พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 953 สนใจหนังมากกว่าฉัน
ตอนที่ 953
สนใจหนังมากกว่าฉัน
พิธีงานหมั้นค่อนข้างเรียบง่าย ทั้งสองคนแค่แลกเปลี่ยนแหวนหมั้นกัน สำหรับพิธีการนี้ ฉินคั่วรู้สึกประหม่าอยู่นานจนทำได้ไม่ดีนัก มันไม่มีเหตุผลอื่น เพียงแค่มือเขาสั่นอยู่หลายนาทีจนในที่สุดกู้ชิงก็คว้ามือของเขาและสวมแหวนเข้าไป
แหวนบนนิ้วมือของทั้งสองเติมเต็มกันและกันมาก ฉินคั่วยิ้มหน้าชื่นบานตั้งแต่เริ่มต้นยันจบพิธีการ ไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขามีความสุขขนาดนี้ ยิ้มจนหน้าบานไปหมด
แน่นอนว่าเสี่ยวเป่าไม่พอใจมาก แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มที่แม้จะพยายามฝืนเอาไว้แต่ก็ดูเต็มไปด้วยความสุขของกู้ชิง เจ้าตัวน้อยก็เก็บความไม่พอใจเอาไว้ในใจ และเปลี่ยนเป็นอวยพรจากใจจริง
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวร้องไห้ออกมาจริง ๆ แม้จะร้องไห้ก็ยังดูสง่างามอยู่มาก น้ำตาของเธอไหลออกมาไม่ขาดสายจนหลายคนเริ่มคิดจินตนาการว่าเธอเป็นแฟนเก่าของใครสักคนหรือเปล่า
เสี่ยวเป่ายุ่งอยู่กับการมองดูคู่รักข้าวใหม่ปลามัน ส่วนมู่อวี้เฉิงที่อยู่ด้านข้างคอยยื่นกระดาษทิชชูให้เธอ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้เห็นปัญหาทุกอย่างในความสัมพันธ์ของทั้งสอง ทำให้เมื่อมองดูฉากนี้เธออดจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ไหว
ตามขั้นตอน ทั้งสองคนกล่าวขอบคุณญาติผู้ใหญ่ของกันและกัน แต่พอกู้ชิงนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้นเธอก็กลับมาหน้าแดงอีกครั้ง ขณะที่ฉินคั่วดูปกติดีมาก เพราะท้ายที่สุดอีกฝ่ายคือแม่ของตนเอง ถ้าเป็นแม่ของกู้ชิงเขาคงจะรู้สึกเหมือนฝันร้าย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากไปหลังจากพิธีงานหมั้นสิ้นสุดลงแล้ว เธอหวังว่าพวกเขาจะมีชีวิตคู่ที่มีแต่ความสุข เสี่ยวเป่ารู้สึกไม่พอใจกับเหตุการณ์ตรงหน้า เขายังพูดบางอย่างต่อหน้าป้ากู้ชิงอีกสองสามคำ แต่คะแนนเสียงเป็นสองต่อหนึ่ง ทำให้เขาพ่ายแพ้ราบคาบ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้ามานั่งในรถยนต์ หลังจากวันที่วุ่นวายผ่านพ้นไป เธอก็รู้สึกเหนื่อยล้าจนไม่มีแรง เธอเอนตัวพิงมู่อวี้เฉิงแล้วพูดว่า “พวกเขาน่ารักจัง”
มู่อวี้เฉิงรู้ว่าเธอกำลังพูดถึงงานหมั้นของคนอื่น คนที่ร้องไห้ในงานแต่งคนอื่นมักจะเป็นคนที่ไม่มีความสุขในงานแต่งงานของตัวเอง ไม่รู้ว่าทำไมจู่ ๆ มู่อวี้เฉิงก็นึกถึงประโยคนี้ ทำให้เขากระชับมือแน่นขึ้น
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจมอยู่กับในของงานหมั้นจนไม่ทันสังเกตเห็น
“พวกเขาเป็นคู่รักที่ดีที่สุดในใจคุณเลยมั้ย?”
“ใช่” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะโดยปกติแล้วเธอจะไม่นึกถึงปัญหาดังกล่าว
แต่ทว่ามู่อวี้เฉิงไม่คิดอย่างนั้น เขาครุ่นคิดอยู่นานและในที่สุดก็ฝังใบหน้าลงบนซอกคอของถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยความรู้สึกหดหู่
ช่างเถอะ ไม่ว่ายังไงเธอก็อยู่ในกำมือเขาแล้ว ถ้าเธอคิดว่านี่ยังไม่มีความสุขพอ เขาก็ยังมีเวลาทำให้เธอมีความสุขมากกว่านี้
เขาจะไม่มีวันปล่อยให้ผู้หญิงของเขาอิจฉาความรักของคนอื่น เขาจะมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับเธอ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นและพิงกายอยู่ในอ้อมแขนของมู่อวี้เฉิง ความสุขของแต่คนแตกต่างกัน สำหรับกู้ชิง แบบนั้นคงจะมีความสุขที่สุด แต่สำหรับเธอ…
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลูบหัวเสี่ยวเป่าที่ผล็อยหลับไปแล้ว และไม่รู้ว่าสามีกำลังทำอะไรอยู่ด้านหลัง จากนั้นเธอก็ยิ้มบาง ๆ
ความสุขเท่านี้ก็ถือว่าเพียงพอสำหรับเธอแล้ว และนี่คือความสุขที่เหมาะสมที่สุดสำหรับเธอ
ทั้งสองคู่ดูรักใคร่และสงบสุขกันดี แต่ทางด้านของ มู่หงจวิ้นกลับไม่เป็นเช่นนั้น การปรากฏตัวของผู้กำกับกู้ทำให้ชีวิตคู่ที่ราบรื่นเริ่มตึงเครียด
ช่วงนี้ลิ่นอวี๋เหยียนไม่ค่อยสนใจมู่หงจวิ้นเท่าไหร่นัก เธอทุ่มเทกายใจให้กับการถ่ายทำภาพยนตร์ แม้ว่าจะเป็นหัวหน้าครอบครัวแต่มู่หงจวิ้นกลับไม่มีอำนาจตัดสินใจอะไร เขาได้แค่สงบปากสงบคำนั่งมองภรรยาด้วยสีหน้าเศร้าใจ
ความโศกเศร้านี้ชัดเจนขึ้นมาเมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวมาเยี่ยมทั้งสองคน
วันนี้อากาศดีมาก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพาเสี่ยวเป่ามาที่บ้านหลังเก่า เธอได้ยินเรื่องผู้กำกับกู้มาบ้างแต่ไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ เพราะเรื่องมันผ่านมานานแล้ว ความขัดแย้งเก่า ๆ คงจะไม่ประทุขึ้นมาเป็นเหมือนเดิมอีก
เสี่ยวเป่าลงจากรถยนต์และรีบวิ่งเข้าไปหาลิ่นอวี๋เหยียนทันที พอลิ่นอวี๋เหยียนเห็นหลานชาย ใบหน้าของเธอก็ยิ้มแย้มมีความเอ็นดู ก่อนจะเดินมาอุ้มหลานชายเข้าไปในบ้าน
เมื่อเห็นสองคนคุยกันกะหนุงกะหนิง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่อยากเข้าไปรบกวนจึงเข้าไปนั่งคุยกับมู่หงจวิ้น
กว่าจะหาใครสักคนมาฟังเรื่องปรับทุกข์ของเขาได้นั้นไม่ง่าย แน่นอนว่าเขาจะไม่ปล่อยโอกาสนี้ไป
“เหมี่ยวเหมี่ยว เธอไม่รู้หรอกว่าช่วงนี้แม่เธอสนใจหนังมากกว่าพ่อซะอีก” อดีตนักธุรกิจต้องมานั่งบ่นให้ลูกสะใภ้ฟัง เพราะภรรยาของเขามัวแต่หลงระเริงอยู่กับการถ่ายทำภาพยนตร์จนหลงลืมเขา
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากพูดแสดงความคิดเห็นอะไรกับเรื่องของผู้ใหญ่ เลยตอบอย่างคลุมเครือไปว่า “แม่มีงานอดิเรกก็ดีแล้วค่ะ ผู้กำกับก็เป็นคนดี”
มู่หงจวิ้นที่ไม่สามารถเข้าใจได้แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมา “คนดีที่ไหนล่ะ มันก็แค่…” หลังจากพูดได้ครึ่งประโยค เขาก็หันไปมองรอบ ๆ ดูว่าลิ่นอวี๋เหยียนอยู่แถวนี้หรือไม่ พอสบโอกาสเขาก็พูดว่า “มันก็แค่ใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้อง!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวหัวเราะ ไม่คิดว่าคนที่มีอายุปูนนี้แล้วอย่างมู่หงจวิ้นจะคิดถึงเรื่องการใช้อำนาจในทางที่ไม่ถูกต้องอยู่อีก!
ขณะเดียวกันเสียงกริ่งหน้าประตูก็ดังขึ้น เดิมที ถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่ามู่อวี้เฉิงเป็นคนกลับมา แต่พอเปิดประตูไปกลับพบว่าเป็นผู้กำกับกู้ที่พวกเขาสองคนเพิ่งพูดถึง!
คนที่เดินเข้ามาดูเป็นชายหนุ่มมารยาทดี สุขภาพและดูมีการศึกษามาก เขามาพร้อมกับของขวัญและบอกว่าอยากจะคุยอะไรกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวสักหน่อย
มู่หงจวิ้นที่อารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว ทำให้ตอนนี้มีสีหน้ามืดมนขึ้นมาก แต่ผู้กำกับกู้กลับไม่หวั่น เขาวางของขวัญลงแล้วมองพิจารณามู่หงจวิ้น ยิ้มและพูดว่า “สวัสดี ผมมาเยี่ยมภรรยาคุณน่ะ ไม่ทราบว่าเธออยู่มั้ยครับ?”
มู่หงจวิ้นอยากจะตอบว่าไม่อยู่ แต่ลิ่นอวี๋เหยียนที่ได้ยินเสียงกลับเดินออกมาก่อน เขาจึงเปลี่ยนความคิดและตอบว่า “อยู่ในนั้น”
ผู้กำกับกู้โค้งให้อย่างมีมารยาทและเดินเข้าไปข้างใน
ตอนนี้มู่หงจวิ้นไม่อยากจะระบายความทุกข์ใจอะไรแล้ว เขารีบหยิบเก้าอี้ไปนั่งข้าง ๆ คอยจับตามองการกระทำของทั้งสองคนทุกย่างก้าว
การกระทำของเขาถูกลิ่นอวี๋เหยียนห้ามปรามโดยเด็ดขาด ทำให้เขาต้องระเห็จกลับไปนั่งลงที่เดิมและมองดู ถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยสายตาที่ไม่พึงพอใจ
ระหว่างที่ผู้ใหญ่กำลังคุยกัน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่อยากขัดจังหวะ เพียงนั่งมองเงียบ ๆ แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกเห็นใครบางคนซ้อนทับกับมู่หงจวิ้น นั่นคือมู่อวี้เฉิง ต้องบอกว่าความหึงหวงของสองพ่อลูกนั้นเหมือนกันมากราวกับมาจากพิมพ์เดียวกัน ทั้งสองต่างเป็นคนมีอารมณ์หึงหวงอย่างสุดโต่ง
เธอนึกถึงเสี่ยวเป่าแล้วอดจะกระตุกมุมปากไม่ได้ พระเจ้า ถ้านี่คือกรรมพันธุ์ เสี่ยวเป่าจะไม่กลายมาเป็นแบบนี้ในอนาคตเหรอ?
ตอนนี้มู่หงจวิ้นกลายเป็นปลาปักเป้าที่ดูเกรี้ยวโกรธเต็มที่ โชคดีที่ทั้งสองคนเพียงแค่พูดคุยเกี่ยวกับบทภาพยนตร์ ยังไม่ได้แตะเนื้อต้องตัวกัน ไม่อย่างนั้นมู่หงจวิ้นคงจะระเบิดออกมาแล้ว
“พ่อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะ” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูแล้วก็รู้สึกขำ เธอพยายามกลั้นหัวเราะเอาไว้แล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรก็คือไม่มีอะไรจริง ๆ ค่ะ”
สีหน้าของมู่หงจวิ้นแสดงออกชัดเจนว่ากำลังโมโห ไม่ใช่แค่โมโหทั่วไปแต่กำลังโมโหสุดขีด และอารมณ์นี้ก็ถูก ลิ่นอวี๋เหยียนเพิกเฉยมานานแล้ว
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวแค่อยากจะแสดงความใส่ใจเพื่อให้เขาสงบลง เลยพูดปลอบว่า “แค่หนังเรื่องเดียวเองค่ะ แล้วแม่ก็อยากทำมันมากด้วย พ่อไม่เคยได้ยินเหรอคะ? ยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ”
อันที่จริงวิธีการนี้ไม่มีประโยชน์อะไร เพราะปกติเธอก็ไม่สามารถพูดโน้มน้าวมู่อวี้เฉิงได้อยู่แล้ว พ่อของเขาก็จะยิ่งพูดยากเข้าไปใหญ่
อย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ปลาปักเป้าตัวใหญ่นี้ไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลย กลับโมโหหนักกว่าเดิม
นี่มันเหมือนกับตอนที่มู่อวี้เฉิงหึงหวงเลยจริง ๆ!