พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 985 ทำไมจะต้องรีบร้อน
ตอนที่ 985
ทำไมจะต้องรีบร้อน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นว่ามู่อวี้เฉิงกำลังอารมณ์ดีขึ้นจึงพยายามพูดโน้มน้าวมู่อวี้เฉิงต่อ
“ที่รัก คุณก็เห็นว่าครอบครัวของเรากับครอบครัวของ ฉินคั่วสนิทกันดี คุยกันได้ทุกเรื่อง อีกอย่างเจ้าหนูฉินจื่อก็จะโตมาอยู่ในสายตาของฉัน ถ้าลูกสาวเราแต่งงานกับเขาจะต้องไม่ถูกรังแกแน่ ๆ ซึ่งถ้าพูดถึงในแง่นี้มันก็ดีไง จะได้สนิทชิดเชื้อกันขึ้นไปอีก!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวยิ้มแล้วพูดอธิบายให้มู่อวี้เฉิงฟัง จากนั้นก็กอดแขนมู่อวี้เฉิงแล้วกะพริบตาปริบ ๆ
มู่อวี้เฉิงไม่ได้มองดูท่าทางของภรรยาเลยและปฏิเสธอย่างไม่อ้อมค้อม
“ไม่ ผมยอมคุณทุกเรื่องยกเว้นแค่เรื่องนี้เรื่องเดียว ผมไม่อยากมานั่งตัดสินเรื่องชีวิตลูกตั้งแต่ตอนนี้! ห้ามทำแบบนี้เด็ดขาด ลูกควรจะมีสิทธิ์เลือกคู่ครองด้วยตัวเอง ไม่ใช่ให้ผู้ใหญ่มานั่งจัดการตั้งแต่ยังเด็ก เธอเป็นลูกสาวของคุณนะ คุณทนทำแบบนั้นได้ยังไง?”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวมองดูมู่อวี้เฉิงที่ปฏิเสธอย่างเด็ดขาดแล้วรู้สึกหมดหนทาง เห็นได้ชัดว่าเจ้าตัวน้อยก็เป็นลูกสาวของเธอเหมือนกัน แล้วเธอจะไม่คำนึงถึงลูกได้ยังไง? แน่นอนว่าเธอได้พิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบคอบแล้ว! ทำไมถึงไม่ยอมอ่อนข้อให้เธอบ้างเลย? ช่างเถอะ อาจเป็นเพราะว่าวันนี้มู่อวี้เฉิงกำลังอารมณ์ไม่ดี เธอก็จะไม่ยุ่งวุ่นวายกับเขาอีก
ขณะที่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวกำลังจมดิ่งอยู่ในโลกของตัวเองและไม่สามารถหลุดพ้นได้ เสี่ยวเป่าก็ลุกขึ้นและพูดจู่โจม ถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “หม่ามี้ ผมไม่ให้เห็นด้วยถ้าจะให้น้องหมั้นตั้งแต่ยังเด็ก เพราะในความคิดของผม ถ้าหม่ามี้วางแผนอนาคตทุกอย่างไว้ให้ผมแล้วโดยที่ผมไม่รู้เรื่องอะไรเลย ผมคงไม่อยากให้หม่ามี้ทำแบบนั้นแน่ ๆ! ผมจะรู้สึกไม่ชอบ รังเกียจและจะทำให้ความสัมพันธ์ของเราเกิดรอยร้าวเปล่า ๆ ผลประโยชน์ไม่สามารถชดเชยความสูญเสียได้ ถ้าหม่ามี้อยากจะให้เสี่ยวฉินจื่อแต่งงานกับน้องจริง ๆ ก็ปล่อยให้พวกเขามาเจอกันบ่อย ๆ สิฮะ น้องจะได้พัฒนาความรู้สึกที่มีต่อเสี่ยวฉินจื่อตั้งแต่เด็ก ๆ พอน้องโตขึ้นเดี๋ยวก็ตกหลุมรักเสี่ยวฉินจื่อเอง ตอนนั้นค่อยจัดงานหมั้นก็ยังไม่สายเกินไปนี่อะหม่ามี้ แบบนี้จะมีความเป็นไปได้สูงกว่ามั้ยฮะ?”
เสี่ยวเป่าพูดวิเคราะห์และให้เหตุผลกับถงเหมี่ยวเหมี่ยว
กระทั่งถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินคำพูดของลูกชาย เธอรู้สึกว่ามันสมเหตุสมผลและไม่สมควรปล่อยให้ลูกสาวหมั้นหมายกับเสี่ยวฉินจื่อตั้งแต่ตอนนี้! พวกเขายังเด็กเกินไป
ในกรณีนี้ควรจะค่อยเป็นค่อยไป ปล่อยให้เด็กทั้งสองคนพัฒนาความรู้สึกที่มีต่อกันก่อนแล้วค่อยมาคุยเรื่องอนาคตกันทีหลัง ถ้าเด็กสองคนเกิดรักกันจริงก็ยังไม่สายที่จะหมั้นหมาย ทำไมจะต้องรีบร้อนด้วย!
หลังจากคิดได้แล้ว ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็หัวเราะและบอกกับลูกชายว่า “เจ้าตัวแสบไปอยู่ไหนมาเนี่ย!” จากนั้นเธอก็หยิกแก้มลูกชาย
แต่ทว่าถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไม่เห็นเสี่ยวเป่าทำท่าโอเคกับมู่อวี้เฉิงลับหลังเธอ และมู่อวี้เฉิงก็ขยิบตาให้เสี่ยวเป่าด้วย ทั้งหมดนี้เป็นแผนการสมรู้ร่วมคิดระหว่างมู่อวี้เฉิงกับเสี่ยวเป่า เสี่ยวเป่าได้เรียบเรียงคำพูดเอาไว้ก่อนหน้านี้แล้ว จึงไม่แปลกใจที่เสี่ยวเป่าจะพูดมันออกมาได้ราบรื่นนัก
มู่อวี้เฉิงวางลูกสาวลงและกอดถงเหมี่ยวเหมี่ยวจากทางด้านหลัง กระซิบข้างใบหูถงเหมี่ยวเหมี่ยวว่า “ผมจะยอมเห็นด้วยกับแผนการนี้แล้วกัน เพราะงั้นอย่ามายุ่งวุ่นวายอีกเลย เราถอยห่างกันคนละหนึ่งก้าวดีกว่ามั้ย!”
มู่อวี้เฉิงพูดถามถงเหมี่ยวเหมี่ยวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเห็นด้วยกับคำพูดของเขา และในที่สุดทั้งสองคนก็ตกลงกันได้
“งั้นที่รัก เรากลับบ้านกันเถอะ!”
วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วและในที่สุดมู่เสี่ยวซือก็อายุครบสามขวบแล้ว ตลอดสองปีที่ผ่านมามู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ละทิ้งเรื่องต่าง ๆ เกือบทั้งหมดและมุ่งความสนใจมาที่การดูแลลูก ๆ ของพวกเขา
ในช่วงสองปีที่ผ่านมานั้น พวกเขาเดินไปเที่ยวทุกหนทุกแห่ง เยี่ยมชมแห่งท่องเที่ยวขนาดใหญ่ของโลก และในวันนี้ มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็ตัดสินใจออกไปเที่ยวอีกครั้ง พวกเขาจึงกำลังหารือว่าจะไปเที่ยวที่ไหนกันดี
“หม่ามี้ หม่ามี้ เราไปอังกฤษกันเถอะค่ะ!” คนพูดคือ มู่เสี่ยวซือ เด็กหญิงเที่ยวเล่นมาตลอดสองปีและมักจะอยากไปเยี่ยมชมสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ อยู่เสมอ
“ไม่จ๊ะ คราวนี้พวกเราจะไปมัลดีฟส์กัน วิวที่นั่นสวยมาก พวกลูกจะต้องชอบมันแน่นอน!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอุ้มมู่เสี่ยวซือขึ้นมาแล้วพูดบอกด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ลูกรัก ครั้งหน้าค่อยไปอังกฤษ ครั้งนี้ไปมัลดีฟส์กันก่อนดีกว่า! ที่นั่นสวยมากจริง ๆ ถ้าไม่เชื่อก็ลองถามพี่ชายดูสิ!” มู่อวี้เฉิงพูด มัลดีฟส์คือสถานที่ที่ภรรยาของเขาเลือกเอง
มันถูกกำหนดขึ้นมาแล้วและเขาก็ไม่อยากคัดค้านเธอ ไม่อย่างนั้นมันจะน่าอายมากถ้าเขาต้องถูกภรรยาตำหนิต่อหน้าลูก ๆ! เขาจึงส่งต่อให้ลูกชายจัดการเรื่องนี้แทน
เสี่ยวเป่าถึงกับทำอะไรไม่ถูกเมื่อถูกพ่อโยนมาให้รับช่วงต่อ น้องสาวของเขาเป็นแม่มดตัวน้อย นับตั้งแต่ที่เธอเติบโตขึ้นมา นิสัยแม่มดของเธอก็ถูกเปิดเผยขึ้นเรื่อย ๆ
ในครอบครัวเรา พ่อเอาใจใส่เธอมากเป็นพิเศษ ส่วนแม่ก็ไม่ได้โมโหอะไรเธอง่าย ๆ โดยปกติแล้วเขาจึงไม่อยากทำให้แม่มดน้อยคนนี้โกรธ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเป็นพี่ชายแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรเธอได้เลย!
แต่คราวนี้แม่เป็นคนกำหนดสถานที่เอง เมื่อเทียบกับแม่แล้วเขาก็ทำได้แค่ขอโทษน้องสาวเท่านั้น เสี่ยวเป่าจึงพูดอย่างไม่สบอารมณ์ว่า “ใช่ ที่นั่นสวยมาก!”
เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดช่วยเธอเลย แม้แต่พ่อกับพี่ชายที่มักจะคอยเอาใจใส่เธอก็ไม่พูดช่วย มู่เสี่ยวซือจึงอดไม่ได้ที่จะน้อยใจและใช้ท่าไม้ตายด้วยการร้องไห้!!
แต่ก่อนที่เธอจะเบะปากก็ได้ยินแม่พูดขึ้นมาว่า “ถ้าหนูร้องไห้ รอบนี้หม่ามี้จะไม่พาหนูไปด้วยแล้วนะ ไปอยู่รอที่บ้านคุณย่าก่อน พวกเราเที่ยวเสร็จแล้วจะกลับไปรับ”
หลังจากมู่เสี่ยวซือได้ยินแม่พูดแบบนั้น เธอก็หลับตาลง กลั้นน้ำตาที่กำลังจะไหลลงมา ปิดปากแน่นและไม่กล้าส่งเสียง ใด ๆ
แม่มดน้อยไม่เคยเกรงกลัวอะไรเลยนอกจากแม่ของเธอ เพราะว่าแม่ของเธอมักจะทำตามอย่างที่พูดเสมอ ถ้าแม่บอกจะไม่พาเธอไปด้วยแม่ก็จะไม่มีวันพาเธอไปด้วยจริง ๆ เธอไม่อยากเห็นพี่ชายออกไปโลดเต้นแล้วทิ้งเธอให้อยู่บ้านคนเดียว มันน่าเบื่อมาก!
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโล่งใจมากเมื่อเห็นว่ามู่เสี่ยวซือไม่ได้เล่นแง่หรือสร้างปัญหาอีกต่อไป จากนั้นเธอก็หันไปมองลูกชาย ช่วงสองปีผ่านมานี้ลูกชายของเธอค่อย ๆ ห่างเหินมากขึ้นเรื่อย ๆ
ไม่รู้ว่าหลังจากนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง จะมีเพื่อนฝูงและหาภรรยาได้หรือเปล่า ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเป็นห่วงเขามาก รู้สึกสงสารเขาจับใจ แต่เธอก็ไม่สามารถทำอะไรได้เลย ทำได้แค่ยอมรับมันเท่านั้น เพราะพ่อของเขาก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน!
คราวนี้ถ้าเดินทางไปถึงมัลดีฟส์แล้วจะต้องให้เขาทำความเข้าใจใหม่และไม่เรียนรู้อะไรจากพ่ออีก
ตอนนี้ทั้งครอบครัวเก็บของเรียบร้อยแล้วและกำลังมุ่งหน้าไปที่สนามบิน มู่อวี้เฉิงกับถงเหมี่ยวเหมี่ยวขนย้ายสัมภาระและรีบพาลูกทั้งสองไปที่เคาน์เตอร์เช็คอิน
หลังจากนั่งเครื่องบินมาหลายชั่วโมงพวกเขาก็เดินทางมาถึงมัลดีฟส์ เที่ยวบินอันยาวนานทำให้มู่อวี้เฉิงกับ ถงเหมี่ยวเหมี่ยวเหน็ดเหนื่อย เตรียมตัวจะกลับไปพักผ่อนที่โรงแรม
วันรุ่งขึ้น พวกเขาออกมาเล่นสนุกสนานกัน แต่เสี่ยวเป่ากลับไปบังเอิญพบเด็กขายดอกไม้ในโรงแรม