ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 102 นี่ลูกเต้าผู้ใดกัน
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 102 นี่ลูกเต้าผู้ใดกัน
บทที่ 102 นี่ลูกเต้าผู้ใดกัน
ซ่งชิงหลันรู้สึกคุ้นเคยกับเสียงนั้น และเมื่อเงยหน้าขึ้น นางก็พบว่าเป็นชิงจูที่ยืนอยู่หน้าร้าน
นางจึงเอ่ยอย่างตื่นเต้น “ชิงจู เจ้านี่เอง”
เมื่อสาวใช้ของภรรยาท่านผู้ว่าพบว่าแม่ค้าในร้านอาหารคือซ่งชิงหลัน ก็ตอบกลับมาอย่างประหลาดใจ “แม่นางซ่ง ท่าน… ท่านมาทำอันใดที่นี่กันเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันเดินไปด้านหน้า ชำเลืองมองไปทางรถม้าที่อยู่ไม่ไกล แล้วตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “ท่านหญิงของเจ้ากินของเผ็ดไม่ได้ ดังนั้นข้าจะไม่เติมรสเผ็ดให้นะ”
ระหว่างที่เอ่ยแบบนั้น นางก็เริ่มทำเจียนปิ่งอย่างชำนาญ
ชิงจูมองทุกอิริยาบถของอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมา “แม่นางซ่ง ข้าไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าท่านไม่เพียงทำเสื้อผ้าเก่ง แต่ท่านยังทำอาหารได้อร่อยอีกด้วย น่าทึ่งเสียจริง”
ซ่งชิงหลันยิ้มรับคำชมนั้น จากนั้นไม่นานก็ทำเจียนปิ่งสองชิ้นเสร็จแล้วส่งให้สาวน้อย “รับไปสิ แล้วรีบเอาไปให้ท่านหญิง ต้องกินตอนร้อน ๆ ถึงจะอร่อยที่สุด”
“อ้อ ขอบคุณท่านมากเจ้าค่ะแม่นางซ่ง”
ชิงจูกล่าวขอบคุณแล้วจากไป
ทันใดนั้นสาวใช้ก็หันกลับมาราวกับนึกอะไรขึ้นได้ “โอ๊ย สมองข้านี่มันเลอะเลือนเสียจริง แม่นางซ่ง ท่านหญิงของข้ากำลังจะไปหาท่านที่ร้านเสื้อชิงเยว่ ท่านจะไปที่นั่นหรือไม่”
“ได้ เช่นนั้นข้าจะไปพร้อมเจ้า” หญิงสาวตอบพลางถอดผ้ากันเปื้อนออก
สะใภ้หนิวรีบถาม “น้องชิงหลัน จะไปที่ร้านเสื้อแล้วหรือ?”
“ข้าต้องฝากร้านกับท่านทั้งสองด้วย ข้อเสนอที่ข้าบอกก็เอาตามนั้น ขอบคุณพี่ทั้งสองที่ทำงานหนัก”
พูดจบซ่งชิงหลันก็ตามชิงจูไปที่รถม้าคันหรู
ชิงจูเคาะเบา ๆ ที่หน้าต่างแล้วพูดขึ้น “ท่านหญิง ข้าน้อยเจอแม่นางซ่งพอดีเลยเจ้าค่ะ”
“ว่าอย่างไรนะ นางอยู่ที่ใด” เสียงหวานของหลิงซีเหยียนดังออกมาจากด้านใน จากนั้นนางก็เลิกม่านขึ้น เผยให้เห็นใบหน้าสวย
ซ่งชิงหลันโน้มตัวเข้าไปใกล้ทันที “ข้าอยู่นี่เจ้าค่ะ”
หลิงซีเหยียนหัวเราะชอบใจ “ชิงหลัน เจ้ามาทำอันใดแถวนี้”
ซ่งชิงหลันเอาเจียนปิ่งในมือยื่นให้พร้อมรอยยิ้ม “นี่คือเจียนปิ่งที่ข้าเป็นคนทำเจ้าค่ะ”
“หมายความว่าอย่างไรกัน?” หลิงซีเหยียนเบิกตากว้างอย่างสงสัย นางจับมือซ่งชิงหลันแล้วพูดต่อ “ชิงหลัน ขึ้นมาเร็วแล้วเล่าให้ข้าฟังเร็ว”
หลิงซีเหยียนกินเจียนปิ่งระหว่างฟังซ่งชิงหลันเล่าเรื่องราวทั้งหมด
เมื่อเล่าจบ เจียนปิ่งก็หมดพอดี
สตรีสูงศักดิ์เช็ดริมฝีปากด้วยผ้าเช็ดหน้าด้วยท่าทางน่ามอง และเอ่ยอย่างตกตะลึง “ชิงหลัน เจ้าเป็นสตรีที่แปลกยิ่ง ทั้งทำเจียนปิ่งอร่อยที่สุดในเมืองนี้ แล้วยังทำเสื้อผ้าได้สวยงามที่สุดอีก มีสิ่งใดที่เจ้าทำได้แล้วข้ายังไม่รู้อีกหรือไม่”
“ข้าคิดว่าไม่… อืม…อาจจะต้องคิดดูก่อนนะเจ้าคะ” หญิงสาวแสร้งทำเป็นคิดหนัก จากนั้นก็กะพริบตาอย่างขี้เล่นพร้อมรอยยิ้ม “อืม…ถ้าจำไม่ผิดข้าน่าจะทำได้เพียงเท่านี้นะเจ้าคะ”
“ฮ่าฮ่า” หลิงซีเหยียนปิดปากหัวเราะด้วยผ้าเช็ดหน้า “ข้าไม่เคยเจอผู้ใดที่น่าสนใจเท่าเจ้ามาก่อนเลยจริง ๆ เหมือนกับว่ายิ่งรู้จักกัน ข้าก็จะยิ่งถูกชะตากับเจ้ามากขึ้นเรื่อย ๆ”
ความจริงแล้วซ่งชิงหลันเองก็ถูกใจหลิงซีเหยียนมากเช่นกัน
แต่อยู่ ๆ ซ่งชิงหลันก็นึกถึงเรื่องสำคัญขึ้นมาได้ จึงเอ่ยถามอย่างรวดเร็ว “ว่าไปแล้ว ท่านพี่ซีเหยียน เมื่อครู่ชิงจูบอกข้าว่าท่านมีเรื่องอยากจะคุยกับข้า ท่านอยากจะไปลองเสื้อผ้าใหม่หรือเจ้าคะ”
หลิงซีเหยียนส่ายหน้า “ข้าอยากจะคุยเรื่องชุดที่ข้าเอาผ้ามาให้เจ้าช่วยตัดเย็บเมื่อครั้งที่แล้วน่ะ เลยจะไปหาเจ้าที่ร้าน”
“ชุดนั่น…” ซ่งชิงหลันมีท่าทีกังวลขึ้นมา “อ้อ แบบของชุดนั้นอยู่ที่บ้านข้าเจ้าค่ะ”
ชุดนั้นเป็นเสื้อผ้าชุดแรกที่ซ่งชิงหลันออกแบบขึ้นมาเพื่อใครคนหนึ่งโดยเฉพาะ และทำขึ้นตามความต้องการของหลิงซีเหยียน จึงจำเป็นต้องใส่ใจเป็นพิเศษ นางจึงเอาแบบกลับไปที่บ้านด้วย เพื่อจะค่อย ๆ ปรับแต่งมันให้ออกมาให้ดีที่สุดในช่วงเวลากลางคืนที่เงียบสงบจะมีแรงบันดาลใจมากที่สุด แต่ไม่ได้คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมาหานางถึงที่ จึงไม่ได้นำมาด้วย
ได้ยินอย่างนั้นหลิงซีเหยียนจึงเอ่ยเสนอขึ้น “อย่างนั้น เหตุใดเราไม่ไปบ้านเจ้าเลยเล่า เจ้าสะดวกหรือไม่”
ซ่งชิงหลันยิ้มตอบ “เจ้าค่ะ ข้าสะดวก”
หญิงสาวจึงเลิกม่านขึ้น โผล่หน้าออกจากรถแล้วพูดกับชิงจู “ชิงจูบอกคนรถให้ไปที่หย่งเหอ”
จากนั้นไม่นานรถม้าก็จอดเทียบที่บ้านของซ่งชิงหลัน
ชิงจูช่วยประคองท่านหญิงของนางลงจากรถม้า เมื่อเห็นบ้านทรุดโทรมของตระกูลซ่งก็ตะลึงงัน
หลิงซีเหยียนเห็นท่าทางไม่สุภาพของสาวใช้จึงส่งสายตาห้ามปราม ชิงจูจึงรีบค้อมศีรษะเป็นการขออภัย
แต่อาการเหล่านั้นของนายและบ่าวทั้งสองไม่รอดพ้นสายตาของซ่งชิงหลัน
ถึงอย่างนั้น เจ้าของบ้านก็ไม่ได้เอ่ยถึงเรื่องนั้น เพียงอธิบายด้วยรอยยิ้ม “ท่านพี่ซีเหยียน นี่คือบ้านของข้า อาจดูทรุดโทรมไปเสียหน่อยแต่ก็อบอุ่นมาก หวังว่าท่านจะไม่รังเกียจนะเจ้าคะ”
หลิงซีเหยียนตอบอย่างจริงจัง “ข้าจะรังเกียจได้อย่างไร ข้าเพียงคิดว่าลานบ้านนี้ค่อนข้างแปลกตายิ่งนัก เอาเถิด เราเข้าไปกัน”
ซ่งชิงหลันชื่นชมความไม่ถือตนและไหวพริบในการตอบคำถามของหลิงซีเหยียนเป็นอย่างมาก
เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู แม่เฒ่าซ่งก็ออกมาจากห้อง “หลันหลัน เหตุใดวันนี้เจ้ากลับมาเร็วนัก…”
ระหว่างที่ถาม หญิงชราก็พบว่ามีสตรีชั้นสูงพร้อมกับผู้ติดตามยืนอยู่ในบ้าน ข้างกายของนางเป็นหลานสาวคนโตของตน นั่นทำให้แม่เฒ่าทำตัวไม่ถูก เอ่ยอย่างตะกุกตะกัก “เอ่อ… นี่.. หลันหลัน… มีแขก… มาหรือ?”
ซ่งชิงหลันเริ่มแนะนำ “ท่านย่าเจ้าคะ ท่านนี้คือท่านพี่หลิงซีเหยียน เป็นภรรยาของท่านผู้ว่าเจ้าค่ะ”
ได้ยินเช่นนั้นแม่เฒ่าซ่งก็ตกใจโดยพลัน “ภรรยาท่านผู้ว่าหรือ ท่านหญิง… ข้าก็อายุปูนนี้แล้ว ไม่เคยได้พบภรรยาท่านผู้ว่ามาก่อน ไม่คาดคิดว่าท่านหญิงจะงดงามเช่นนี้ เป็นความผิดของข้าที่ไม่รู้ว่าท่่านเป็นท่านหญิง บ้านของเราคับแคบมาก อาจจะต้อนรับท่านหญิงได้ไม่ดี”
หลิงซีเหยียนเข้าไปพยุงหญิงชราทันทีและพูดอย่างอ่อนหวาน “ท่านย่า อย่าพูดเช่นนั้นเลย เรียกข้าว่าซีเหยียนก็ได้ ข้ากับชิงหลันก็เป็นเหมือนพี่น้องกัน”
“พี่น้องหรือ?” แม่เฒ่าซ่งกะพริบตาปริบ ๆ เต็มไปด้วยความสงสัย จึงหันไปถามหลานสาว
“หลันหลัน เจ้าไปเป็นพี่น้องกับคนใหญ่คนโตเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน”
“แอะ… แง… แง… แง”
ตอนนั้นเองที่มีเสียงทารกร้องไห้ดังมาจากในห้อง
ท่านย่ารู้สึกกระวนกระวายขึ้นมาทันที “โอ้ เฉินเฉินกับเยว่เยว่ตื่นแล้ว ข้าไปดูก่อนนะ”
แต่ซ่งชิงหลันเอ่ยห้ามหญิงชราเอาไว้ “ท่านย่า ท่านพักเถิดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าไปดูพวกเขาเอง”
พูดจบหญิงสาวก็เข้าไปในห้อง
จากนั้นไม่นานซ่งชิงหลันก็ออกมาพร้อมกับเด็กชายและเด็กหญิงในอ้อมแขนซ้ายขวา ทั้งสองเป็นทารกตัวอวบ ผิวขาวอมชมพู ดูน่ารักน่าชังราวกับตุ๊กตาหยก
หลิงซีเหยียนถามอย่างประหลาดใจ “นี่ลูกเต้าผู้ใดกัน น่ารักน่าชังเหลือเกิน”
คนเป็นทวดของหนูน้อยอธิบายด้วยรอยยิ้ม “เด็ก ๆ เป็นลูกหลันหลันของเราเจ้าค่ะ พวกเขาเป็นฝาแฝดกัน”
“อย่างไรนะ” หลิงซีเหยียนตกใจมากหลังจากรู้เรื่องนี้
นางจ้องไปทางซ่งชิงหลันอย่างไม่อยากจะเชื่อ “ชิงหลัน นี่ลูกเจ้าจริงหรือ?”
ซ่งชิงหลันเข้าไปใกล้ ๆ นางพร้อมกับทารกน้อยทั้งสอง ให้แขกผู้สูงศักดิ์ได้เห็นหน้าของสามแม่ลูกอย่างใกล้ชิด แล้วถามอย่างติดตลก “อันใดกันเจ้าคะ เราสามคนหน้าตาไม่เหมือนกันหรืออย่างไร”