ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 104 ผู้ใดกันมาใจตรงกับภรรยาข้า
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 104 ผู้ใดกันมาใจตรงกับภรรยาข้า
บทที่ 104 ผู้ใดกันมาใจตรงกับภรรยาข้า
วันต่อมา
ซ่งชิงหลันตื่นแต่เช้า ทำอาหารไว้สำหรับทุกคน และป้อนอาหารให้เด็กน้อยทั้งสองก่อนจะออกไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่
หลี่ซิ่วซิ่วเห็นว่าซ่งชิงหลันมาถึงแต่เช้าก็มีท่าทีประหลาดใจ “พี่ชิงหลัน เหตุใดวันนี้ท่านจึงมาเร็วนักเจ้าคะ”
เจ้าของร้านสาวรีบตอบ “พอดีข้ามีเรื่องต้องทำน่ะ ซิ่วซิ่ว ประเดี๋ยวเจ้าตามมาที่ห้องทำงานข้าทีนะ”
หลี่ซิ่วซิ่วเกิดความสงสัยขึ้นมาโดยพลัน “เกิดอันใดขึ้นหรือเจ้าคะ?”
คนถูกถามจึงหยิบเอากระดาษที่วาดแบบเสื้อผ้าไปยื่นให้พลางเอ่ยตอบ “ต้องลำบากเจ้าทำงานหนักหน่อยแล้ว เพื่อตัดเย็บชุดนี้ให้เรียบร้อย”
ช่างตัดเย็บประจำร้านรับแบบมาสำรวจ “นี่คือชุดของภรรยาท่านผู้ว่าใช่หรือไม่เจ้าคะ?”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ใช่ นี่เป็นชุดแบบพิเศษชุดแรกของร้านเรา ต้องทำออกมาให้ดี ทดลองหารูปแบบการทำงานใหม่ ๆ ลงไปในงานนี้ด้วย”
หลี่ซิ่วซิ่วกอดแบบชุดนั้นไว้แนบอกแล้วพยักหน้าอย่างแน่วแน่ “พี่ชิงหลัน ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจะทำสุดฝีมือไม่ให้ท่านผิดหวัง แล้วจะเริ่มงานตั้งแต่วันนี้เลยเจ้าค่ะ”
หลังจากเอ่ยจบ ร่างบางก็หันหลังเดินออกไป
แต่กลับหยุดฝีเท้าที่หน้าประตูห้อง หันกลับมาทางซ่งชิงหลันอีกครั้ง ยืนอึกอักอยู่ตรงนั้น ราวกับมีอะไรจะพูด
เห็นแบบนั้นซ่งชิงหลันก็เดาได้ในทันที แต่ก็เอ่ยถามแสร้งทำเป็นไม่รู้ “มีอันใดหรือซิ่วซิ่ว?”
หลี่ซิ่วซิ่วกัดฟันแล้วรีบถามออกไป “พี่ชิงหลัน ข้าได้ยินมาว่า… ได้ยินมาว่า พี่ชิงตงไปอวี๋เฉิงหรือเจ้าคะ”
คนอายุมากกว่าพยายามกลั้นขำอย่างเต็มที่ แล้วตอบอย่างเคร่งขรึม “ใช่ เขาไปแล้ว”
ดวงตาของสาวน้อยฉายแววผิดหวัง และรีบเอ่ยถามอย่างประหม่า “แล้ว… เขาจะกลับมาเมื่อใดเจ้าคะ นี่ใกล้จะถึงช่วงวันปีใหม่แล้วด้วย เหตุใดเขาถึงได้เดินทางเวลานี้”
ในที่สุดซ่งชิงหลันก็หลุดหัวเราะออกมาเสียงดังและเอ่ยหยอกล้อ “ฮ่า ๆ ซิ่วซิ่ว เหตุใดเจ้าถึงได้สนใจชิงตงเพียงนี้เล่า ไหนว่าไม่ได้มีอันใดกับเขาอย่างไร เจ้าปิดบังข้าหรือ?”
ได้ยินอย่างนั้นใบหน้าของหลี่ซิ่วซิ่วก็แดงก่ำ นางหลบสายตาจากการจับจ้องของซ่งชิงหลันด้วยความเขินอาย พร้อมตอบอย่างตะกุกตะกัก “ข้า… ข้าไม่ได้… เพียงถามเฉย ๆ เจ้าค่ะ เช่นนั้นท่านลืมเรื่องนี้ไปเถิด… ข้า…ข้าไปทำงานก่อนดีกว่า”
พูดจบนางก็เตรียมจะหนีออกจากห้องไป
แต่ซ่งชิงหลันหยุดเอาไว้แล้วตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “เอาเถิด เป็นเพราะข้าเห็นเจ้าเป็นห่วงเขาเพียงนี้ ข้าจะไม่แกล้งเจ้าแล้ว ชิงตงจะกลับมาก่อนวันปีใหม่ เขาฝากมาบอกเจ้าด้วยว่าให้รออยู่ที่นี่ ประเดี๋ยวจะรีบกลับมา”
ได้ยินแบบนั้นมุมปากของสาวน้อยก็ถูกแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มอย่างพึงใจ และพึมพำกับตนเองเสียงเบา “ผู้ใดจะรอกัน ข้าไปทำงานแล้วดีกว่า”
จากนั้นก็ออกไปจากห้องอย่างมีความสุขแบบเห็นได้ชัด
หลี่ซิ่วซิ่วทำงานอย่างหนักติดต่อกันหลายวัน ในที่สุดชุดของหลิงซีเหยียนก็เสร็จเรียบร้อย
ทันทีที่เสื้อผ้าชุดนั้นมาถึงมือ ซ่งชิงหลันก็มองมันอย่างพึงพอใจมาก “ซิ่วซิ่ว เจ้าทำงานหนักมาก งานเย็บปักทั้งหมดสมบูรณ์แบบที่สุด หากท่านพี่ซีเหยียนได้เห็น นางต้องชอบมากเป็นแน่”
เหวยหมิ่นจือและเหอไห่หลิงที่ยืนดูอยู่ก็พากันพยักหน้าด้วยความชื่นชม “ชุดนี้สวยมากจริง ๆ”
เหอไห่หลิงพูดต่อ “การออกแบบของหลันหลัน ผ้าแพรอย่างดีจากท่านหญิง และฝีมือตัดเย็บของซิ่วซิ่ว ทำให้ได้ผลงานที่ยอดเยี่ยมเช่นนี้ออกมา น่าทึ่งเสียจริง”
ป้าสะใภ้ใหญ่พยักหน้าเห็นด้วย นางหันไปทางซ่งชิงหลันแล้วพูดต่อ “หลันหลัน ประเดี๋ยวป้าจะหาคนเอาชุดนี้ไปส่งที่จวนท่านผู้ว่าเอง”
“ไม่เป็นอันใดเจ้าค่ะ ประเดี๋ยวข้าจะเอาชุดนี้ไปส่งด้วยตัวเอง” ซ่งชิงหลันตอบพร้อมพับเสื้อผ้าชุดนั้นลงในกล่องอย่างดี
หญิงสาวเดินทางไปถึงจวนท่านผู้ว่าด้วยการนั่งเกี้ยว
จวนของท่านผู้ว่าตั้งอยู่บนถนนหัวอัน เป็นที่ตั้งของบ้านขุนนางชั้นสูงหลายคน ซึ่งเป็นที่พักประจำตำแหน่งของพวกเขา
ซ่งชิงหลันลงจากเกี้ยวที่หน้าจวนท่านผู้ว่า และเมื่อก้าวไปที่ประตู ยามที่เฝ้าอยู่ก็หยุดนางเอาไว้ “แม่นางเป็นผู้ใด มาทำอันใดที่นี่”
ซ่งชิงหลันยิ้มแล้วตอบกลับ “ข้ามาจากร้านเสื้อชิงเยว่ มาที่นี่เพื่อส่งเสื้อผ้าชุดใหม่ให้ภรรยาท่านผู้ว่าเจ้าค่ะ โปรดรายงานให้ข้าด้วย”
ยามเฝ้าหน้าประตูขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงเบา “ปกติจะเป็นผู้ชายเอาของมาส่ง เหตุใดวันนี้ถึงได้เป็นแม่นางคนสวยผู้นี้ ไม่ได้หลอกลวงกันแน่หรือ?”
เจ้าหน้าที่อีกคนออกความเห็น “แต่ของที่นางถือเป็นกล่องจากร้านเสื้อจริง ๆ นะ”
ท่าทางระแวดระวังของพวกเขาทำให้ซ่งชิงหลันต้องอธิบายเพิ่ม “ข้านามว่าซ่งชิงหลัน รบกวนพวกท่านแจ้งกับท่านหญิงด้วยนะเจ้าคะ”
พวกเขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนเข้าไปรายงานตามที่นางบอก
หลังจากนั้นไม่นานประตูจวนก็เปิดออก สาวน้อยคนหนึ่งวิ่งออกมาด้วยท่าทางตื่นเต้น “แม่นางซ่ง”
“ชิงจู”
ชิงจูรีบก้าวออกมา เพื่อรับกล่องเสื้อผ้าจากมือซ่งชิงหลัน และถามอย่างสงสัย “เหตุใดแม่นางซ่งมาที่นี่ด้วยเองเล่าเจ้าคะ”
ซ่งชิงหลันอธิบายด้วยรอยยิ้ม “เพราะชุดที่ทำมาวันนี้สวยมากจนข้าอดใจไม่ไหวอยากจะนำมาให้ท่านพี่ซีเหยียนลองสวมด้วยตัวเองน่ะสิ”
สาวใช้ยิ้มอย่างกระตือรือร้น “ท่านหญิงก็คิดอยู่แล้วว่าจะเป็นอย่างนี้ รีบเข้าไปข้างในกันเร็วเจ้าค่ะ”
หลังจากเอ่ยเช่นนั้น สองสาวก็รีบเข้าไปด้านในจวนท่านผู้ว่า
เมื่อผ่านยามเฝ้าประตูทั้งสอง ชิงจูก็หยุดครู่หนึ่งแล้วพูดกับพวกเขา “ต่อไปพวกเจ้าต้องต้อนรับแม่นางซ่งอย่างดี แล้วจำไว้ว่าแม่นางผู้นี้เป็นเจ้าของร้านเสื้อชิงเยว่ หากมีอันใดบกพร่อง ท่านหญิงจะไม่สบายใจได้”
ทันทีที่พวกเขาได้ยินคำว่า ท่านหญิงจะไม่สบายใจ เจ้าหน้าที่ทั้งสองก็หวั่นเกรงขึ้นมาและรีบพยักหน้ารับโดยพลัน “พวกเราเข้าใจแล้วขอรับ จะจำแม่นางให้ขึ้นใจ ขอบคุณแม่นางชิงจูที่เตือนพวกเรา”
ทุกคนต่างรู้ดีกว่าในจวนท่านผู้ว่าแห่งนี้ คนที่ควรเกรงใจที่สุดไม่ใช่นายท่านแต่เป็นภรรยาของนายท่าน
เพราะท่านผู้ว่ารักท่านหญิงยิ่งกว่าชีวิตตนเอง หากมีเรื่องที่ทำให้นางขุ่นเคือง ผลที่ตามมาจะร้ายแรงมาก
จวนผู้ว่าเป็นจวนขนาดใหญ่ ชิงจูนำทางซ่งชิงหลันให้เดินตามทางที่ทอดยาวคดเคี้ยว จนในที่สุดก็มาถึงลานที่เงียบสงบแห่งหนึ่ง ซึ่งตกแต่งอย่างมีเอกลักษณ์
ชิงจูนำทางซ่งชิงหลันไปที่สวนของหลิงซีเหยียน แล้วเปิดประตูให้นางเข้าไปด้านในเรือน
ทันทีที่เจ้าบ้านเห็นว่าแขกที่กำลังรอพบมาถึงแล้ว นางก็ลุกขึ้นมาต้อนรับด้วยรอยยิ้ม “ข้าเพิ่งคุยกับชิงจูเองว่าจะไปหาเจ้าที่ร้านวันพรุ่ง อยากเห็นแล้วว่าชุดใหม่เรียบร้อยดีหรือไม่ ไม่คิดว่าเจ้าจะมาหาข้าถึงที่นี่ เราใจตรงกันมากเสียจริง”
ทันใดนั้นเสียงทุ้มทรงอำนาจก็ดังขึ้นจากด้านนอก “ผู้ใดกันมาใจตรงกับภรรยาข้าได้”
จากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มรูปงามในอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มจากผ้าชั้นดีก็ปรากฏตัวต่อหน้าทุกคน
ชิงจูรีบทำความเคารพอย่างสดใส “นายท่าน”
ซ่งชิงหลันค้อมศีรษะเล็กน้อยแล้วตอบอย่างรวดเร็ว “ข้าน้อยซ่งชิงหลันเจ้าค่ะ ยินดีที่ได้พบท่านผู้ว่า”
เมื่อพูดถึงท่านผู้ว่า ซ่งชิงหลันก็แอบคิดไปว่าจะเป็นชายสูงวัยมีหนวดเคราสีเงิน แต่ไม่คาดคิดมาก่อนว่าสามีของท่านพี่ซีเหยียนจะยังหนุ่มยังแน่น ท่าทางอนาคตไกลเช่นนี้
เหวยจือหล่างมองเพียงภรรยาของตนในสายตา ทันทีที่เข้ามาถึง ก็ตรงไปหาหลิงซีเหยียนจับมือนางอย่างนุ่มนวลแล้วเอ่ยถามแผ่วเบา “นี่คือเพื่อนใหม่ที่เจ้าเล่าให้ฟังบ่อย ๆ หรือ?”
หลิงซีเหยียนพยักหน้ารับ “ใช่เจ้าค่ะ ชิงหลันเอาเสื้อผ้าชุดใหม่ที่เพิ่งทำเสร็จมาส่งให้ข้า ชุดนี้ตัดเย็บจากผ้าแพรอย่างดีที่ท่านพี่ให้มา สามี ท่านอยากดูข้าลองสวมหรือไม่”
ซ่งชิงหลันแอบคิดในใจว่าบุรุษยุคนี้มักไม่สนใจเรื่องหยุมหยิมของสตรี เขาน่าจะหาเหตุผลบางอย่างมาเลี่ยงคำชวนนี้ไป
แต่เหวยจือหล่างกลับตอบออกมาโดยไม่ลังเล “แน่นอน เจ้าลองสวมสิ”
ท่าทางของเขายังดูกระตือรือร้นอีกด้วย