเป๊ะเลยล่ะ?”
“ก็เพราะว่าท่าทางคุณดูเหมือนมาก!”
กู้ชิงส่งเสียงฮึดฮัดอย่างไม่สบอารมณ์ “ไม่เถียงกับนายแล้ว! แต่ฉันกลัวจริง ๆ นะ กลัวว่าผู้ใหญ่จะไม่ชอบฉัน ถ้าเกิดฉันทำพลาดขึ้นมาจะทำยังไงดี?”
“หรือถ้าพวกเขาไม่พอใจกับการกระทำของฉัน ถ้าไม่มีทางแก้ไขได้เลย ฉันควรจะทำยังไง?”
ฉินคั่วจึงพูดปลอบว่า “ผมจะรับผิดชอบทุกอย่างเอง ไม่ต้องห่วง คุณต้องเชื่อมั่นในตัวเองสิ คู่หมั้นของผมเก่งจะตาย พวกเขาจะไม่ชอบได้ยังไง?”