พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 951 หมั้นหมาย
ตอนที่ 951
หมั้นหมาย
กู้ชิงรู้สึกสบายใจมากขึ้นเมื่อได้อยู่ในอ้อมกอดของฉินคั่ว กระทั่งคลื่นความอบอุ่นแผ่กระจายออกมาทางด้านหลัง กู้ชิงก็ผล็อยหลับไป
ทั้งสองนอนพักกันอยู่สักพักจนกระทั่งตอนเย็น กู้ชิงก็สวมชุดกระโปรงหางปลาที่ฉินคั่วเคยสั่งทำไว้ให้ ชุดนี้ดูสง่างามและลึกลับมาก
“ฉินคั่ว แบบนี้มันไม่ดูอลังการไปหน่อยเหรอ?” กู้ชิงดูกังวลเล็กน้อย ฉินคั่วจึงปรับแต่งชุดเธอให้ดูเรียบร้อยขึ้น พร้อมกับยิ้มร่าเริงและพูดว่า “จะอลังการอะไรล่ะครับภรรยา แบบนี้แหละสวยที่สุดแล้ว!”
“แต่ว่า…” ที่มีแต่พวกผู้ใหญ่ทั้งนั้น! กู้ชิงยังไม่ทันพูดจบดี ฉินคั่วก็ลากเธอออกไปข้างนอกเสียก่อน ฉินคั่วยิ้มแล้วพูดว่า “เอาล่ะ สวยแล้ว ไม่เยอะไปหรอก! ไปกันเลยมั้ยภรรยา?”
กู้ชิงจึงต้องจำใจเดินตามเขาไป
งานเลี้ยงอาหารค่ำของบ้านตระกูลฉินจัดขึ้นที่ดาดฟ้ากลางแจ้ง ในงานเลี้ยงมีแค่คนสามคนที่เข้าร่วมเท่านั้น พ่อฉินไม่อยากทำอะไรให้ยุ่งยากจึงลงมือทำอาหารมื้อนี้เอง จัดแจงเตรียมอาหารตระการตาและดูน่าอร่อยมาก ส่วนแม่ฉินนั่งอยู่ที่โต๊ะ คอยชะโงกหน้ามองดูบานประตู กระทั่งเห็นกู้ชิงเดินเข้ามา ดวงตาของแม่ฉินก็เป็นประกาย แสดงออกถึงความปลาบปลื้มใจอย่างหาที่สุดไม่ได้
“พ่อครับ แม่ครับ พวกเรามาแล้ว!” ทั้งสองคนพูดพร้อมกัน ทำให้พ่อฉินแม่ฉินหันมามองแล้วยิ้ม
กู้ชิงดึงชายกระโปรงด้วยท่าทางเก้ ๆ กัง ๆ จนฉินคั่วต้องดึงเธอไปนั่งลงที่โต๊ะ เธอถึงได้นั่งลงอย่างมั่นใจ
“ลูกจ๋า ไม่ต้องเกรงใจ นี่บ้านเราเอง ไม่มีอะไรต้องกลัว!” แม่ฉินสังเกตเห็นว่ากู้ชิงมีท่าทางเกรงใจจึงพูดบอก
“ค่ะ!” กู้ชิงพยักหน้า จากนั้นก็เห็นฉินคั่วที่นั่งอยู่ด้านข้างถูกพ่อฉินทุบ
“พ่อ จะมาทุบผมอีกทำไมล่ะ?” ฉินคั่วน้อยใจ ไม่ว่าเขาจะเป็นจอมกะล่อนขนาดไหนแต่พอมาอยู่ต่อหน้าพ่อฉิน เขากลับกลายเป็นเด็กน้อยที่อ่อนประสบการณ์
“มัวแต่กินเองคนเดียว ไม่ดูบ้างหรือไงว่าลูกสะใภ้หิวแล้วหรือยัง?” พ่อฉินพูดอย่างไม่สบอารมณ์
ฉินคั่วพร่ำบ่นเบา ๆ แล้ววางตะเกียบลง เขากวาดสายตามองกู้ชิงแล้วยิ้มออกมา มีความอบอุ่นและความอ่อนโยนแฝงอยู่ในรอยยิ้มนั้น
“ไม่ต้องไปสนใจเจ้าพวกผู้ชายหรอก!” แม่ฉินหันมามองด้วยความหงุดหงิด ทันใดนั้นผู้ชายตัวโตสองคนก็รีบก้มหน้าก้มตา ไม่กล้าพูดอะไร
“ผู้ชายพวกนี้จะไปรู้อะไร แม่ถามหน่อยสาวน้อย เมื่อไหร่จะชวนครอบครัวหนูมาเจอกันสักที เราจะได้เจอกัน กินข้าวด้วยกันและถ้าเป็นไปได้ก็กำหนดวันหมั้นมาเลย”
กระทั่งอีกฝ่ายพูดจบ กู้ชิงก็หน้าแดงมากจนไม่สามารถเงยหน้าขึ้นมาได้ แม่ฉินรู้อยู่แก่ใจว่าเธอหน้าแดงเพราะอะไร
“อีกอย่างถ้าช่วงนี้พวกหนูไม่ยุ่งอะไรก็พักอยู่ที่นี่ต่ออีกสักสองสามวันเถอะ!” แม่ฉินพูดอย่างใจกว้าง “ไหน ๆ ก็ได้เจอหน้าญาติผู้ใหญ่แฟนแล้วจะมามัวเขินอายอะไรอีกล่ะ?”
“หนู…” ปกติกู้ชิงจะเป็นคนช่างพูดในแวดวงธุรกิจแต่ตอนนี้เธอกลับไม่รู้ว่าจะพูดอะไรดี พอแม่ฉินพูดแบบนี้เธอก็หันไปมองขอความช่วยเหลือจากฉินคั่ว เห็นได้ชัดว่าคำพูดของแม่ฉินสื่อออกมาอย่างชัดเจนจนฝ่ายชายดึงเก้าอี้เขยิบเข้ามานั่งใกล้เธอมากขึ้น และภายในชั่วพริบตาใบหน้าหล่อเหลาของเขาก็ขยายใหญ่ตรงหน้าเธอ ดวงตากลมโตเหมือนลูกท้อขยับเขยื้อนเล็กน้อย มุมปากยกยิ้มอย่างมีเลศนัย
“ใช่แล้ว ลูกสะใภ้ แม่เราพูดถูก คุณไม่ได้อยู่ใกล้ผมมานานแล้ว ทำไมเราไม่ใช่โอกาสนี้ระลึกความหลังกันสักหน่อยล่ะ!”
กู้ชิงถูกเขากดดันจนไม่รู้จะทำยังไง เธอพยักหน้าเล็กน้อยและตอบตกลงตามเขา
“เยี่ยมมากลูกสะใภ้ คุณไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้นแหละ ในห้องผมมีทุกอย่างพร้อมหมดแล้ว!” ฉินคั่วพูดออกมาอย่างกระตือรือร้นราวกับว่าเขาคิดอะไรบางอย่างออก เขารีบลุกขึ้นแล้วพูดว่า “พ่อแม่ ผมยังไม่กินนะ เดี๋ยวไปช่วยชิงชิงจัดของก่อน เธอเพิ่งจะเคยมาที่นี่ครั้งแรก ให้ทำคนเดียวคงจะไม่สะดวก”
“ใจร้อนจริง!” แม่ฉินพูดตำหนิก่อนจะมองไปที่แผ่นหลังของฉินคั่ว “เจ้าเด็กนี่ กินข้าวให้เสร็จก่อนสิ!”
“ช่างมันเถอะ ปล่อยมันไป!” พ่อฉินพูดห้ามภรรยาไม่ให้เรียกเขากลับมาและพูดแนะนำ
แม่ฉินส่งเสียงฮึดฮัดเล็กน้อย ดูเหมือนจะไม่พอใจกับคำพูดของพ่อฉิน พ่อฉินตกใจจนทำตัวไม่ถูก มือไม้ยุ่งเหยิงจนลืมกู้ชิงที่นั่งอยู่ด้านข้างไปเสียสนิท กู้ชิงมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วว่ามันน่าสนใจดี
เธอเคยคิดว่าตระกูลผู้ดีจะต้องเป็นอีกแบบ แต่มันกลับเป็นแบบนี้นี่เอง
กู้ชิงยังไม่ทันได้ปฏิเสธอะไร ฉินคั่วก็จัดการกับกระเป๋าของเธอเรียบร้อยแล้ว ทั้งกระเป๋าใบใหญ่ใบเล็กที่ถูกโยนใส่รถยนต์คันหรูก่อนหน้านี้ถูกฉินคั่วย้ายมันทั้งหมดเข้าไปในบ้าน กว่ากู้ชิงจะได้สติกลับคืนมาเธอก็มายืนอยู่ตรงหน้ากระจกบานใหญ่และเห็นว่าฉินคั่วกำลังท่าทางล้อเลียนแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ กู้ชิงอยู่
“ฉินคั่ว! นายเร็วมาก!” กู้ชิงทำอะไรไม่ถูก ชี้นิ้วไปที่ฉินคั่วแต่กลับพูดไม่ออก
“ก็กลัวภรรยาผมจะหนีไปไงล่ะ? ภรรยาผมเป็นเก่งมาก เกิดหนีไปกับคนอื่น ผมไม่เสียใจตายเลยเหรอ?” ฉินคั่วพูดขณะยิ้มแหย่ ๆ ก่อนจะเดินเข้าไปกอดกู้ชิง ซุกหน้าลงบนซอกคอเธอและสูดดมด้วยความพึงพอใจ
“ภรรยาผมหอมจัง!” ฉินคั่วพูดโดยไม่คิดอะไร แต่กู้ชิงกลับตอบสนองด้วยการตีเขา
“ฉินคั่ว นายนี่มันจอมกะล่อนจริง ๆ!” กู้ชิงตบฉินคั่วอย่างไม่สบอารมณ์อยู่หลายที “นายไม่ได้พูดแบบนี้กับฉันคนเดียวใช่มั้ย? ฉินคั่ว นายเคยพูดหลอกลวงใครแบบนี้มาก่อนหรือเปล่า?”
“ไม่เคย!” ฉินคั่วตอบรับด้วยน้ำเสียงจริงจังแล้วดึงกู้ชิงมากอดแน่น ๆ จ้องมองเข้าไปในดวงตาของเธอ “ผมพูดแบบนี้กับคุณคนเดียวเท่านั้นแหละ คนอื่นเหรอ เฮอะ พวกนั้นไม่คู่ควรเลยสักนิด…”
อาจเป็นเพราะสายตาคู่นั้นอ่อนโยนและเต็มไปด้วยความใส่ใจ จนทำให้กู้ชิงค่อย ๆ อ่อนระทวยราวกับว่ากำลังจมดิ่งไปในความรู้สึกนั้น
“ฉินคั่ว จำคำพูดของนายไว้นะ!” กู้ชิงพูดด้วยความลังเลเล็กน้อยและจูบริมฝีปากของฉินคั่ว
ฉินคั่วรู้สึกสั่นสะท้านไปทั่วทั้งร่างกายราวกับโดนฟ้าผ่า เขาไม่อาจต้านทานได้อีกต่อไป จับศีรษะของเธอเอาไว้แน่นราวกับต้องการจะฝั่งเธอเข้าไปในร่างกาย
ทำให้ภายในห้องเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่คลุมเครือ
วันรุ่งขึ้น ทั้งสองตื่นขึ้นมาเพราะได้ยินเสียงชามกระทบกัน กู้ชิงเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้นมา เธอมองผ่านบานประตูที่แง้มอยู่และเห็นว่าแม่ฉินกำลังยืนทำสีหน้าคลุมเครือ “ดูแล้วแม่น่าจะมาผิดเวลาไปหน่อย”
น้ำเสียงของแม่ฉินแผ่วเบามากจนกู้ชิงรู้สึกอาย แต่จากนั้นเธอก็นึกขึ้นได้ว่าเธอกำลังอยู่ในสภาพที่แต่งกายไม่เรียบร้อย เธอจึงรู้สึกตื่นตระหนกขึ้นมาทันที
“จะให้แม่ยืนมองพวกเธอจากนอกห้องเหรอ? หนุ่มสาวพวกนี้นิไม่รู้จักปิดประตูเลย!” แม่ฉินทำอะไรไม่ถูกก่อนจะปิดประตูให้พวกเขา
กระทั่งทั้งสองจัดแจงเสื้อผ้าตัวเองเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมา พ่อฉินแม่ฉินกำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะ พอได้ยินเสียงพวกเขาก็หันไปมองหน้ากัน จนทำให้กู้ชิงหน้าแดง รู้สึกอายจนไม่กล้าสู้หน้า
“แม่ ภรรยาผมเป็นคนขี้อายน่ะ พวกแม่อย่าแกเธอสิครับ!” ฉินคั่วพูดพร่ำบ่นขณะเดินเข้ามา ในบ้านเขาเหมือนเด็กยังไม่โตแต่มักจะคอยปกป้องกู้ชิงเสมอ
“โตแล้วแม่พูดอะไรไม่ได้เลยนะ!” แม่ฉินแซว แต่ทั้งสองคนก็ยังต้องรู้จักควบคุมตัวเอง ไม่อย่างนั้นทีหลังจะลำบากเข้าใจไหม?
“แม่!” ฉินคั่วพูดเสียงดัง แต่แม่ฉินกลับยิ้มและชวนพวกเขาทั้งสองลงมากินข้าว
และพิธีหมั้นระหว่างทั้งสองก็ถูกตัดสินในวันนี้เช่นกัน กู้ชิงนึกไม่ถึงว่ามันเกิดขึ้นรวดเร็วขนาดนี้