พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 954 หึงอะไร
ตอนที่ 954
หึงอะไร
“คงจะงั้นมั้ง”
ตอนนี้ไม่รู้ว่าผู้กำกับกู้กับลิ่นอวี๋เหยียนกำลังคุยอะไรกันอยู่ ถึงได้ทำให้คุณนายผู้สูงศักดิ์หัวเราะเหมือนกับสาวน้อย ดูเหมือนว่าพวกเขาสองคนจะคุยกันอย่างสนุกสนาน
“พูดจริงนะ อวี๋เหยียน บทนี้คุณเล่นเป็นตัวเองได้เลย” ผู้กำกับกู้พูดแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย รอคอยให้ลิ่นอวี๋เหยียนตอบกลับ แต่ยังไม่ทันไรก็มีศีรษะหนึ่งโผล่ออกมา
“อะไรนะ เล่นเป็นตัวเอง?” มู่หงจวิ้นพูดด้วยน้ำเสียง เย็นชา ไม่รู้ว่าเขาเดินกลับเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่
ผู้กำกับกู้ไม่รีบร้อน รีบอธิบายให้มู่หงจวิ้นฟัง “บทนี้มีคนชอบเยอะมาก ผมคิดว่าอวี๋เหยียนเล่นคงจะเหมาะสมที่สุด เพราะว่าเหมือนกับตัวต้นของเธอจริง ๆ”
ลิ่นอวี๋เหยียนยังไม่ทันจะได้ปฏิเสธ เขาก็พูดต่อว่า “เธอเป็นคนมีเสน่ห์ทำให้คนตกหลุมรักได้ง่าย ไม่มีอะไรดีกว่าการให้เธอเล่นเป็นตัวละครที่คล้ายคลึงกับตัวเธอแล้ว” สายตาของเขาเต็มไปด้วยความอบอุ่น จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกและคิดว่ามันจะต้องเกิดสงครามแน่ ๆ
อย่างที่คาดการณ์เอาไว้ ก่อนหน้านี้มู่หงจวิ้นแค่ไม่พอใจ แต่หลังจากได้ยินประโยคดังกล่าวเขาก็แทบจะระเบิดออกมาทันที เขาปริปากเตรียมจะขับไล่อีกฝ่ายออกไป
แต่ผู้กำกับกู้ไม่กลัวเลย เขาหันไปมองลิ่นอวี๋เหยียนแล้วพูดว่า “บทนี้เหมาะกับคุณจริง ๆ นะ”
“ไม่ได้!”
“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ? หรือว่าคุณคิดว่าภรรยาของคุณไม่มีเสน่ห์?”
คำถามดังกล่าวไม่มีทางจะตอบปฏิเสธได้เลย ผู้กำกับกู้ไม่ใช่คนยอมแพ้คนง่าย ๆ จึงตอบกลับอย่างแยบยล ไม่ยอมอ่อนข้อให้แม้แต่น้อย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งใจจะช่วยพูดคลี่คลายสถานการณ์แต่เธอประเมินผู้กำกับกู้ต่ำไป
“แล้วทำไมคนอื่นจะต้องมาเห็นเสน่ห์ภรรยาของผมด้วย?”
คำตอบดังกล่าวทำให้ผู้กำกับกู้ชะงักไปชั่วขณะ ส่วนลิ่นอวี๋เหยียนก็หน้าแดงเหมือนสาวน้อย เธอเบือนหน้าหนีแล้วแสร้งทำเป็นไม่สนใจ แต่พอเงยหน้าขึ้นมาเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็อดไม่ได้ที่จะพูดว่า “พูดอะไรซี้ซั้วต่อหน้าลูก?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกอึดอัดมากจึงเดินกลับไปนั่งลงที่เดิมและทำเป็นก้มหน้าดื่มชา
ผู้กำกับกู้กลับมาได้สติอีกครั้งก็ตอบกลับไปว่า “ผมเชื่อว่าหงจวิ้นคงไม่อยากชื่นชมเสน่ห์ของอวี๋เหยียนคนเดียวหรอกครับ ให้คนอื่นชมด้วยไม่ดีกว่าเหรอ?”
มู่หงจวิ้นจ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา กำลังจะพูดอะไรบางอย่างออกมาแต่กลับถูกลิ่นอวี๋เหยียนห้ามเอาไว้
ลิ่นอวี๋เหยียนคิดพิจารณาอยู่นานก่อนจะแสดงสีหน้าแกลมขอโทษ “ขอโทษทีนะ แต่ฉันคิดว่าฉันคงจะเล่นบทนี้ไม่ได้หรอก”
ผู้กำกับกู้มีท่าทางแตกต่างออกไปเมื่อต้องเผชิญหน้ากับลิ่นอวี๋เหยียน เขาตอบรับด้วยเสียงนุ่มนวลว่า “ไม่เป็นไร บทบาทนี้ไม่ได้มีแค่ด้านเดียว และตัวละครนี้ก็ไม่สามารถบดบังเสน่ห์กับออร่าของคุณได้หรอกครับ”
ตอนนี้มู่หงจวิ้นรู้สึกเหมือนกับได้รับชัยชนะแล้วและไม่ได้แสดงปฏิกิริยาอะไรกับคำพูด ทว่าเห็นได้ชัดว่าคำหวานเหล่านั้นย่อมทำให้ผู้หญิงรู้สึกดี แต่ลิ่นอวี๋เหยียนยังคงมีท่าทีสงบและพยักหน้าเบา ๆ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวนั่งดูอยู่ข้าง ๆ เห็นได้ชัดว่าลิ่นอวี๋เหยียนไม่ได้มีความคิดอื่นเลย แต่ผู้กำกับกู้กลับมีท่าทางต้องการแย่งหัวใจมาให้ได้ ถึงอย่างนั้นเรื่องนี้ค่อนข้างสำเร็จได้ยาก เพราะถ้าตราบใดมู่หงจวิ้นยังคงยืนหยัดต่อไป อีกฝ่ายก็คงต้องกลับไปมือเปล่า
แม้ว่าเธอจะพูดความจริงก็ไม่มีใครสนใจอยู่ดี แถมเธอยังเป็นคนรุ่นใหม่และเป็นลูกสะใภ้ การเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับความรักความเกลียดชังของผู้ใหญ่ไม่ใช่เรื่องดีนัก ดังนั้นเธอจึงอุ้ม เสี่ยวเป่าแล้วขอตัวกลับออกมา
เสี่ยวเป่าเล่นอยู่ในห้องด้านในมานาน พอออกมาก็ยังดูสดชื่นมาก เขาทักทายคุณปู่คุณย่าพร้อมโบกมือลา “ลาก่อนครับ”
สงครามที่ไม่มีเสียงปืนนี้จบลงชั่วคราวด้วยรอยยิ้มของหลานชาย เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไป ผู้กำกับกู้ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องอยู่ต่อ จึงลุกขึ้นกล่าวลา
หลังจากที่ทุกคนออกไปแล้วในบ้านก็เหลือแค่ ลิ่นอวี๋เหยียนกับมู่หงจวิ้น มู่หงจวิ้นยังคงทำหน้าบึ้งอยู่ ช่วงสองวันที่ผ่านมาเขาดูไม่มีความสุขมากพอสมควร จนลิ่นอวี๋เหยียนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และไปนั่งลงข้าง ๆ เขา
อันที่จริงการกระทำเช่นนั้นช่วยบรรเทาความตึงเครียดได้เยอะเลย แต่เพราะมู่หงจวิ้นเป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีมาก เขาจึงยังคงทำหน้านิ่งอยู่
“ยังโกรธอยู่เหรอ?” ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้มเบา ๆ
“ฮึ่ม!”
พอเห็นลิ่นอวี๋เหยียนเข้ามาง้อ เขาก็กลับทำตัวหยิ่งผยอง ไม่ยอมสนใจเธอ
“ทำไมต้องโกรธด้วยล่ะ ฉันแค่ถ่ายทำหนัง ไม่ได้ไปทำอะไรสักหน่อย!” ลิ่นอวี๋เหยียนขมวดคิ้ว เธอรู้ดีว่าเขากำลังหึงอะไร แต่คนแบบนี้ห้ามอ่อนข้อให้เด็ดขาด ไม่อย่างนั้นเขาจะยิ่งทำตัวถือสิทธิ์และชอบสั่งการไปหมดทุกเรื่อง
“ผมแค่ไม่ชอบที่คุณไปยุ่งกับเขา!”
ลิ่นอวี๋เหยียนเกือบจะหัวเราะออกมา แต่ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่าคำพูดนี้มันคุ้น ๆ ราวกับเคยมีชายหนุ่มคนหนึ่งที่ใส่เสื้อเชิ้ตสีขาว เหงื่อท่วมตัว และเคยตะโกนใส่เธอแบบนี้มาก่อน
ตอนนั้นมู่หงจวิ้นยังไม่เข้าใจการควบคุมอารมณ์ตัวเอง รักคือรัก เกลียดก็คือเกลียด ตอนนั้นลิ่นอวี๋เหยียนยังเด็กอยู่ เธอมีผมยาวและเงางาม ที่ปลายผมถูกดัดเป็นลอนเล็กๆ เมื่อสัมผัสจะรู้สึกเหมือนผ้าไหม
เธอเป็นเหมือนสาว ๆ คนอื่นที่ชอบแต่งตัวให้ดูน่ารัก และก็ชอบหนุ่ม ๆ ที่หน้าตาดี สุภาพและอ่อนโยน ตอนนั้นเธอชอบผู้กำกับกู้มากกว่า มักจะอยู่กับเขาเสมอ
แต่ยิ่งใกล้ชิดมากเท่าไร เธอกลับรู้สึกว่าเขาไม่ได้สนใจเธอเลย ไม่ว่าจะพูดอะไร เขาก็ยังคงตอบกลับแบบเย็นชา ไม่เคยแสดงอารมณ์อะไรออกมา
ตอนแรกเธอชอบเขา แต่พอถูกทำแบบนี้กลับรู้สึกไม่ค่อยชอบเท่าไหร่
ตอนนั้นมู่หงจวิ้นคอยอยู่เคียงข้างเธอเสมอ สำหรับผู้ชายคนนี้ที่อารมณ์ร้อนและดื้อดึง ลิ่นอวี๋เหยียนมักจะมองเขาเหมือนกับเด็กน้อยเสี่ยวเป่า จนกระทั่งวันหนึ่งเธอถามผู้กำกับกู้ว่า “คุณชอบฉันไหม?”
เขาเงยหน้าขึ้นจากหนังสือและยิ้มตอบว่า “ชอบ”
เธอยังไม่ยอมแพ้ จึงถามอีกครั้ง “คุณรักฉันไหม?”
“รัก” เขาตอบกลับมาสั้น ๆ เท่านั้น
“แล้วทำไมคุณไม่เคยบอกฉัน ไม่เคยสารภาพรักกับฉันเลย?” แม้ว่าลิ่นอวี๋เหยียนจะคอยอยู่เคียงข้างเขาตลอด แต่ทั้งสองคนก็ยังไม่ได้คบหากันจริง ๆ สักที ลิ่นวอี๋เหยียนรอคอยคำพูดนั้นเสมอ รอจนกระทั่งต้องถามออกไปเอง
ผู้กำกับกู้เงียบไป และลิ่นอวี๋เหยียนก็รู้สึกเจ็บปวดจากความเงียบงัน เธอถอยหลังไปสองสามก้าวแล้วจากไป
ข้างหลังไม่มีใครตามมา
ลิ่นอวี๋เหยียนไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน เธอเดินไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมาย จนกระทั่งมีใครบางคนตามเธอมา คนคนนั้นคือ มู่หงจวิ้นที่ยังคงเด็กและดื้อรั้น เขาเคยเห็นลิ่นอวี๋เหยียนอยู่เคียงข้างผู้กำกับกู้มาหลายครั้ง แต่ครั้งนี้เขาทนไม่ไหวจึงเดินตามเธอมา
เขาจับมือลิ่นอวี๋เหยียนแล้วพูดว่า “คุณจะไปหาผู้กำกับกู้เหรอ?”
ตอนนั้นลิ่นอวี๋เหยียนไม่อยากได้ยินชื่อของผู้กำกับกู้เลย เธอจึงพยายามดึงมือออกแต่ก็ไม่สำเร็จ
มู่หงจวิ้นโกรธมากจนตะโกนออกไปเสียงดัง “ผมไม่ชอบให้คุณไปยุ่งกับเขา!”
ลิ่นอวี๋เหยียนตกใจจนน้ำตาไหลพรากออกมา มู่หงจวิ้นไม่คิดว่าเสียงตะโกนของเขาจะส่งผลกระทบขนาดนี้ เขาตกใจแล้วรีบยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตาให้เธอ
หลังจากนั้นมันก็ไม่ใช่เรื่องของวัยเรียนแล้ว ความรักในวัยเด็กมักจะบริสุทธิ์ แต่พอโตขึ้นมันกลับไม่ง่ายขนาดนั้น แม้ว่าผู้กำกับกู้จะไม่ดีขนาดไหน แต่ที่บ้านก็ยังจัดการนัดบอดให้พวกเขาทั้งสองแต่งงานกัน
ในตอนนั้นมู่หงจวิ้นเริ่มนิ่งขึ้นมากแล้ว แต่เขาก็ยังคงดึงเธอออกไปและพูดคำพูดนั้นบนระเบียง “คุณเต็มใจจะอยู่เคียงข้างผมมั้ย?”
คำถามนี้อาจจะเทียบได้กับการขอแต่งงานไหมนะ? ลิ่นอวี๋เหยียนทำอะไรไม่ถูกแต่ก็ยังพยักหน้า
แค่พยักหน้าหนึ่งครั้ง ตอนนี้เจ้าปลาปักเป้าตัวใหญ่ก็มานอนขดอยู่ที่ขาของเธอแล้ว ยังคงโกรธเรื่องเมื่อกี้อยู่
เรื่องทั้งหมดมันผ่านไปแล้ว ลิ่นอวี๋เหยียนยิ้มอย่างเหนื่อยหน่าย ได้แต่สงสัยว่าตอนนี้เขากำลังหึงอะไรอยู่