พันธสัญญาลวงรัก - ตอนที่ 986 กลัวหรือเปล่า
ตอนที่ 986
กลัวหรือเปล่า
แต่เมื่อเสี่ยวเป่าเดินเข้ามาในโรงแรม เขาก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งกำลังยืนรายล้อมเด็กหญิงขายดอกไม้อยู่ เสี่ยวเป่ามองดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นแต่กลับพบว่าคนกลุ่มนั้นกำลังทำร้ายเด็กหญิงขายดอกไม้
เสี่ยวเป่าเห็นเหตุการณ์ตรงหน้าก็อดไม่ได้ที่จะลุกขึ้นมาปกป้องเด็กหญิง และร้องตะโกนถามเสียงดังลั่น
“พวกคุณมีกันตั้งเยอะแยะ ไปรังแกเด็กผู้หญิงแบบนี้ไม่ละอายใจกันบ้างเหรอ!?” เสี่ยวเป่ามองดูกลุ่มคนตรงหน้าและตวาดเสียงดัง
“เจ้าหนูคิดจะเรียนแบบคนอื่นช่วยผู้หญิงที่ตกอยู่ในอันตราย คิดว่าตัวเองเป็นผู้ใหญ่เหรอ? วิ่งไปวิ่งมาแบบนี้ไม่กลัวจะโดนลักพาตัวเอาหรือไง พวกเราน่ะไม่ใช่คนประเภทที่จะทำร้ายเด็กผู้หญิงหรอกนะ!”
“แต่พ่อของเด็กคนนี้ติดหนี้เราแล้วเอาเธอมาค้ำประกันแทน เธอก็ต้องใช้หนี้สิ!”ชายคนหนึ่งที่มีใบหน้าหยาบกร้านแสยะยิ้มให้เสี่ยวเป่าแล้วพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
เสี่ยวเป่ามองดูคนรอบข้างที่หัวเราะเยาะและคิดว่าพวกเขาคงจะพยายามเอาใจชายร่างใหญ่
พ่อแบบไหนที่ยอมส่งลูกสาวมาให้คนพวกนี้ พ่อแบบนั้นยังถือว่าตัวเองเป็นคนอยู่อีกเหรอ! เขาหันไปมองเด็กหญิงขายดอกไม้ที่แอบซ่อนตัวอยู่ข้างหลังเขา
“น้องสาวไม่ต้องกลัว ฉันขอถามหน่อยว่าที่คนพวกนั้นพูดเป็นความจริงหรือเปล่า?” เสี่ยวเป่ามองดูเด็กหญิงขายดอกไม้แล้วกระซิบถามเบา ๆ
เด็กหญิงตัวน้อยมองดูพี่ชายที่แสนดีตรงหน้า ดึงชายเสื้อของเสี่ยวเป่าด้วยความหวาดกลัว หันหน้ากลับไปมองสายตาดุร้ายจากผู้คนรอบ ๆ ก่อนจะก้มหน้าลงด้วยความตื่นตระหนกและกระซิบตอบเสี่ยวเป่า
“พี่ใหญ่ ฉันไม่อยากโกหก ที่คนพวกนั้นพูดเป็นความจริง” เด็กหญิงตอบชัดถ้อยชัดคำ “แต่ฉันไม่อยากไปกับพวกเขา! พี่ใหญ่ ช่วยฉันหน่อยได้มั้ย?”
เสี่ยวเป่ามองดูท่าทางหวาดกลัวของเด็กหญิงแล้วรู้สึกสงสารจับใจจึงตอบตกลงในทันที
“พี่ใหญ่จะปกป้องเธอเอง ไม่ต้องกลัว พี่ใหญ่อยู่นี่แล้ว พวกเขาพาเธอไปไม่ได้หรอก!”
เด็กหญิงตัวน้อยมองดูเสี่ยวเป่าและหลังจากได้ยินว่าเขาจะปกป้องเธอ เธอก็ยิ้มอย่างมีความสุข เธอรู้สึกว่าเสี่ยวเป่าไม่ใช่คนเลว ดังนั้นเธอจึงเชื่อใจเขา
หลังจากเสี่ยวเป่าพูดจนเด็กหญิงสงบลงแล้ว เขาก็หันหน้ากลับไปมองผู้คนรอบข้าง
“มันก็จริงอยู่ที่จะต้องใช้หนี้คืน แต่คนที่เป็นหนี้พวกคุณคือพ่อของเธอต่างหาก มันเกี่ยวอะไรกับเธอด้วยล่ะ แถมที่นี่ไม่มีกฎหมายเลยหรือไง!”
“เอาลูกมาค้ำประกันหนี้แทนได้ที่ไหน จะให้ฉันโทรแจ้งตำรวจเดี๋ยวนี้เลยมั้ย ตำรวจจะได้มาจัดการเรื่องนี้สักที!” เสี่ยวเป่าพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่นขณะหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมจะโทรแจ้งตำรวจแล้ว!
กลุ่มคนรอบข้างเริ่มโมโหเมื่อเห็นว่าเสี่ยวเป่าทำตัวจุ้นจ้าน ชายร่างใหญ่จึงอยากจะสั่งสอนเสี่ยวเป่าโดยตรงว่าทุกปัญหาไม่ได้จะแก้ไขได้ด้วยการโทรแจ้งตำรวจ!
“เฮ้ย! ไอหนู เดี๋ยววันนี้ลุงจะสอนเอ็งให้ว่าไม่ใช่ทุกเรื่องที่เอ็งจะเข้ามารับบทเป็นฮีโร่ได้!” ชายร่างใหญ่แสยะยิ้ม บิดนิ้วและค่อย ๆ เดินเข้าไปหาเสี่ยวเป่า
“ไหนว่าจะโทรแจ้งตำรวจไง!? โทรเลยสิ! แล้วจะได้รู้ว่าพวกเรากลัวหรือเปล่า”
กลุ่มคนที่อยู่รอบข้างหลับตาลง ราวกับว่าไม่อยากเห็นเด็กน้อยรูปหล่อมีเลือดออกต่อหน้าต่อตา
เมื่อถงเหมี่ยวเหมี่ยวกับมู่อวี้เฉิงเห็นว่ามีคนกำลังจะเข้ามาทำร้ายลูกชายของพวกเขา พวกเขาก็ร้องตะโกนทันที “หยุด!”
“แกคิดจะทำอะไร!” ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรีบปรี่เข้ามาปกป้องลูกชาย ขณะที่มู่อวี้เฉิงเข้าไปคว้าข้อมือของชายร่างกายและตะคอกเสียงดัง
ชายร่างใหญ่รู้สึกราวกับว่าข้อมือของเขาถูกคีบเหล็กล็อกเอาไว้ เขาพยายามสะบัดมือนั้นออกสุดแรงเกิด พยายามดึงมือออกจากมู่อวี้เฉิง แต่ดูเหมือนว่ามู่อวี้เฉิงจะจับเอาไว้แน่นจนไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย
“แกกล้าดียังไงจะมาตีลูกชายเรา!” มู่อวี้เฉิงจ้องเขม็งไปที่ชายร่างใหญ่ เสียงของเขาเย็นชามากราวกับน้ำแข็งที่โถมทับกันมาหนึ่งหมื่นปี แม้จะพูดถ้อยคำเหล่านั้นออกมาอย่างใจเย็น แต่ชายร่างใหญ่กลับเหงื่อไหลพรากราวกับเพิ่งได้ยินสิ่งที่เลวร้าย
มู่อวี้เฉิงไม่รอคำตอบ ยื่นมือออกไปข้างหน้าแล้วยกเท้าขึ้นมาเตะอัด เขาเตะชายร่างใหญ่ที่พยายามจะตีลูกชายของเขาลงกับพื้น จ้องมองอีกฝ่ายและพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ไสหัวไป!”
กลุ่มคนรอบข้างไม่กล้าพูดอะไรอีก รีบเข้าไปพยุงชายร่างใหญ่ให้ลุกขึ้นและเดินจากไปด้วยความอับอาย
มู่อวี้เฉิงเห็นว่ากลุ่มคนเดินกลับออกไปจึงหันหน้าไปถามลูกชาย “เป็นไรมั้ย!”
เสี่ยวเป่าเห็นพ่อเขาขับไล่กลุ่มคนพวกนั้นออกไปแล้วก็รีบดึงตัวเด็กหญิงที่ยืนอยู่ด้านข้างเข้ามาหา ส่ายหัวแล้วบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวรู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นว่าลูกชายของเธอไม่ได้รับบาดเจ็บอะไร เธอจึงมองไปที่เด็กหญิงที่กำลังดึงชายเสื้อของลูกชายอยู่แล้วพูดว่า “ไป กลับห้องก่อนแล้วค่อยคุยกัน!”
มู่อวี้เฉิงพยักหน้า เดินกลับไปที่เก้าอี้และอุ้มลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเขาขึ้นมา ก่อนจะเดินตามถงเหมี่ยวเหมี่ยวกลับไปที่ห้อง
เสี่ยวเป่ามองดูเด็กหญิงที่ยืนอยู่ข้างหลังเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนว่า “พ่อแม่ฉันเป็นคนดีมาก มากับฉันก่อนเถอะ แล้วเดี๋ยวฉันจะไปส่งเธอที่บ้าน!”
เด็กหญิงพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว พยายามระงับความไม่สบายใจเอาไว้และยอมเดินตามเสี่ยวเป่าไป
เสี่ยวเป่าเห็นเด็กหญิงพยักหน้าจึงไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่ดึงเด็กหญิงให้เดินตามแม่ของเขาไป
หลังจากกลับมาถึงห้อง ถงเหมี่ยวเหมี่ยวก็มองดูเด็กหญิงที่เดินตามลูกชายมาอย่างใกล้ชิด เธอขมวดคิ้ว เดินเข้าไปหาเด็กหญิงแล้วถามว่า “หนูน้อย บ้านหนูอยู่ที่ไหนจ๊ะ? ทำไมคนพวกนั้นถึงมาล้อมหนูล่ะ?”
เด็กหญิงตกใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถามของ ถงเหมี่ยวเหมี่ยว แต่เมื่อเสี่ยวเป่าพยักหน้าให้ เธอก็เริ่มเล่าเรื่องของตัวเอง
ปรากฏว่าเด็กหญิงคนนี้คือคนในพื้นที่ ครอบครัวของเธอเคยสุขสบายมาก่อน เคยมีแม่ที่รักเธอมาก แต่หลังจากที่พ่อได้รับการปล่อยตัวจากคุกเมื่อสองปีก่อน ทุกอย่างก็เปลี่ยนไป พ่อของเธอชอบเล่นการพนัน หลังจากออกมาจากคุก เขาก็ยังไม่เปลี่ยนนิสัยแย่ ๆ ของตัวเอง หนำซ้ำเขายังชอบดื่มเหล้าและทุบตีคนอื่นเวลาเมา!
เดิมทีเด็กหญิงได้รับการเลี้ยงดูจากแม่ แต่หลังจากแม่ของเธอป่วยหนักและเสียชีวิตลงเมื่อสองเดือนก่อน เด็กหญิงก็ต้องทนใช้ชีวิตอย่างน่าเวทนามากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนแรกเธอแค่อยากจะออกมาขายดอกไม้เพื่อหารายได้เสริมเลี้ยงดูตัวเอง แต่พ่อของเธอมีหนี้สินเป็นจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงเอาเธอมาค้ำหนี้ และฉากที่พวกถงเหมี่ยวเหมี่ยวเพิ่งเห็นก็เกิดขึ้น
หลังจากได้ยินเช่นนั้น เสี่ยวเป่าก็ไม่สามารถระงับความโกรธในใจได้ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีคนเลวแบบนี้อยู่ในโลก ถงเหมี่ยวเหมี่ยวได้ยินเช่นนี้ก็โกรธมากเช่นกัน เธอบอกกับเด็กน้อยว่าไม่ต้องกังวลเรื่องพ่อเลว ๆ และจะช่วยเหลือเธอเอง
มู่อวี้เฉิงเห็นว่าภรรยาของเขาตัดสินใจที่จะช่วยเด็กหญิงแล้ว แต่เขาไม่ทิ้งลูกสาวเอาไว้คนเดียวได้ เขาจึงบอกให้เธออยู่ต่อที่นี่
เขาอยากให้ถงเหมี่ยวเหมี่ยวอยู่ที่นี่ต่อ แต่ถงเหมี่ยวเหมี่ยวโกรธมากและอยากจะไปจัดการด้วยตัวเธอเอง
มู่อวี้เฉิงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากปล่อยให้เธอทำตามอำเภอใจ ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังกลัวว่าจะมีเรื่องเลวร้ายเกิดขึ้น เขาจึงส่งคนไปปกป้องเธอกับพวกลูกชายด้วย
พ่อของเด็กหญิงคนนี้ใจร้ายมาก พอเห็นลูกสาวพาคนมากมายเข้ามาหาก็ยิ่งโกรธจัด ร้องตะโกนว่า “ฉันจะทุบแกให้ตาย เลี้ยงเสียข้าวสุกจริง ๆ ทำพังไม่เป็นท่า ยังไปพาใครมาอีก!”
ถงเหมี่ยวเหมี่ยวสั่งการให้คนเข้ามาจับตัวเขาและโทรศัพท์แจ้งตำรวจ