พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 960 ยอมรับคุณอีกครั้ง
ตอนที่ 960
ยอมรับคุณอีกครั้ง
ซ่งฉิงมองดูคนตรงหน้าแล้วถอนหายใจอย่างทำอะไรไม่ถูก
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีตจบลงไปนานแล้ว แล้วตอนนี้จะมาคุยรื้อฟื้นไปเพื่ออะไร?
พูดกันตามตรงว่าซ่งฉิงคุ้นเคยกับการอยู่คนเดียวมานานหลายปีแล้ว ไม่ว่าจะเป็นหน้าที่การงานหรือการใช้ชีวิต เธอสามารถจัดการมันได้ด้วยตัวเองอย่างเป็นระเบียบ และทำไมเธอจะต้องเพิ่มปัญหาให้กับชีวิตของตัวเองด้วย?
ตอนนี้ซ่งฉิงไม่ใส่เด็กสาววัยรุ่นแล้ว ความรักไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเธออีกต่อไป
อารมณ์ที่ซับซ้อนทำให้กู้ชิงหันหลังกลับและเดินจากไปเพียงลำพัง
เดิมทีถงเหมี่ยวเหมี่ยวคิดว่าทั้งสองคนจะได้พูดคุยกันอย่างดี ๆ
แต่พอเธอเห็นแผ่นหลังของซ่งฉิงที่กำลังเดินจากไปด้วยความรู้สึกเหงาและเศร้าสร้อย ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็คิดอยู่สักพักก่อนจะตัดสินใจเดินตามหลังไป
เธอเดินตามซ่งฉิงไปจนถึงระเบียง และในที่สุด ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็เดินตามซ่งฉิงทัน
“แม่ทูนหัว!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตะโกนเรียกเสียงดัง
เมื่อซ่งฉิงได้ยินเสียงเรียกก็หยุดชะงักชั่วคราวและหันหลังกลับมา เพียงเพื่อพบว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวเดินตามหลังเธอมาจนถึงระเบียงระยะหนึ่งแล้ว
ซ่งฉิงชะงักไปครู่หนึ่งและไม่ได้ตอบโต้กลับ เธอเผยอปากเล็กน้อยราวกับอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่ก็ไม่รู้จะพูดอะไร
“พวกแม่ไม่ได้คุยกันดี ๆ เหรอคะ?” ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน คำถามดังกล่าวถึงหลุดออกมาจากปากเธอ
สีหน้าท่าทางของซ่งฉิงดูไม่มีความสุขเล็กน้อย และแม้แต่ตอนเผชิญหน้ากับถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ดูไม่ค่อยสนใจหรือมีอารมณ์ร่วมด้วย
ท่าทางดังกล่าวทำให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดไม่ได้ที่จะรู้สึกกังวลมากขึ้น
“แม่ทูนหัว ถ้าไม่รู้ว่าจะทำยังไงจริง ๆ ก็อย่าไปคิดเรื่องนี้เลยค่ะ คิดมากไปก็อาจจะไม่ได้ผลลัพธ์อะไรที่ดีขึ้นมาจริงมั้ยคะ?” มาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขดีกว่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มอย่างลำบากใจ
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกังวลที่อีกฝ่ายตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ นึกไม่ถึงเลยว่าผู้ชายคนนั้นจะอยู่ที่นี่จริง ๆ
นี่เป็นเรื่องที่ทำให้เธอแปลกใจมาก จนถงเหมี่ยวเหมี่ยวเริ่มคิดมากในใจ
“ก็น่าจะเป็นอย่างนั้นแหละ ที่จริงแม่ไม่ได้อยากได้ความช่วยเหลืออะไรหรอก แม่ไม่เป็นไร แค่เดินออกไปสงบสติเฉย ๆ” รอยยิ้มบนใบหน้าของซ่งฉิงดูฝืนใจอย่างมาก
“แม่ทูนหัว หนูขอถามหน่อยได้มั้ยคะว่าสถานการณ์ระหว่างแม่กับเขาคนนั้นในตอนนี้เป็นยังไงบ้าง?” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวพูดถามอย่างระมัดระวัง โดยไม่มั่นใจว่าเธอควรจะถามคำถามนี้หรือไม่ เธอลังเลอยู่นานและในที่สุดก็ตัดสินใจถาม ท้ายที่สุดเธออยากจะรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นจะได้พูดปลอบ ซ่งฉิงถูก
พอได้ยินเช่นนั้น ซ่งฉิงก็เงยหน้ามองถงเหมี่ยวเหมี่ยวแล้วค่อย ๆ พูดขึ้นว่า “มันก็ใช่ว่าจะเล่าไม่ได้หรอก แต่แม่เพิ่งรู้ว่าก่อนหน้านี้แม่เข้าใจผิดไป คิดมาตลอดว่าเขาเลือกผู้หญิงคนนั้น แต่ตอนนี้รู้แล้วว่าเรื่องทั้งหมดเป็นแค่ความเข้าใจผิด ใครจะไปคิดล่ะว่าคำพูดแค่ประโยคเดียวจะทำให้เกิดเรื่องใหญ่โตได้ขนาดนั้น มันส่งผลกระทบรุนแรงมาก น่าหวาดกลัวสุด ๆ จนทำให้แม่หลอนไปครึ่งชีวิต”
ซ่งฉิงถอนหายใจยาวเมื่อพูดเล่าเรื่องทุกอย่าง
ตอนนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเข้าใจสถานการณ์ของซ่งฉิงแล้ว แต่ภายในใจกลับรู้สึกหมดหนทาง
กระทั่งมาถึงจุดนี้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ไม่รู้จะพูดโน้มน้าวใจยังไง แต่เธอไม่อยากให้ซ่งฉิงต้องลำบากใจกับเรื่องนี้อีกต่อไป ดังนั้นเธอจึงอยากจะพูดชักชวนอีกฝ่าย “แม่ทูนหัว อย่าเพิ่งคิดลบสิคะ หนูก็ไม่รู้จะพูดปลอบยังไง แต่ถ้าแม่อยากจะอยู่คนเดียวสักพักหนูก็จะให้เวลาแม่ค่ะ”
“แม่เข้าใจเจตนาของหนู ขอบใจนะ อืม… แม่อยากจะสงบสติสักพักน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก ที่จริงแม่ได้คิดอะไรเยอะอย่างที่หนูคิด แม่แค่รู้สึกสะเทือนใจนิดหน่อย” ซ่งฉิงพยักหน้าพร้อมกับมองเข้าไปในดวงตาเธอ
แน่นอนว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวไม่ได้ปล่อยโอกาสนี้ให้หลุดมือ แต่เธอก็ไม่ได้พูดเปิดเผยคำโกหกที่เต็มไปด้วยความปรารถนาดีของเธอ เธอแค่ยิ้มและพูดว่า “งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะ ถ้าอยากจะคุยกับใครสักคนมาหาหนูได้เสมอนะ”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยกมือขึ้นมาทำท่าโทรศัพท์ใกล้ ๆ หู จากนั้นก็เดินไปที่ประตูระเบียง ปิดประตูลงเบา ๆ และเดินจากไป
แม้ว่าเธอจะพูดแบบนั้น แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอดรู้สึกเป็นห่วงไม่ได้ มองดูจากสภาพของซ่งฉิงแล้ว ไม่ว่าจะมองยังไงก็เป็นไปไม่ได้
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก้มหน้าลงอย่างเศร้าใจ เหตุการณ์นี้ทำให้ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความโศกเศร้า
“ไม่ ฉันจะรออยู่แบบนี้ไม่ได้ ฉันจะต้องทำอะไรสักอย่าง” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวขมวดคิ้วแน่นและพูดกับตัวเองด้วยสีหน้าโศกเศร้า ซ่งฉิงคงจะปิดซ่อนอารมณ์ตัวเองเอาไว้ในใจอีกครั้งและไม่ยอมบอกใคร ถ้าเป็นอย่างนั้นอีกฝ่ายจะต้องทนทุกข์ทรมานเพราะความเจ็บปวดอย่างแน่นอน
แต่เธอจะสามารถช่วยทำอะไรได้บ้างล่ะ?
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวตั้งสติใช้หัวสมองคิดอย่างหนัก จนกระทั่งในที่สุดเธอก็พบวิธีแก้ปัญหาด้วยความยากลำบาก
อันที่จริงวิธีการนี้ค่อนข้างตรงไปตรงมาและไม่ได้ลำบากเท่าไหร่
ถงเหมี่ยวเหมี่ยววางแผนจะหาโอกาสนัดเจอกับผู้ชายที่ชื่อเหยียนห่าวชิงตามลำพังให้ได้ และพูดคุยเรื่องแม่ทูนหัวกับเขา
พอตัดสินใจได้แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ลงมือทำทันที เธอไม่รีรอชักช้ารีบติดต่อเหยียนห่าวชิงมาเจอหน้ากัน
ทั้งสองนัดพบกันที่ร้านกาแฟ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเลือกที่นั่งสว่าง ๆ ริมหน้าต่างเพื่อให้แสงอาทิตย์ส่องผ่านมาบนโต๊ะกาแฟ จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับเหยียนห่าวชิงก็นั่งเผชิญหน้ากันด้วยอาการต่างฝ่ายต่างพูดไม่ออก
ตามจริงแล้วพวกเขาทั้งสองไม่ได้รู้จักกันเป็นการส่วนตัว แต่อาจเป็นเพราะเห็นแก่ซ่งฉิง เหยียนห่าวชิงจึงไม่ปฏิเสธคำเชิญชวนของถงเหมี่ยวเหมี่ยว
บรรยากาศที่น่าอึดอัดระหว่างทั้งสองดำเนินมาสักพักหนึ่งแล้ว และในที่สุดพวกเขาก็พูดคุยกันภายใต้คำแนะนำของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว
ทั้งสองคนแนะนำตัวกันและเริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องของซ่งฉิง เหยียนห่าวชิงเล่าเรื่องทุกอย่างให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวฟังโดยไม่มีปิดบัง
จากนั้นถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็รู้เรื่องราวทั้งหมดและรู้ว่า เหยียนห่าวชิงรอคอยซ่งฉิงมาจนถึงตอนนี้
สำหรับเรื่องราวความรักของทั้งสองคน ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกว่าพวกเขาสามารถคบหากันได้ แต่เธอก็ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงรู้สึกทำอะไรไม่ถูก
เห็นได้ชัดว่าทั้งสองคนอยู่ใกล้กันแต่กลับดูห่างไกลกันมาก
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูท่าทางหลงใหลของซ่งฉิงและอดไม่ได้ที่จะพูดให้คำสัญญา “เดี๋ยวหนูพูดเกลี้ยกล่อมแม่ทูนหัวเองค่ะ จะพยายามหาวิธีให้เธอรับได้ หนูจะพยายามช่วยอย่างเต็มที่ แต่ก็ไม่รับประกันนะคะว่าจะทำให้แม่ทูนหัวยอมรับคุณอีกครั้งได้”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยักไหล่ด้วยความรู้สึกหมดหนทาง นี่เป็นสิ่งเดียวที่เธอจะสามารถทำเพื่อทั้งสองคนได้