ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 101 ร้านนี้อาจจะต้องให้ท่านทั้งสองดูแล
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 101 ร้านนี้อาจจะต้องให้ท่านทั้งสองดูแล
บทที่ 101 ร้านนี้อาจจะต้องให้ท่านทั้งสองดูแล
หลังจากไปส่งซ่งชิงตงเรียบร้อยแล้ว ซ่งชิงซีและซ่งชิงเป่ยก็ไปเรียนหนังสือ ส่วนซ่งชิงหลันก็ไปที่ร้านอาหารหน้าประตูเมืองเพื่อดูความเรียบร้อย
หญิงสาวเห็นลูกค้าต่อแถวรอซื้อยาวตั้งแต่ยังไม่ทันจะไปถึงหน้าร้านเสียอีก
เมื่อเห็นว่าร้านอาหารยังคงขายดิบขายดีเช่นเดิม นางก็รู้สึกโล่งใจ
เถ้าแก่เนี้ยสาวยิ้มอย่างพอใจแล้วเดินเข้าไปที่ร้าน แต่กลับได้ยินเสียงพูดคุยเสียก่อน
ไม่แน่ใจว่าเพราะอะไร อยู่ ๆ ก็มีลูกค้าถามสองสามีภรรยาหนิวอย่างหาเรื่อง
“พี่หนิว พี่สะใภ้ ตกลงร้านนี้มันของเจ้าสองคนหรือของตระกูลซ่งกันแน่”
สะใภ้หนิวกลอกตาระหว่างที่กำลังทำเจียนปิ่ง
แล้วเอ่ยตอบ “เจ้าไม่เห็นหรือ ที่หน้าร้านเขียนอยู่ว่าร้านพี่น้องตระกูลซ่ง อย่ามาถามไร้สาระ เราสองคนแค่ลูกจ้างของร้านเท่านั้น”
“ลูกจ้างแล้วอย่างไรกัน ก็เห็นอยู่ว่าเจ้าทำร้านกันอยู่แค่สองคน ไม่ลองไปเปิดร้านของตัวเองดูเล่า”
คนอื่น ๆ ก็เริ่มออกความเห็น “จริงด้วย พวกเจ้าสองคนมีฝีมือแล้วนะตอนนี้”
“เปิดร้านของตัวเองอย่างไรเสียก็ได้เงินมากกว่าเป็นลูกจ้างคนอื่น”
“หากเจ้าเปิดร้านเองจริง ๆ ประเดี๋ยวเราจะไปอุดหนุนเอง ไม่ต้องห่วง”
พี่หนิวเริ่มทนไม่ได้กับคำพูดยุยงเหล่านั้น จึงเอ่ยขัดพวกเขา “หยุดพูดเรื่องไร้สาระพวกนี้เสียที เก็บแรงไว้กินเจียนปิ่งเถิด เอานี่ ของที่ท่านสั่ง ได้แล้วก็ไปทำธุระต่อเสีย”
พี่หนิวถอนหายใจอย่างโล่งอกเมื่อเรื่องทั้งหมดจบลงหลังลูกค้าคนนั้นจากไป สองสามีภรรยามองหน้ากัน แล้วเริ่มทำงานต่ออย่างเงียบ ๆ
ซ่งชิงหลันเข้าไปใกล้แล้วเอ่ยทักทายทั้งสอง “พี่หนิว พี่สะใภ้”
ลูกจ้างทั้งสองเงยหน้ามาพบว่าเป็นซ่งชิงหลัน ก็เกิดความประหลาดใจขึ้นมา
เขาเอ่ยขึ้น “น้องชิงหลัน ไม่ได้เจอกันเสียนานเลย เหตุใดวันนี้ถึงมาที่นี่เล่า น้องชิงตงไม่มาหรือ? เกิดอันใดขึ้นหรือไม่? เราไม่อยากให้เสียลูกค้าน่ะก็เลยเปิดร้านไปก่อน”
ซ่งชิงหลันตอบด้วยรอยยิ้ม “ข้าต้องรบกวนท่านทั้งสองด้วย”
พูดจบหญิงสาวก็เข้าไปในร้าน สวมผ้ากันเปื้อนที่หยิบขึ้นมาจากด้านข้างเตา
ทำให้พี่สะใภ้หนิวประหลาดใจขึ้นมา “น้องชิงหลัน เจ้าจะทำอันใดหรือ?”
ซ่งชิงหลันอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ชิงตงไปทำธุระที่อวี๋เฉิงตั้งแต่เช้าแล้วเจ้าค่ะ ข้าเลยมาแทนเขา”
ว่าจบก็หยิบเอาช้อนตักแป้งมาจากมือพี่สะใภ้หนิว
ด้านพี่หนิวก็ถามต่ออย่างสงสัย “ไปถึงอวี๋เฉิงเลยหรือ ไปทำอันใด เหตุใดจึงกะทันหันเพียงนี้ แล้วเช่นนี้เขาจะกลับมาเมื่อใดกัน”
ซ่งชิงหลันตอบพร้อมทำเจียนปิ่งไปด้วย “วันกลับยังไม่แน่นอนเลยเจ้าค่ะ แต่ข้ากำชับให้เขากลับมาก่อนวันปีใหม่”
หญิงสาวส่งเจียนปิ่งที่เพิ่งทำเสร็จให้กับลูกค้าที่อยู่หน้าร้าน
ลูกค้าคนต่อไปเดินเข้ามาเห็นว่าเป็นซ่งชิงหลันก็เอ่ยถามอย่างประหลาดใจ “อ้าว แม่นางซ่งเองหรือนี่ เจ้ากลับมาแล้วหรือ ไม่ได้เจอกันนาน คิดว่าขายร้านนี้ให้คนอื่นทำไปเสียแล้ว”
ระหว่างที่ถามก็เหลือบมองสองสามมีภรรยาหนิว เห็นชัดว่าคนอื่นที่ว่าคือใคร
บรรยากาศน่าอึดอัดก่อตัวขึ้นมาพักหนึ่ง
ซ่งชิงหลันเปลี่ยนเรื่องทันที “ท่านเอาแบบใส่ไข่เหมือนเดิมนะเจ้าคะ”
“ไอ๊หยา เจ้าความจำดีมากเสียจริง ไม่คิดว่าจะยังจำได้ วันนี้วันดีจริง ๆ ที่ได้กินเจียนปิ่งฝีมือแม่นางซ่งอีกครั้ง”
ซ่งชิงหลันยิ้มตอบ “พี่หนิวกับพี่สาวก็ฝีมือดีเช่นกันเจ้าค่ะ”
เวลาของความวุ่นวายผ่านพ้นไป
จำนวนลูกค้าที่มารอซื้ออาหารค่อย ๆ ลดลง ซ่งชิงหลันจึงมีเวลานั่งพักสักครู่
ด้านพี่สะใภ้หนิวที่กำลังนับเงิน นางก็หันมาทางซ่งชิงหลันแล้วพูดขึ้น “เพราะวันนี้น้องชิงหลันมาช่วยที่นี่ รายได้ก็เลยมากกว่าวันที่ผ่าน ๆ มาไม่น้อย”
จู่ ๆ สีหน้าของพี่หนิวก็เปลี่ยนไป และหันไปเอ็ดภรรยา “เจ้าพูดอันใดกัน น้องชิงหลันเป็นเถ้าแก่เนี้ย เราเป็นแค่ลูกจ้าง หากจะพูดให้ถูกคือเราต่างหากที่มาช่วยงาน”
ในตอนนั้นเองที่ภรรยาหนิวเพิ่งรู้ตัวว่าพูดผิดไป จึงรีบเอ่ยขอโทษ “น้องชิงหลัน ข้าขอโทษ ข้าพูดผิดไปแล้ว ได้โปรดอย่าถือสา”
หญิงสาวเพียงยิ้มแล้วโบกมือ “ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ว่าไปแล้ว พี่หนิว พี่สะใภ้ ข้ามีเรื่องอยากจะถามพวกท่าน”
ทั้งสองรับคำอย่างจริงจัง “มีอันใดหรือ? ถามมาได้เลย”
“พวกพี่เคยอยากเปิดร้านของตัวเองหรือไม่เจ้าคะ?”
“เอ่อ… คือว่า…” ภรรยาหนิวอึกอัก แล้วมองไปทางสามีที่อยู่ข้าง ๆ
พี่หนิวขมวดคิ้วแล้วถามขึ้น “น้องชิงหลัน เจ้าไปได้ยินอันใดมา อย่าไปฟังคำพูดคนพวกนั้น เราไม่มีทางคิดจะหักหลังเจ้าแน่”
ภรรยาหนิวเองก็พยักหน้าแล้วยืนยัน “ใช่ เราไม่มีทางเปิดร้านใหม่แข่งกับเจ้าได้ ไหนจะค่าเช่าและยังมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ อีก เราจะเอาเงินที่ใดมาเป็นต้นทุน”
พี่หนิวดุภรรยาอีกครั้ง “นี่เจ้าพูดเพ้อเจ้ออันใด”
หญิงสาวเดาได้จากคำตอบนั้นทันทีว่าพี่สะใภ้หนิวมีความคิดอยากมีร้านของตัวเองอยู่เหมือนกัน
ซ่งชิงหลันยกยิ้มแล้วพูดต่อ “ข้าเข้าใจว่าท่านคิดอย่างไร ก็เลยมีข้อเสนอมาให้ท่านทั้งสอง ไม่รู้ว่าจะสนใจหรือไม่”
ทั้งสองมองหน้ากันด้วยอาการสับสนแล้วถามอีก “ข้อเสนอใดอย่างนั้นหรือ บอกพวกเรามาได้เลย”
หญิงสาวพยักหน้า “พี่สองคนขยันทำงานมากจริง ๆ ข้าต้องบอกตามตรงว่าทั้งข้าและชิงตงคงจะมีเวลามาดูแลร้านนี้น้อยลงไปอีกต่อจากนี้ ร้านนี้อาจจะต้องให้ท่านทั้งสองคนช่วยดูแล…”
พี่หนิวตอบด้วยรอยยิ้มซื่อ “มันเป็นหน้าที่ของเราอยู่แล้ว เรารับเงินค่าจ้างจากเถ้าแก่เนี้ย ก็ต้องทำงานของตัวเองให้ดีที่สุด”
“ข้าอยากให้พี่ทั้งสองมาเป็นเถ้าแก่ด้วย”
“อันใดนะ! เจ้าหมายความว่าอย่างไร?”
สองสามีภรรยามองหน้ากัน แล้วคิดว่าตนเองหูฝาดไปหรือไม่
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วอธิบาย “ต่อไป กำไรที่ได้จากการขายของในร้านนี้จะแบ่งเป็นให้ทั้งครอบครัวข้ากับพี่ทั้งสอง ให้พวกพี่สามส่วน พวกเราเจ็ดส่วน หากขาดทุนก็ขาดทุนด้วยกัน พวกพี่คิดว่าอย่างไร”
เมื่อพี่สะใภ้หนิวได้ยินเช่นนั้น ดวงตาของนางก็เป็นประกายขึ้นมาทันที “จริงหรือ? น้องชิงหลัน เจ้าไม่ได้ล้อข้าเล่นใช่หรือไม่?”
ทั้งคู่ทำงานที่ร้านนี้มานานพอที่จะรู้ว่าแต่ละวันมีรายได้มากเพียงใด อย่างไรเสียร้านนี้ก็ทำกำไรแน่ ถึงซ่งชิงหลันจะพูดเรื่องขาดทุนแต่นางก็รู้ชัดว่าอย่างไรหากพวกเขาตกลงตามนี้ก็ต้องได้ผลประโยชน์เป็นแน่
แต่ฝ่ายสามีกลับขมวดคิ้วอย่างไม่แน่ใจแล้วถามขึ้น “น้องชิงหลัน แต่นี่มันเหมือนพวกเรากำลังเอาเปรียบเจ้าเลย มันจะดีหรือ?”
ซ่งชิงหลันหัวเราะ “หากท่านคิดเช่นนั้น ข้าก็เอาเปรียบท่านทั้งสองเช่นกัน หากไม่มีท่านทั้งสอง เราก็ต้องมาดูแลร้านเอง แต่เช่นนั้นก็คงไม่มีผู้ใดว่างมาทำร้านนี้ต่อ ให้คิดว่ามันคือประโยชน์ร่วมกัน ดีหรือไม่เจ้าคะ?”
ในตอนนั้นเองก็มีลูกค้าเข้ามาสั่งอาหาร “ขอเจียนปิ่งสองชิ้นกับมันเผาสองหัวให้ข้าที”