พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 958 ยอมรับอย่างสบายใจ
ตอนที่ 958
ยอมรับอย่างสบายใจ
คำตอบดังกล่าวไม่สามารถตอบสนองและคลายความกังวลของถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ จนทำให้คืนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถึงกับนอนไม่หลับ ครั้งสุดท้ายที่เธอกังวลมากก็เป็นเรื่องระหว่างกู้ชิงกับฉินคั่ว
เธอจับมือมู่อวี้เฉิงขึ้นมาเขย่าเบา ๆ แล้วพูดว่า “ฉันทำอะไรไม่ได้เลยจริง ๆ เหรอ”
มู่อวี้เฉิงรู้สึกปวดหัว เรื่องแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเข้าไปยุ่ง แต่เมื่อเห็นสายตาที่คาดหวังของถงเหมี่ยวเหมี่ยวเขาก็ไม่สามารถพูดประโยคแบบนั้นออกไปได้
พอเห็นคำพูดของตนเองไม่ได้ผล ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เริ่มเคลื่อนไหวอีกครั้ง เธอไม่สามารถเซ้าซี้เกินไปได้แต่ก็ยังต้องการให้มู่อวี้เฉิงช่วย ดังนั้นเธอจึงเขยิบตัวเข้าไปในอ้อมกอดของ มู่อวี้เฉิง
อีกฝ่ายกอดเธออย่างเคยชินและพูดว่า “มันไม่ง่ายเลยนะ”
เขาพยายามตอบรับอย่างคลุมเครือเพื่อไม่ให้ภรรยาตัวน้อยโมโหและหนีเขาไป
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่เข้าใจ แต่นิสัยเร่งเร้าของเธอที่มีต่อเหตุการณ์นี้ทำเธอถามขึ้นว่า “ทำไม?”
เพราะนี่คือปัญหาเรื่องความรู้สึกของคนอื่นไง!
พูดกันตามตรงตอนแรกเขาไม่อยากให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าไปแทรกแซงเรื่องระหว่างกู้ชิงกับฉินคั่วเลย เพราะท้ายที่สุดมันจะเป็นปัญหามากเกินไปและถ้าไม่ระมัดระวังเจตนารมณ์ให้ดีอาจจะก่อให้เกิดปัญหาได้
ยิ่งไปกว่านั้นเราควรจะระมัดระวังให้มากขึ้นเมื่อต้องรับมือกับพวกผู้ใหญ่ ความประมาทเลินเล่อของถงเหมี่ยวเหมี่ยวอาจเป็นอันตรายต่อผลลัพธ์สุดท้ายได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจับมือมู่อวี้เฉิงไว้ไม่ยอมปล่อย เธอแสดงท่าทางออดอ้อนไม่เก่งเลยจริง ๆ
โชคดีที่มู่อวี้เฉิงชอบความงุ่มงามที่เป็นธรรมชาติแบบนี้ เขาดึงมือขาวที่แสนจะบอบบางออกมาจูบประทับกับริมฝีปากอย่างนุ่มนวล
“คุณยังไม่ได้ตอบคำถามฉันเลย” แม้ว่าเกือบจะผล็อยหลับแล้วแต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ยังดิ้นรนเอาคำตอบ โชคดีที่หลังจากนั้นเธอไม่สามารถต้านทานการล่อลวงของมู่อวี้เฉิงได้จึงถูกพาตัวเข้าสู่ห้วงลึกของความปรารถนา
เธอทำตัวออดอ้อนแต่สุดท้ายก็ต้องพลาดท่าเสียเอง นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวลงทุนแล้วขาดทุนแบบนี้ โชคดีที่วันรุ่งขึ้นมีข่าวดี
หลังจากซ่งฉิงถูกพูดโน้มน้าวใส่ แม้ว่าภาพรวมจะไม่ได้เปลี่ยนไปมากแต่สภาพจิตใจกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง พอเห็นถงเหมี่ยวเหมี่ยวเธอก็ยิ้มและพูดทักทาย
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกเสียใจที่ไม่ได้รับคำตอบ แต่เมื่อเห็นว่าสภาพจิตใจของซ่งฉิงยังดูดีอยู่ เธอก็รู้สึกมีความสุขขึ้นเล็กน้อย
“คิดดีแล้วหรือยังคะ?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวถามด้วยความลังเล แต่เธออยากจะให้ซ่งฉิงเข้าร่วมการถ่ายทำภาพยนตร์ในครั้งนี้จริง ๆ
อีกฝ่ายยิ้มอย่างขมขื่นแต่ก็พยักหน้า
ทันใดนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มีความสุขขึ้นมาทันที นึกไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจชั่วข้ามคืน เธอจึงถามว่า “จริงเหรอคะ?”
ซ่งฉิงมองดูแววตาสดใสของเจ้าตัวเล็กที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้าม พร้อมทั้งรู้สึกกังวลว่าควรจะเข้าร่วมการถ่ายทำภาพยนตร์ดีหรือไม่ อันที่จริงเธอไม่อยากต้องมาหลีกเลี่ยงความลำบากใจแบบนี้เลย แต่พอคิดได้ว่าอายุใกล้จะเลขห้าแล้ว ไม่ใช่สาวน้อยวัยใสเหมือนเมื่อก่อน จะมาถอยอะไรอีกล่ะ?
เธอนอนคิดเรื่องนี้ทั้งคืนและในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าร่วมการถ่ายทำภาพยนตร์
“แม่แก่แล้ว เหลือเวลาไม่มากนักหรอก ถ่ายเก็บไว้ตอนแก่ก็ดีเหมือนกัน”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวที่ได้ยินคำพูดดังกล่าวหันไปมองด้านข้างด้วยสายตากึ่งตำหนิ “แม่ทูนหัวยังไม่แก่สักหน่อยค่ะ ยังสาวเอ๊าะ ๆ อยู่เลย”
ไม่ว่าผู้หญิงจะอายุเท่าไหร่ก็ต้องมีความสุขเมื่อได้ยินประโยคนี้ ซ่งฉิงตบมือถงเหมี่ยวเหมี่ยวเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ไม่ว่าผลลัพธ์จะเป็นยังไง แม่ทูนหัวก็อยากจะถ่ายหนัง ถึงจะต้องเสียใจแต่ถ้าไม่ถ่ายหนังเรื่องนี้คงจะต้องเสียใจมากแน่ ๆ”
ถ้อยคำปลง ๆ นี้ทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเศร้าเล็กน้อย เธอสูดจมูกและจับมือซ่งฉิง “หนูดีใจมากเลยค่ะ”
ซ่งฉิงจะไม่รู้ได้ยังไงว่าลูกสาวบุญธรรมของเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เธอจึงเปลี่ยนเรื่องและพูดถามว่า “แล้วหนูจะมาถ่ายด้วยกันมั้ย?”
กระทั่งคำพูดดังกล่าวดังมาถึงหูมู่อวี้เฉิง เขาก็ไม่เคยคิดเลยว่าเรื่องนี้จะวกมาเกี่ยวข้องกับเขา และเขาก็ตอบรับเหมือนกับพ่อของเขาในตอนนั้นเลย “ไม่ ไม่ได้ ไม่เด็ดขาด”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพียงแค่พูดเกริ่นแต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของมู่อวี้เฉิง เธอก็ตอบกลับอย่างอารมณ์เสียว่า “ไม่ได้แล้วไง ฉันจะไปถ่าย”
มู่อวี้เฉิงจะยอมปล่อยให้ภรรยาเขาออกไปเฉิดฉายได้ยังไง ไม่ต้องพูดถึงตัวประกอบเลย แค่เล่นเป็นตัวประกอบก็ไม่ได้!
จะต้องมีแค่เขาเท่านั้นที่ได้เห็นเสน่ห์ของภรรยา คนอื่นห้ามมองเด็ดขาด
“คุณไปไม่ได้ ถ้า… ถ้าในอนาคตเกิดปัญหาใหญ่ล่ะ?” ประโยคนี้สามารถอธิบายได้ถึงอาการตื่นตระหนก ท้ายที่สุดเธอแค่ถ่ายทำภาพยนตร์ ไม่ใช่ตัวเอกสักหน่อย
เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวแค่อยากจะร่วมแสดงกับซ่งฉิง แต่พอเห็นว่ามู่อวี้เฉิงคิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้มากแค่ไหน ความโกรธเคืองในใจของเธอก็เบาบางลง
“จะมีปัญหาอะไร? ก็แค่มีคนชอบฉันมากขึ้นเท่านั้นเอง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดบอกแล้วยิ้มเบา ๆ แต่หารู้ไม่ว่าประโยคดังกล่าวกลับทำให้มู่อวี้เฉิงโมโหมาก เขาไม่อยากให้คนอื่นมาชอบภรรยาของเขา
เขาแสดงสีหน้าที่ดูน่ารักเล็กน้อยในสายตาของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว เธอจึงเดินเข้ามาขดตัวคลอเคลียเหมือนลูกแมวน้อยอยู่ใกล้ ๆ เขา เธอฝึกฝนเคล็ดลับวิชานี้จากครั้งล่าสุดมาจนเชี่ยวชาญแล้ว
“คุณอิจฉาเหรอ?”
มู่อวี้เฉิงลังเล โดยสงสัยว่าการยอมรับนี้จะทำให้ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเปลี่ยนใจหรือไม่
“พวกเขาชอบฉัน แต่ฉันไม่ได้ชอบพวกเขาสักหน่อย คุณจะกังวลทำไม?” ท้ายที่สุดเธอยังไม่มีแฟนคลับเลย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวจึงพูดประโยคนี้ออกไปโดยไม่ได้รู้สึกกดดันอะไร
“แล้วคุณชอบใครล่ะ?”
หน้าตาดื้อรั้นของมู่อวี้เฉิงคล้ายคลึงกับพ่อของเขามาก จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวหวนนึกถึงสีหน้าท่าทางของมู่หงจวิ้นแล้วอดจะหัวเราะออกมาไม่ได้
“คุณหัวเราะอะไร?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกอดคอเขาแล้วกระซิบข้างหู “ก็ชอบคุณไง”
คำพูดดังกล่าวทำให้ชายขี้อิจฉาเงียบไปสักพักหนึ่ง เขาน่าจะพอใจกับคำตอบมากจนไม่พูดอะไรอีก
แต่ทว่ามู่อวี้เฉิงยังคงไม่ลืมเกี่ยวกับการถ่ายทำภาพยนตร์ หลังจากนั้นไม่นานเขาก็พูดเสริมว่า “ผมไม่อนุญาต”
ตอนแรกถงเหมี่ยวเหมี่ยวโกรธเล็กน้อย แต่เป็นเพราะมู่อวี้เฉิง ตอนนี้เธอจึงไม่ได้รู้สึกโกรธอะไรอีก เธอตอบตกลงเห็นดีงามด้วยเพราะเธอก็ไม่ได้รู้สึกสนใจอะไรมากนักมาตั้งแต่ตอนแรกแล้ว
แค่อยากจะติดตามซ่งฉิงไปด้วย เธอจึงตัดสินใจที่จะไปกองถ่าย แต่เมื่อคนขี้หึงระเบิดออกมา เธอก็ทำได้แค่ยอมจำนนและปลอบโยนเขา
“คุณอยากรู้มั้ยว่าฉันชอบคุณมากแค่ไหน?”
เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวต้องการทำตัวออดอ้อนเพื่อซ่งฉิงเท่านั้น ต้องบอกว่าจนตอนนี้เธอก็ยังไม่ค่อยชินเท่าไหร่ แต่เพราะว่าต้องบรรเทาความหึงหวงของคนตรงหน้า ทักษะของเธอก็เลยคล่องแคล่วขึ้น อย่างไรเสียพวกเขาก็เป็นสามีภรรยาที่อยู่ด้วยกันมานาน เวลาต้องการอะไรก็ไม่ต้องคิดมาก
มู่อวี้เฉิงคิดว่านี่เป็นแค่แผนการหลอกลวง จนกระทั่งรู้ว่ามันเป็นเรื่องจริง เขาก็ยอมรับมันอย่างสบายใจ
เช่นเดียวกับที่ซ่งฉิงบอก ถ้าเธอตัดสินใจจะมาแล้ว เธอก็จะมาและทำตามอย่างที่พูดจริง ๆ
ในวันเริ่มถ่ายทำภาพยนตร์ถงเหมี่ยวเหมี่ยวติดตามมาด้วย โดยมีมู่อวี้เฉิงเดินตามต้อย ๆ อย่างไม่สบายใจเพราะกลัวว่าผู้กำกับจะพูดเกลี้ยกล่อมเธอให้รับบทนักแสดงรับเชิญ
ต้องบอกว่ามู่อวี้เฉิงคอยกีดกันถงเหมี่ยวเหมี่ยวอย่างมาก แม้ว่าจะต้องรับบทเป็นนักแสดงที่ถูกดาบแทงตาย เขาก็กลัวว่าผู้ชมจะรู้สึกทึ่งกับแผ่นหลังที่สมบูรณ์แบบของเธอ
เขามั่นใจในเสน่ห์ของภรรยาอย่างเต็มเปี่ยม มองจากจุดนี้แล้ว มู่อวี้เฉิงอยู่เหนือกว่าพ่อของเขาอย่างแน่นอน