พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 952 ต่อต้านเขา
ตอนที่ 952
ต่อต้านเขา
“วันนี้เธอจะอยู่ในสภาพนี้ทั้งวันเลยหรือไง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูกู้ชิงด้วยสายตาของคนเป็นแม่ที่แฝงไปด้วยความไม่เข้าใจ นับตั้งแต่วันนี้ที่เจอหน้า เธอยังหน้าแดงไม่หายเลยแถมยังดูงุ่มง่ามมากอีกด้วย
กู้ชิงแสร้งทำเป็นหน้านิ่ง กระแอมไอสองครั้งก่อนจะปรับสีหน้ากลับมาเป็นปกติ “ฉันไม่เป็นไรสักหน่อย”
จะไม่เป็นไรได้ยังไง? เธออายมากที่ถูกแม่ของฉินคั่วจับได้ กระทั่งเรื่องนี้จบลงแล้วใบหน้าของเธอก็ยังไม่หายร้อนผ่าวเลย
“วันนี้เราจะไปเจอผู้กำกับกัน จากนั้นก็…” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจงใจแกล้งพูดติดตลก “ไปงานหมั้นของเธอ”
เมื่อกล่าวขานถึงงานหมั้นกู้ชิงก็หน้าแดงอีกครั้ง ในตอนนั้นเธอจะต้องเผชิญหน้ากับแม่ฉินอีก และไม่รู้ว่าหลังจากนี้เธอ จะเผชิญหน้ากับแม่สามีในอนาคตได้ยังไง
กู้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ภารกิจในตอนนี้คือต้องไปพบผู้กำกับกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว ไม่ใช่มุ่งความสนใจไปที่เรื่องของตัวเอง
แต่ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่ยอมปล่อยเธอ นับว่าเป็นผลจากการผลักดันอย่างหนักของเธอทำให้สุดท้ายทั้งสองก็ได้ครองคู่กัน ตอนนี้ถ้าไม่รีบตักโกยผลประโยชน์เอาไว้ เมื่อทั้งคู่มาขายขนมจีบต่อหน้าเธอเธอก็อาจจะรู้สึกแย่ก็ได้ที่ไม่มีอะไรให้จดจำ
“งานเลี้ยงก็จัดเร็วซะเหลือเกินนะ ดูเหมือนฉินคั่วจะทนรอพาเธอเข้าบ้านไม่ไหวแล้วสิ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจงใจพูดซุบซิบจนกู้ชิงถึงกับต้องกลอกตาใส่ แต่โคนหูของเธอกลับกลายเป็น สีแดง เผยให้เห็นความเขินอายในตัวเธอ
“แต่เธอก็ตกลงได้นะ ดูเหมือนเธอจะทนไม่ไหวแล้วเหมือนกัน”
“หยุด… หยุดพูดเถอะ” ประโยคแรกถูกพูดออกมาอย่างติด ๆ ขัด ๆ ขณะที่กู้ชิงกำลังงุนงงอยู่ ทั้งสองก็เดินทางมาถึงหน้าประตูห้องทำงานของผู้กำกับกู้แล้ว
ผู้กำกับกู้มีชื่อเสียงโด่งดังในอุตสาหกรรมภาพยนตร์และไม่มีประวัติมืดมน คราวนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงมาหารือเรื่องบทภาพยนตร์กับเขา
อันที่จริงมันเป็นแค่ขั้นตอนพิธีการเท่านั้น สองคนจัดแต่งเสื้อผ้าตัวเองให้เรียบร้อยและเดินเข้าไปเคาะประตูห้อง
ไม่นานหลังจากนั้นก็มีคนออกมาต้อนรับพวกเธอ ผู้กำกับกู้ไม่ได้ออกมาต้อนรับด้วยตัวเอง คงพอเดาได้ว่าผู้หญิงสองคนอายุยังน้อยก็เลยอยากจะหลีกเลี่ยงการถูกเข้าใจผิด ผู้ช่วยจึงถือบทภาพยนตร์เข้ามาและบอกให้ทั้งสองลองอ่านมัน
มันเป็นแค่ฉากคัตซีนเท่านั้นและกู้ชิงก็ไม่ได้สนใจอะไรมากนัก ส่วนถงเหมี่ยวเหมี่ยวหยิบมันขึ้นมาเปิดพลิกดูอย่างรวดเร็ว
นี่คือบทละครเกี่ยวกับเรื่องราวความรัก กล่าวถึงความสัมพันธ์อันซับซ้อนได้งดงามมาก ผู้กำกับกู้ไม่ได้เป็นเพียงผู้กำกับยอดฝีมือในวงการภาพยนตร์เท่านั้นแต่งานเขียนของเขายังแตกต่างออกไปอีกด้วย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งอ่านอยู่สักพักจนเกือบจะหมดเล่ม เธอรู้ว่ามันไม่สะดวกจึงไม่ได้ขอเข้าไปพบผู้กำกับกู้ หลังจากพูดขอบคุณสั้น ๆ เธอก็เดินกลับออกไป
กว่าจะกลับออกมาข้างนอกอากาศก็เริ่มหนาวเย็นแล้ว หัวสมองของกู้ชิงมีแต่เรื่องงานหมั้นและฉินคั่ว ตามจริงเธอวางแผนจะเดินกลับแบบนี้ แต่ถ้าไม่ถูกถงเหมี่ยวเหมี่ยวลากขึ้นรถก่อนก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปถึงไหน!
“เธอหมั้นแล้วถูกฉินคั่วจองจำสติไปหมดเลยหรือไง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดอย่างไม่สบอารมณ์ อันที่จริงเธอตั้งใจจะพาอีกฝ่ายออกมาผ่อนคลายแต่พอหันกลับไปอีกทีก็แทบจะไม่เห็นตัวอีกฝ่ายแล้ว
พอได้ว่ากู้ชิงหน้าแดงอีกครั้ง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็กลอกตาและหยุดพูด ไม่อย่างนั้นเพื่อนของเธอได้แก้มแตกแน่ ๆ
ถ้ากล่าวถึงงานหมั้นระหว่างกู้ชิงกับฉินคั่ว คนที่ตื่นเต้นมากที่สุดคงจะเป็นเสี่ยวเป่า หลังจากรับรู้เรื่องนี้เขาก็เริ่มนับวันถอยหลัง กังวลเรื่องนี้มากกว่าวันเกิดของเขาเองเสียอีก คงอาจเป็นเพราะว่าเขาชอบกู้ชิง
แต่ถ้าเขาต้องเห็นชายคนอื่นจับมือกับป้ากู้ชิงสุดที่รักของเขา เขาคงจะไม่มีความสุขขนาดนี้แน่ ๆ
หลังจากเสี่ยวเป่าตั้งตารอคอยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยมาหลายวัน ในที่สุดวันหมั้นก็มาถึง เสี่ยวเป่าแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยตั้งแต่เช้าตรู่ นั่งลงที่โต๊ะอาหารอย่างกระตือรือร้น ส่วนพ่อแม่ของเจ้าเด็กชายยังใส่ชุดนอนอยู่แต่กลับไม่ได้รู้สึกอายแม้แต่น้อย
“ทำไมเขาตื่นเต้นขนาดนี้?” มู่อวี้เฉิงมองดูด้วยความไม่เข้าใจ ตามความคิดของผู้ใหญ่ แม้ว่านี่จะเป็นงานสำคัญของป้าคนโปรด แต่มันก็หมายความว่ากู้ชิงกำลังจะต้องผูกพันกับผู้ชายคนอื่นตลอดไป
ในฐานะคนขี้อิจฉา ถ้าเขาต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้เขาคงจะระเบิดออกและไม่มีความสุขเลย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คิดแบบนั้น แต่เขายังเป็นเด็กอยู่ พอเห็นเขามีความสุขมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็พูดว่า “ปล่อยให้ลูกมีความสุขไปเถอะ”
เธอแสดงสีหน้าลำบากใจ ส่วนมู่อวี้เฉิงก็ไม่ได้ขัดคำขอ คู่สามีภรรยาเข้าใจกันโดยปริยายแม้จะไม่พูดอะไร และปล่อยให้เสี่ยวเป่ามีความสุข
แม้ว่าครั้งนี้จะเป็นเพียงการหมั้นหมาย แต่กู้ชิงก็สวมใส่ชุดเดรสสีขาวโดยไม่มีเหตุผลอื่น เพียงเพราะฉินคั่วบอกว่าสีขาวเป็นสีที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเธอ หญิงสาวผู้หลงใหลในความรักจึงยอมรับมันแต่โดยดี ไม่ลังเล
พวกเขาสองคนจับมือกันอยู่เสมอ จ้องมองกันและกันด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับน้ำตาไหล แต่มู่อวี้เฉิงกลับเฉย ๆ แค่คนสองคนกลายมาเป็นคู่รักกันไม่ทำให้เขารู้สึกว่ามันพิเศษตรงไหน
ทว่าเสี่ยวเป่าที่นั่งอยู่ระหว่างกลางสองคนกลับมีสีหน้ามืดมน ดูคล้ายคลึงกับมู่อวี้เฉิงอยู่พอสมควร แต่สีหน้านี้กลับไม่ได้คงอยู่นานและแปรเปลี่ยนเป็นสีหน้าเศร้าใจแทน
“ป้ากู้ชิง…” เสียงโศกเศร้าดังขึ้นจนกู้ชิงที่แต่เดิมชอบเสี่ยวเป่ามากอยู่แล้ว รีบเดินเข้าไปกอดทันทีที่ได้ยินเสียงและถามว่า “เป็นอะไรไปจ๊ะ?”
ในขณะที่กู้ชิงไม่สังเกตเห็น เสี่ยวเป่าก็ทำหน้ายียวนแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ฉินคั่ว
ฉินคั่วหงุดหงิดมาก ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าเด็กคนนี้เป็นอะไรไป แต่ตอนนี้เห็นได้ชัดว่าเจ้าเด็กนั่นจงใจต่อต้านเขา!
ถ้าเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับมู่อวี้เฉิง เขาคงจะรักษาหน้าตัวเองโดยการไม่พูดอะไร และมีโอกาสสูงที่เขาจะไม่ตอบโต้กับเด็ก ๆ ต่อหน้าคนอื่น ทว่าฉินคั่วไม่ใช่คนแบบนั้น
“ชิงชิง ชอบเด็กเหรอ?” เขามองดูเธอด้วยสายตาอ่อนโยน เดินก้าวเข้าไปหาและวางมือลงบนบ่าของกู้ชิง
“รอเราแต่งงานกันก่อน แล้วเรามามีลูกกันเยอะ ๆ เลยนะ เอาให้เยอะ ๆ เลย”
เขาพูดเน้นบางคำจนทำให้เสี่ยวเป่าทำปากยื่นปากยาว ใช้ข้อได้เปรียบของความเป็นเด็กแล้วพูดว่า “แต่ลุงฉินไม่เห็น จะหล่อเลย ถ้าลูกออกมาหน้าตาเหมือนลุงจะทำยังไงล่ะ?”
หลังจากได้ยินคำพูดของฉินคั่ว กู้ชิงก็กำลังจะบอกเขาว่าอย่ามาทำตัววุ่นวาย แต่หลังจากได้ยินคำตอบโต้ของเสี่ยวเป่าเธอก็หลุดหัวเราะออกมา
นี่เป็นครั้งแรกที่ฉินคั่วได้ยินคนอื่นบอกว่าเขาไม่หล่อ ถ้าไม่เห็นแก่กู้ชิง เขาคงจะทำสงครามกับเจ้าเด็กนี่ไปแล้วและไม่สนใจหรอกว่าอีกฝ่ายจะอายุเท่าไหร่
อย่างไรก็ตามเมื่อคิดได้ว่าผู้หญิงตรงหน้าคือของเขา เจ้าเด็กผีทำได้มากสุดก็แค่พูดยียวนกวนประสาท ฉินคั่วที่มีความคิดไม่ค่อยดีนักก็โน้มตัวลงไปจูบกู้ชิงเพื่อประกาศความเป็นเจ้าของ
“ลุง! มาแอบจูบป้าได้ยังไง?” เสียงดังกล่าวดังขึ้นพร้อมกับมือเล็ก ๆ ที่ผลักไสฉินคั่วออก กู้ชิงถอยหลังกลับไปหนึ่งก้าวและมองดูฉินคั่วอย่างทำอะไรไม่ถูก
ผู้ใหญ่ห้ามถือสาเด็ก ฉินคั่วต้องท่องประโยคนี้อยู่หลายครั้งกว่าจะยับยั้งความหงุดหงิดของตัวเองได้
“เอาล่ะ งานหมั้นจะเริ่มแล้ว”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูละครมามากพอแล้วและถึงเวลาที่จะปล่อยให้ทั้งสองคนได้อยู่ด้วยกันบ้าง เธอยื่นมือออกไปหวังจะเข้าไปอุ้มเสี่ยวเป่า แต่เด็กน้อยกลับกอดคอกู้ชิงเอาไว้แน่น ไม่ยอมปล่อยมือ
ในที่สุดฉินคั่วก็ตัดสินใจจะลงมือเอง เสี่ยวเป่าจำใจปล่อยมือออกแต่ยังคงทำหน้าตาบูดบึ้งอยู่