ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก - บทที่ 113 เจ้าน่ะจะขึ้นเรือหรือไม่?
- Home
- ทะลุมิติมาเป็นคุณหนูใหญ่กลับต้องมาเลี้ยงน้องจนได้ดีแถมต้องเลี้ยงลูกอีกต่างหาก
- บทที่ 113 เจ้าน่ะจะขึ้นเรือหรือไม่?
บทที่ 113 เจ้าน่ะจะขึ้นเรือหรือไม่?
วันต่อมา ซ่งชิงหลันมาส่งน้องชายที่ท่าเรือเพื่อออกเดินทาง
ช่วงหลังปีใหม่เช่นนี้ยังไม่ได้มีคนเดินทางกันมากนัก
คนเรือเห็นว่าทุกคนอยู่บนเรือกันเกือบหมดแล้ว ก็ตะโกนเรียกซ่งชิงตงที่ยังอยู่กับซ่งชิงหลันบนฝั่ง “เจ้าน่ะ จะขึ้นเรือหรือไม่ หากไม่ขึ้นข้าจะได้ออกเรือ”
ซ่งชิงหลันโบกไม้โบกมือตอบ “ไปเจ้าค่ะ โปรดรออีกหน่อยนะเจ้าคะ”
พูดจบนางก็ยื่นตั๋วและข้าวของให้น้องชาย “ดูแลตัวเองให้ดี ข้าเตรียมยาไปให้เจ้าด้วย เอาไว้ใช้ระหว่างเดินทาง เผื่อว่าเจ้ากินอาหารแล้วท้องเสียอีก เอายานี่ไปต้มกิน เข้าใจหรือไม่”
ซ่งชิงตงพยักหน้า “ขอรับท่านพี่ ท่านเองก็ดูแลตัวเองด้วย ท่านย่ายังมีน้อง ๆ ช่วยดูแล แต่ท่านไม่มีเลย ท่านต้องพักผ่อนบ้างนะขอรับ”
ซ่งชิงหลันยิ้ม “เจ้าไม่ต้องห่วง จัดการเรื่องการค้าให้เรียบร้อย แล้วรีบกลับมา พวกเราจะรอเจ้ามาฉลองเทศกาลโคมไฟพร้อมกัน”
“ขอรับ” ซ่งชิงตงพยักหน้า “ท่านพี่เช่นนั้นข้าขอตัวก่อน”
“ไปเถิด โชคดี”
ซ่งชิงหลันมองเรือออกจากท่าจนลับสายตาไป จึงได้หันหลังเพื่อเดินทางกลับ
แต่ตอนนั้นเองก็ได้ยินเสียงหวานของใครบางคนเรียกขึ้นมา “พี่ชิงหลัน!”
ซ่งชิงหลันหันกลับตามเสียงเรียก พบว่าเป็นอู่เชียนเชียนสวมเสื้อคลุมยาวและชุดสีน้ำตาลแดงวิ่งมาพร้อมรอยยิ้ม “พี่ชิงหลัง สวัสดีปีใหม่เจ้าค่ะ”
“เชียนเชียน สวัสดีปีใหม่” ซ่งชิงหลันยิ้มตอบแล้วถามอย่างสงสัย “เจ้ามาทำอันใดแถวนี้กัน?”
อู่เชียนเชียนเริ่มอธิบาย “ท่านป้ากับท่านลุงของข้ากลับมาฉลองปีใหม่ด้วยกัน วันนี้พวกท่านจะเดินทางกลับอวี๋เฉิง ข้าก็เลยมาส่งพวกเขาเจ้าค่ะ แล้วพี่ชิงหลันเล่า ท่านมาทำอันใดที่นี่เจ้าคะ มาส่งผู้ใดเช่นกันหรือ?”
ซ่งชิงหลันพยักหน้า “ใช่ ข้ามาส่งชิงตงไปทำการค้าที่อวี๋เฉิง”
สาวน้อยรีบถามต่อ “แล้ววันนี้ ท่านมีธุระที่ใดอีกหรือไม่เจ้าคะ”
“อืม… คงกลับไปที่ร้านเสื้อชิงเยว่ หลังปีใหม่เช่นนี้ลูกค้าน่าจะไม่มากเท่าไร คิดว่าจะไปทำรายการของ แต่ก็ไม่ได้ยุ่งอันใดมาก เจ้ามีอันใดหรือ?”
“มีเจ้าค่ะ” อู่เชียนเชียนหัวเราะขึ้นมาทันที “ข้าเอาแต่ไปรบกวน กินข้าวบ้านพี่ชิงหลันตลอดเลย ช่วงวันปีใหม่เช่นนี้อยากจะเลี้ยงอาหารท่านเป็นการตอบแทนบ้าง เราไปหาร้านอร่อย ๆ กินข้าวกันเถิดเจ้าค่ะ”
ตั้งแต่ที่นางข้ามเวลามาที่ยุคนี้ก็เอาแต่ยุ่งวุ่นวายอยู่ตลอด และยังไม่เคยได้กินของดี ๆ ในร้านอาหารนอกบ้านมาก่อนเลย เมื่อมีโอกาสดี ๆ เช่นนี้ก็ยากที่จะปฏิเสธ
ซ่งชิงหลันจึงพยักหน้า “ได้ ไปที่ใดกันดีเล่า”
“แค่ตามข้ามาก็พอแล้วเจ้าค่ะ” ว่าจบอู่เชียนเชียนก็จับมือนางแล้วจูงไปข้างหน้า
ไม่นานทั้งคู่ก็มาอยู่ที่หน้าภัตตาคารหยิงปิน
ภัตตาคารหยิงปินเป็นศูนย์กลางของถนนหย่งอัน ถนนสายหลักของเมืองนี้ ผู้คนที่สัญจรไปมามีล้นหลาม เหมาะอย่างยิ่งสำหรับทำการค้าขาย
ซ่งชิงหลันมองที่ภัตตาคารหยิงปินตรงหน้า อดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูดขึ้น “ที่นี่ทำเลดีมาก อาหารต้องขายดีมากแน่”
อู่เชียนเชียนยิ้มตอบ “เป็นธรรมดาเจ้าค่ะ ข้าได้ยินมาว่าร้านนี้สืบทอดกันมาสามรุ่นแล้ว อาหารอร่อยมากเลยด้วย พี่ชิงหลัน เราเข้าไปกันเถิด”
ทันทีที่สองสาวเข้าไปที่ร้าน ก็มีชายชราผมขาวเข้ามากล่าวต้อนรับอย่างยิ้มแย้ม “คุณหนูเชียนเชียน ข้าไม่ได้เห็นคุณหนูมาที่ร้านของเรานานแล้ว คิดว่าท่านจะไปร้านอื่นแล้วเสียอีก”
สาวน้อยตอบด้วยรอยยิ้ม “เถ้าแก่ ข้าไม่ได้ไปติดใจร้านอื่น แต่บังเอิญได้เจอท่านพี่ที่ทำอาหารเก่งมากต่างหากเล่า” พูดดังนั้นก็ขยิบตาให้ซ่งชิงหลัน
เถ้าแก่คนนี้ก็เป็นคนช่างสังเกตเช่นกัน เขาชำเลืองมองตามไปที่ซ่งชิงหลันแล้วพูดกับลูกค้าประจำ “คุณหนูเชียนเชียนพาแม่นางมาด้วยวันนี้ก็เพื่อมาลองของแปลกใหม่อย่างนั้นหรือขอรับ”
อู่เชียนเชียนพยักหน้า “ใช่แล้ว ที่ประจำของข้าในห้องส่วนตัวมีแขกอยู่หรือไม่?”
เถ้าแก่ยิ้มอย่างรวดเร็วแล้วตอบขึ้น “คุณหนูเชียนเชียนมาทีไร ห้องนั้นจะว่างทุกครั้งเลยขอรับ ข้าจะนำทางไปเอง เชิญทางนี้ขอรับ”
“เยี่ยมไปเลย” อู่เชียนเชียนคล้องแขนซ่งชิงหลันด้วยรอยยิ้ม และพูดอย่างตื่นเต้น
“พี่ชิงหลัน วันนี้เราโชคดีมาก เมื่อก่อนเวลาข้ามากินมื้อเย็น ต้องส่งคนมาจองก่อน ดีจริงที่วันนี้เรามาแล้วมีที่ว่าง”
ห้องประจำที่อู่เชียนเชียนชอบนั่งอยู่ที่ชั้นสองของร้าน ตรงนี้สามารถมองเห็นทิวทัศน์ถนนหย่งอันด้านล่างได้ และระหว่างเพลิดเพลินกับอาหารก็สามารถพูดคุยพร้อมทั้งมองผู้คนสัญจรไปมาด้านล่างได้อย่างสบายใจ มันเป็นสถานที่ที่พิเศษมากจริง ๆ
ทันทีที่ทั้งสองนั่งลงที่โต๊ะอาหาร เสี่ยวชุนจื่อบริกรของร้านก็ยกน้ำชามาหนึ่งกาแล้วถามด้วยรอยยิ้มบนใบหน้า “คุณหนูเชียนเชียน วันนี้อยากจะทานสิ่งใดดีขอรับ?”
อู่เชียนเชียนตอบอย่างไม่ต้องคิดอันใดมากนัก “เอาอาหารแปดอย่างที่ข้าชอบสั่ง”
หลังจากวางกาชาลงแล้ว เสี่ยวชุนจื่อก็รับคำ “ขอรับข้าจะรีบไปบอกให้ครัวเตรียมอาหารให้คุณหนูประเดี๋ยวนี้เลย”
อู่เชียนเชียนเอาเมล็ดแตงโมกำมือหนึ่งส่งให้ซ่งชิงหลัน “พี่ชิงหลัน เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ ร้านนี้ดีหรือไม่”
ซ่งชิงหลันเอ่ยตอบ “บรรยากาศไม่เลวเลย แต่เจ้าไม่ได้บอกว่าที่นี่ขายดีหรอกหรือ เหตุใดถึงไม่ค่อยมีคน”
“เอ๊ะ…” สาวน้อยขมวดคิ้วขึ้นมาแล้วเริ่มสันนิษฐาน “บางทีอาจเพราะนี่เป็นช่วงปีใหม่ ทุกคนเลยไม่ค่อยออกมากินข้าวนอกบ้านกันหรือไม่”
ทั้งสองพูดคุยกันสักครู่ เสี่ยวชุนจื่อก็กลับมาพร้อมจานอาหารในมือ “อาหารมาแล้วขอรับ ระวังร้อนนะขอรับ หากต้องการอันใดเพิ่มเติมสามารถเรียกข้าน้อยได้เลยขอรับ”
ซ่งชิงหลันมองที่อาหารแปดอย่างบนโต๊ะก็อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้น “เชียนเชียน เจ้าสั่งมาเยอะถึงเพียงนี้ เรามาแค่สองคนจะกินหมดได้อย่างไร มันน่าเสียดายนะ”
อู่เชียนเชียนหักขานกพิราบย่างแล้วส่งให้ซ่งชิงหลัน “ก็ข้าชอบอาหารทั้งหมดนี่ จึงอยากให้พี่ชิงหลันได้ลองชิมด้วย โดยเฉพาะพิราบย่างจานนี้ เป็นเมนูเฉพาะของภัตตาคารหยิงปินเลย ท่านต้องลองเจ้าค่ะ”
ได้ยินแบบนั้นซ่งชิงหลันจึงสนใจขึ้นมา นางรีบกัดนกพิราบย่างเข้าปากไปหนึ่งคำ
อู่เชียนเชียนมองนางอย่างคาดหวัง และถามอย่างกระวนกระวาย “เป็นอย่างไรบ้างเจ้าคะ อร่อยหรือไม่”
ซ่งชิงหลันยิ้มอย่างเคอะเขิน “ไม่ไหว…”
“หืม… เหตุใดเล่าเจ้าคะ ข้าชอบนกพิราบย่างนี่ที่สุดเลยนะ”
อู่เชียนเชียนขมวดคิ้ว แล้วเริ่มชิมดูบ้าง แต่ก็มีสีหน้าแปลกใจ “อา… วันนี้นกพิราบย่างแปลก ๆ ไม่หอมเหมือนเมื่อก่อนเลย เสียหรือเปล่านี่”
ซ่งชิงหลันโน้มตัวเข้าไปใกล้อู่เชียนเชียนแล้วกระซิบกระซาบ “เป็นเพราะนกพิราบไม่สดน่ะสิ”
“จริงหรือเจ้าคะ?!” อู่เชียนเชียนมองด้วยความตกใจ เม้มริมฝีปากแล้วพูดต่อ “พี่ชิงหลัน มาลองกินปลากระรอก*[1]ตัวนี้กันเถิดเจ้าค่ะ”
[1] ปลากระรอก เป็นเมนูปลาทอดราดซอสเปรี้ยวหวาน แต่จะมีเทคนิคการเลาะก้างปลาและบั้งเนื้อแบบพิเศษที่เมื่อนำไปทอดแล้วเนื้อปลาจะฟูขึ้นมาเหมือนหางกระรอก