ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 103 เขาตายไปแล้ว
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 103 เขาตายไปแล้ว
บทที่ 103 เขาตายไปแล้ว
หลังจากที่ซ่งชิงหลันพูดแบบนั้น หลิงซีเหยียนก็พินิจใบหน้าที่งดงามของหญิงสาวและเด็กน้อยทั้งสองอีกครั้ง จึงพยักหน้าตามแล้วเอ่ยตอบ “เหมือนกันจริง ๆ ด้วย”
หลิงซีเหยียนมีท่าทางเขินอายขึ้นมา “ชิงหลัน ข้าขอโทษ เพราะเห็นว่าเจ้ายังดูเด็ก ไม่คิดว่าจะเป็นแม่ลูกสองแล้ว”
ซ่งชิงหลันไม่ได้ใส่ใจอะไร “ไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ข้าแต่งงานเร็วมากจริง ๆ”
หลิงซีเหยียนจึงถามต่ออย่างสงสัย “แล้วพ่อของเด็ก ๆ เล่า ทำอันใดอยู่ที่ใดกัน”
แม่ลูกอ่อนเอ่ยตอบแบบไม่เปลี่ยนสีหน้า “เขาตายไปแล้วเจ้าค่ะ”
“หา” เป็นคนเอ่ยถามที่แสดงอาการออกมาด้วยความตกใจมากขึ้นอีก
นางเห็นว่าซ่งชิงหลันไม่ได้มีท่าทีล้อเล่นก็รีบพูดด้วยความรู้สึกผิด “ชิงหลัน ข้าขอโทษ ข้าไม่ได้ตั้งใจจะ…”
หญิงสาวยักไหล่อย่างไม่ได้สนใจอะไร แล้วยิ้มตอบ “ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ มันไม่ใช่เรื่องน่าอาย ไปกันเถิด เดี๋ยวข้าจะเอาแบบที่วาดมาให้ท่านดู”
ซ่งชิงหลันพาลูกน้อยเข้าไปในห้อง วางพวกเขาลงในเปล จากนั้นก็หยิบเอาแบบเสื้อผ้าออกมาจากใต้เสื่อแล้วเอ่ยอธิบาย “นี่คือแบบแรกที่ข้าวาดเอาไว้ ท่านอยากให้ปรับเพิ่มตรงใดก็บอกข้ามาได้เลยเจ้าค่ะ”
หลิงซีเหยียนรับกระดาษมาดู จากนั้นจึงหยิบพู่กันขึ้นมาชี้ไปที่จุดหนึ่งของภาพแล้วเริ่มออกความเห็น “ตรงนี้ข้าคิดว่าน่าจะเปลี่ยนเป็น….”
หญิงสาวทั้งสองปรึกษากันอย่างตั้งอกตั้งใจจนเวลาผ่านไปหนึ่งชั่วยามโดยไม่รู้ตัว
โครกคราก
ทันใดนั้นเสียงท้องของหลิงซีเหยียนก็ดังขึ้น
ชิงจูที่อยู่ด้านหลังจึงกล่าวกับท่านหญิงของนาง “นี่ก็ผ่านมาหนึ่งชั่วยามแล้วนะเจ้าคะ ท่านหญิง เลยเวลาอาหารกลางวันมาแล้วเจ้าค่ะ”
เจ้าบ้านอย่างซ่งชิงหลันรีบเอ่ยขอโทษโดยพลัน “ขอภัยจริง ๆ เจ้าค่ะ ท่านพี่ซีเหยียน ข้าทำงานทีไรก็ลืมเวลาทุกที”
คนอายุมากกว่าเพียงยิ้มแล้วส่ายหน้า “ไม่เป็นอันใด ข้าต่างหากที่ต้องขอโทษ มารบกวนเจ้าเสียนาน”
ซ่งชิงหลันลุกขึ้นยืน “ท่านพี่ซีเหยียน หากท่านไม่รังเกียจ กินมื้อกลางวันที่บ้านข้าได้นะเจ้าคะ”
หลิงซีเหยียนได้ยินคำชักชวนก็ตอบออกมาแบบไม่ลังเล “จริงหรือ? ข้าเองก็อยากลองชิมอาหารฝีมือเจ้าอยู่พอดี มื้อนี้ต้องฝากด้วยนะ”
หลังจากนั้นก็หันไปทางสาวใช้ของตน “ชิงจู ไปเป็นลูกมือให้นางที”
ชิงจูรีบเดินตรงไปที่เตาในครัว “แม่นางซ่ง ประเดี๋ยวข้าจะช่วยจุดไฟเองเจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันเตรียมอาหาร หั่นวัตถุดิบ ปรุงเป็นเมนูต่าง ๆ อย่างสุดฝีมือ
โดยที่หลิงซีเหยียนนั่งหยอกล้อกับทารกน้อยทั้งสองอยู่ที่ข้างเปลของซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่
“เฉินเฉิน… เยว่เยว่… ยิ้มหวานเสียจริง… ฮิ ๆ พวกเจ้าน่ารักมาก”
หลิงซีเหยียนเป็นสตรีที่อ่อนโยนอยู่แล้ว ยามอยู่กับเด็กทารกฝาแฝดทั้งสองนางก็ยิ่งดูอ่อนโยนมากไปอีก
ซ่งชิงหลันทำอาหารอย่างคล่องแคล่ว ใช้เวลาเพียงไม่นาน อาหารสามจานและแกงอีกหนึ่งอย่างก็เสร็จเรียบร้อย
มื้อนี้มีปลากะพงนึ่ง วุ้นเส้นตุ๋นหมูผักกาดขาว หมูเส้นผัดพริกกระเทียม เต้าหู้เผ็ด และยังมีน้ำแกงไข่ใส่มะเขือเทศอีก
ยิ่งได้กลิ่นหอมน่ากินนั้นก็ยิ่งทำให้หลิงซีเหยียนยิ่งหิวมากกว่าเดิม
แม้แต่ชิงจูเองก็อดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายแล้วเอ่ยชม “แม่นางซ่ง ท่านทำอาหารเก่งมากจริง ๆ เจ้าค่ะ แค่ได้กลิ่นก็รู้ว่าต้องเป็นอาหารที่อร่อยมากแน่ ๆ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “พวกนี้ล้วนเป็นอาหารบ้าน ๆ ทำเองง่าย ๆ หวังว่าท่านหญิงจะกินได้นะ”
ชิงจูยิ้มตอบ “ความจริงแล้วท่านหญิงก็ชอบปรุงอาหารเองที่บ้านเช่นกันเจ้าค่ะ แม้ว่าจะทำอาหารไม่เก่ง จนนายท่านก็ยังเป็นห่วงในเรื่องนี้”
ท่านหญิงชำเลืองมองและกล่าวเสียงขัดใจ “ชิงจู เจ้าไม่เห็นต้องเล่าเช่นนั้นเลย”
ชิงจูยิ้มอย่างซุกซนแล้วหยุดพูดไป
หลิงซีเหยียนชิมน้ำแกงไข่มะเขือเทศเป็นอย่างแรก “อื้ม… อร่อยจริง ๆ”
จากนั้นไม่นานน้ำแกงก็หมดชามทันที
ซ่งชิงหลันตักข้าวให้นางแล้วเอ่ยต่อ “ท่านพี่ซีเหยียน ลองกินกับข้าวฝีมือข้าดูเจ้าค่ะ”
แขกของบ้านเริ่มชิมอาหารจานต่าง ๆ ตามคำเชิญแล้วเอ่ยชมไม่หยุดปาก “อร่อยเสียจริง ชิงหลัน อาหารที่เจ้าทำอร่อยทุกจาน ทำได้อย่างไรกัน”
“จริงเจ้าค่ะ” ชิงจูเองก็อยากรู้อยากเห็น “รสมือท่านดีกว่าพ่อครัวที่จวนเสียอีก”
ซ่งชิงหลันหัวเราะอย่างมีความสุข “อร่อยก็กินเยอะ ๆ ไม่ต้องเกรงใจนะเจ้าคะ”
หลิงซีเหยียนชี้ไปที่ชามเปล่าตรงหน้าตนเอง “ไม่เกรงใจแน่ ดูเถิดข้าวข้าหมดไปหนึ่งชามแล้ว”
ชิงจูตาเป็นประกาย และเอ่ยกับซ่งชิงหลัน “แม่นางซ่ง ท่านหญิงไม่เคยกินข้าวจนหมดชามเช่นนี้เลยเจ้าค่ะ หากนายท่านทราบเรื่องนี้ นายท่านต้องมีความสุขมากแน่เจ้าค่ะ”
ซ่งชิงหลันพูดขึ้น “ดูเหมือนว่านายท่านของเจ้าคงรักท่านพี่มาก”
ชิงจูเลิกคิ้วแล้วตอบกลับ “นั่นเป็นเรื่องธรรมดา นายท่านกับท่านหญิงเป็นสามีภรรยากัน ย่อมต้องรักกันเจ้าค่ะ”
หลิงซีเหยียนได้ยินก็แก้มเห่อร้อนขึ้นสีอย่างเขินอาย พลางตำหนิสาวใช้เสียงเบา “ชิงจู เจ้าพูดไปเรื่อยมากเกินไปแล้ว ไม่ละอายบ้างหรืออย่างไรกัน”
ชิงจูแลบลิ้นอย่างไม่เกรงกลัว “ข้าน้อยพูดความจริงเจ้าค่ะ ไม่เห็นมีอันใดต้องอาย”
หลังมื้อกลางวัน ซ่งชิงหลันและหลิงซีเหยียนก็ปรึกษาเรื่องแบบเสื้อผ้ากันต่อ จนในที่สุดรูปแบบทั้งหมดก็เรียบร้อย
เมื่อเห็นว่าตอนนี้เป็นเวลาบ่ายแล้ว แขกผู้สูงศักดิ์จึงเอ่ยคำลา
ซ่งชิงหลันอุ้มลูกน้อยทั้งสองขึ้นมา ออกไปส่งหลิงซีเหยียนที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับแม่เฒ่าซ่ง
หลิงซีเหยียนมีท่าทีไม่เต็มใจจะกลับนัก “ชิงหลัน ดูสิ คุยกับเจ้าทีไรเวลาก็ผ่านไปเร็วเสียทุกครั้ง”
ภรรยาท่านผู้ว่าแอบเปรียบเทียบกับวันปกติที่ต้องพูดคุยกับสตรีชั้นสูงท่านอื่น ๆ ซึ่งนางมักจะรู้สึกเบื่อราวกับเวลาผ่านไปเป็นปี ๆ กว่าจะจบไป แต่วันนี้ทุกอย่างกลับผ่านไปรวดเร็วอย่างน่าเสียดาย
ซ่งชิงหลันตอบด้วยรอยยิ้ม “เรายังมีเวลาคุยกันอีกมากเจ้าค่ะ หากท่านอยากคุยกับข้าก็มาหาได้ทุกเมื่อ”
“อาดาดาดา”
“ตาตาดาดา”
ตอนนั้นเอง ซ่งชิงเฉินและซ่งชิงเยว่ก็เริ่มพูดเจื้อยแจ้วเช่นเดียวกัน ราวกับว่าอยากจะร่วมวงสนทนาด้วย
ดวงตาของหลิงซีเหยียนเต็มไปด้วยความรัก ความเอ็นดูไม่ต่างจากมารดามองบุตรตนเอง อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือมาลูบแก้มชมพูของเด็กน้อยทั้งสอง และกล่าวพร้อมยิ้ม “เฉินเฉิน เยว่เยว่ พวกเจ้าก็ไม่อยากให้ข้ากลับใช่หรือไม่ เช่นนั้นข้าจะมาเล่นด้วยอีกคราวหน้านะ”
พูดกับเด็ก ๆ จบหลิงซีเหยียนก็สบตาซ่งชิงหลันและพูดว่า “ชิงหลัน น่าอิจฉาเหลือเกินที่เจ้ามีลูกที่น่ารักถึงสองคน ข้า…”
ทันใดนั้นเสียงของชิงจูก็ดังขึ้น “ท่านหญิง รถม้ามาแล้วเจ้าค่ะ”
หลิงซีเหยียนหยุดสิ่งที่กำลังจะพูดลงแล้วยิ้มอ่อนหวาน “เช่นนั้นข้าไปก่อนดีกว่า ไว้ค่อยคุยกันใหม่นะ”
ซ่งชิงหลันโบกมืออำลาและไม่ลืมพูดจะส่งท้าย “เดินทางปลอดภัยนะเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันและท่านย่ายืนส่งแขกจนพวกเขาออกจากตรอกไป
หญิงชรายกยิ้มและเอ่ยขึ้น “ภรรยาท่านผู้ว่าคนนี้ไม่เพียงแต่ใบหน้าสะสวย ยังใจดีอีก นางไม่ถือตัวแม้แต่น้อย หลันหลัน เจ้าโชคดีมากที่ได้รู้จักเพื่อนที่ดีเช่นนี้”
ซ่งชิงหลันเอ่ยเย้า “ท่านย่า ท่านไม่ได้ชอบเชียนเชียนมากที่สุดแล้วอย่างนั้นหรือ ท่านเปลี่ยนใจแล้วหรือเจ้าคะ”
แม่เฒ่าซ่งเม้มปาก “ย่าก็ชอบทั้งสองนั่นแหละ”
ซ่งชิงหลันอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเสียงดัง “ฮ่าฮ่า” แล้วพูดต่อ “ท่านหลายใจเกินไปแล้วเจ้าค่ะ”
สองย่าหลานเดินเข้าบ้านด้วยกันพร้อมเสียงหัวเราะสนุกสนาน